728 x 90

กทม. เร่งคืนทางเท้าให้ประชาชน

img

การจัดระเบียบเมืองด้วยการคืนทางเท้าให้ประชาชนและจัดพื้นที่รองรับผู้ค้าให้อยู่ในจุดที่เหมาะสม เป็นปัญหาสะสมที่กทม.ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี 2557 และยังคงเป็นภารกิจที่ต้องเคลียร์ให้ลงตัวจนกว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างถาวร  

ดีเดย์ ต.ค. นี้ห้ามตั้งแผงค้าหน้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว 
หลังจากจัดระเบียบทางเท้าอย่างจริงจังในหลายพื้นที่ อาทิ ย่านรามคำแหง ราชประสงค์ ปากคลองตลาด คลองถม สยามสแควร์ เป้าหมายต่อไปคือพื้นที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และห้างสรรพสินค้าเดอะวัน พาร์ค ที่มีแผงค้าประมาณ 40-50 แผง ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่าไม่ได้รับความสะดวกในการใช้ทางเท้า เพราะมีร้านค้าจำนวนมากตั้งขายสินค้าทำให้ต้องลงไปเดิน และยืนต่อแถวรอรถตู้บนถนน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุถูกรถยนต์เฉี่ยวชน รวมถึงทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัด 

การรถไฟแห่งประเทศไทย ในฐานะเจ้าของพื้นที่ จึงได้หารือกับเขตจตุจักรเพื่อร่วมกันจัดระเบียบ โดยขอให้เขตจตุจักร ทำหนังสือมาถึง รฟท. ขอใช้สิทธิ์อาศัยที่ดินของ รฟท. ตลอดแนวหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และเดอะวัน เพื่อจะได้เข้าไปบริหารจัดการพื้นที่ในส่วนนี้ได้เต็มที่ 

โดยทาง รฟท. พร้อมมอบสิทธิ์ให้เขตจตุจักรเข้ามาดูแลโดยไม่คิดค่าเช่า เพราะ รฟท. ไม่มีบุคลากรเพียงพอที่จะมาดูแลส่วนนี้ เมื่อเขตจตุจักรเข้ามาดูแล จะสามารถใช้กฎหมายเข้าไปจัดระเบียบร้านค้าที่ตั้งอยู่บนทางเท้า และเข้าทำความสะอาดได้ คาดว่าเดือน ต.ค.นี้ เป็นต้นไป ประชาชนจะสามารถใช้ทางเท้าบริเวณดังกล่าวได้สะดวกมากขึ้น 
ผู้ค้าในพื้นที่ที่มีการจัดระเบียบ
นอกจากนั้นที่ประชุมที่มีนายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ยังมีข้อเสนอแนะให้ รฟท. ไปพิจารณาเพิ่มกรณีการเช่าพื้นที่ครั้งต่อไป ควรให้เอกชนเช่าพื้นที่แปลงใหญ่ครอบคลุมทั้งหมด แล้วกำหนดเป็นเงื่อนไขในสัญญา ระบุให้ชัดเจนว่าพื้นที่ตรงไหนที่ต้องทำเป็นทางเท้าสาธารณะ อาจกว้างประมาณ 2-3 เมตร เพื่อให้ประชาชนเดินได้คล่องตัว และเอกชนต้องดูแลพื้นที่ในส่วนนี้ด้วย ทั้งการทำความสะอาด ไม่ให้มีร้านค้ามาตั้งบนทางเท้า หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจะถูกยกเลิกสัญญา และพิจารณาว่าพื้นที่ที่จะใช้เป็นทางเท้าสาธารณะ จะเก็บค่าเช่าหรือไม่ หากเก็บต้องเก็บในราคาถูก เช่น 1 บาท/ตร.ว. ถ้าทำได้เช่นนี้ในอนาคต รฟท. จะได้ไม่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคมอีกว่าเป็นพื้นที่ของ รฟท. แต่กลับไม่ดูแล

กทม.เร่งจัดพื้นที่รองรับผู้ค้าเพิ่ม 
ขณะเดียวกัน กทม. ได้จัดพื้นที่ทดแทนให้ผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบทางเท้า เพื่อทำเป็นจุดการค้าแหล่งอาหารชุมชน กทม. สะอาด อร่อย  และประหยัด เปิดให้บริการแล้ว 4 จุด คือ บริเวณข้างห้างโลตัส ใกล้สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พื้นที่ 1,000 ตร.ม. รองรับผู้ค้าได้ 84 แผงค้า  บริเวณลานจอดรถข้างสวนลุมพินี พื้นที่ 500 ตร.ม. รองรับผู้ค้าได้ 128 แผงค้า บริเวณหน้าภัตตาคารกุ้งหลวง พื้นที่ 700 ตร.ม.รองรับผู้ค้าได้ 48 แผงค้า และซอยข้างโรงพยาบาลเจ้าพระยา พื้นที่ 200 ตร.ม. รองรับผู้ค้าได้ 20 แผงค้า เริ่มทำการค้าตั้งแต่วันที่ 14 ก.ย. 60 ผู้ค้าแต่ละรายจะมีพื้นที่แผงค้าขนาด 1.5x2 เมตร ทั้งนี้ผู้ค้าต้องทำตามข้อกำหนดคือ ให้ขายได้เฉพาะอาหารและในเวลาที่กำหนด ต้องปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารอย่างเคร่งครัด และขายสินค้าในราคาที่เหมาะสม หากไม่ปฏิบัติตาม กทม. จะยกเลิกการค้าในจุดนั้นๆ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพื้นที่และผู้บริโภค 

พร้อมจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมไว้รองรับผู้ค้า คือ สวนป่าวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง ตั้งแผงค้าได้ 150 แผง บริเวณสำนักงานเขตบางนา ตั้งแผงค้าได้ 160 แผง บริเวณพื้นที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ใต้ทางด่วนพงษ์พระราม เขตปทุมวัน ตั้งแผงค้าได้ 500 แผง บริเวณทางเดินด้านข้างลานพระอินทร์ ฝั่งสำนักการโยธา ศาลาว่าการ กทม.2 เขตดินแดง ตั้งแผงค้าได้ 65 แผง ซึ่งได้ทยอยเปิดทำการค้าตั้งแต่ ก.ย. ที่ผ่านมา และจะมีพิจารณาพื้นที่เพิ่มเติมอีก ทั้งนี้ผู้ค้าต้องจัดหาอุปกรณ์เอง ต้องรักษาความสะอาดทั้งระหว่างและหลังการขายในพื้นที่ร้านค้าและบริเวณโดยรอบ และ เปิด-ปิดตามเวลาที่กำหนด
แผนปฏิบัติการจัดระเบียบผู้ค้าหาบเร่-แผงลอย 4 ระยะ
สตรีทฟู้ดถนนข้าวสารยังไม่ลงตัว 
ส่วนการจัดโซนนิ่ง “สตรีทฟู้ด” ที่ถนนข้าวสาร ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยเขตพระนคร กำหนดเงื่อนไขการจัดระเบียบ 4 ข้อ ประกอบด้วย  1. ให้ผู้จำหน่ายจัดวางให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ถูกสุขอนามัย ภายใต้มาตรฐานเดียวกับย่านเยาวราช กำหนดจุดทิ้งขยะ ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ไม่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ หากในกรณีที่ผู้บริโภคพบเห็นการจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมาย หรือถูกเอาเปรียบ ให้แจ้งสำนักงานเขตเพื่อดำเนินการทันที  2. ไม่อนุญาตให้ขายของบนทางเท้าโดยเด็ดขาด แต่ให้ผู้ประกอบการลงมาขายบริเวณถนนข้าวสาร เพื่อให้ประชาชนสัญจรบนทางเท้าได้สะดวก กำหนดความกว้างของแผงค้า 1 เมตร ยาว 2 เมตร จากความกว้างถนน 9 เมตร และเฉลี่ยความกว้างของแผงอย่างเป็นธรรมแก่ผู้ค้าทุกราย 3. ห้ามจำหน่ายสุราบนทางเท้า อนุญาตให้จำหน่ายภายในร้านค้าที่มีใบอนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และ 4. กำหนดเวลาจำหน่ายแอลกอฮอล์และสินค้า ตั้งแต่เวลา 18.00-00.00 น. 

แต่ข้อกังวลของกลุ่มผู้ค้าคือ
1. การกำหนดเวลาให้ขายระหว่าง 18.00-00.00 น. จะทำให้ผู้ค้าช่วงกลางวันทำการค้าไม่ได้
2. กลุ่มผู้ค้ากลางวันกังวลถึงผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว
3. การตีเส้นกำหนดแผงลอยใหม่ของ กทม. แผงละ 2 เมตร อาจทำให้ผู้ค้ารายใหม่สวมสิทธิ์ผู้ค้าเดิม และ
4. การห้ามไม่ให้ผู้ค้าแผงลอย 234 แผงค้า ค้าขายบนทางเท้าและให้ลงมาขายบนถนนข้าวสารแทน อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจร ทำให้ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ต้องหารือกันอีกครั้งเพื่อให้การจัดระเบียบเป็นไปอย่างเป็นธรรม คาดว่าจะเริ่มจัดระเบียบถนนข้าวสารได้ภายในเดือน พ.ย.นี้   


ผังเมือง กทม. ลุยปรับภูมิทัศน์ถนน 17 สาย 
นอกจากนี้ ผู้ว่า กทม. ยังมีนโยบายปรับปรุงทางเท้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีความยาวรวมกันกว่า 7,000 กม. โดยมอบหมายให้ สำนักผังเมือง สำรวจจุดเสื่อมโทรม เพื่อซ่อมแซมเฉพาะที่ชำรุด เสื่อมโทรม โดยพบว่ามีพื้นที่ทางเท้าตามแนวถนน 17 สาย แบ่งเป็น กลุ่มเขตกรุงธนเหนือ 1 แห่ง กลุ่มเขตกรุงเทพฯ เหนือ 2 แห่ง กลุ่มเขตกรุงเทพฯกลาง 7 แห่ง กลุ่มเขตกรุงเทพฯ ใต้ 6 แห่ง และกลุ่มเขตกรุงเทพฯ ตะวันออก 1 แห่ง  มีสภาพชำรุด พื้นผิวขรุขระ ไม่สม่ำเสมอ ทำให้เดินไม่สะดวก ต้องปรับภูมิทัศน์ให้สวยงามเป็นกลุ่มแรก 
ปรับภูมิทัศน์ถนน 17 สาย
ในการปรับปรุงทางเท้ามีแนวทางว่าจะต้องสอดคล้องกับเอกลักษณ์ของแต่ละท้องที่  ภายใต้มาตรฐานการก่อสร้างที่สำนักการโยธากำหนด มีสิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัยแก่ผู้ใช้งาน รวมถึงมีภูมิทัศน์ที่ดีและสวยงาม ทั้งนี้ กทม.จะเป็นผู้ออกแบบทางเดินเท้าให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนก่อสร้าง พร้อมกับดูแลรักษา เพื่อให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของอยากช่วยกันดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี สวยงาม และใช้งานได้อย่างสะดวก ปลอดภัย 

จุดที่คาดว่าจะนำร่องคือทางเท้าบริเวณถนนรัชดาภิเษก ช่วงแยกถนนพระราม 9-ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยสำนักผังเมืองได้ออกแบบการปรับภูมิทัศน์ทางเท้าเรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันการไฟฟ้านครหลวง มีแผนที่จะนำสายไฟฟ้าลงดินในถนนสายนี้ด้วย ขณะที่เขตพระนครเสนอปรับปรุงทางเท้าถนนอัษฎางค์เป็นจุดนำร่อง   

ไม่ใช่แค่เพียงประชาชนคนเดินเท้าเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แม้แต่ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างหนึ่งในกลุ่มที่ถูกประชาชนร้องเรียน ก็โอดครวญถึงผลกระทบเช่นกัน อย่างที่บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างกล่าวว่าจากแผงค้าที่ตั้งกีดขวางริมทางเท้า รวมกับรถแท็กซี่ที่เข้ามาจอดด้านหน้าห้าง ทำให้ต้องขับส่งผู้โดยสารอ้อมเส้นทาง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ขณะที่มอเตอร์ไซค์ ต้องถูกเจ้าหน้าที่คอยตรวจจับเมื่อขึ้นไปวิ่งบนทางเท้า แต่ทำไมเจ้าหน้าที่จึงไม่จริงจังกับเรื่องของการดำเนินการจัดระเบียบกับผู้ค้า และเหตุใดจึงไม่นำกฎหมายที่มีมาบังคับใช้ให้ทั่วถึงกัน 

การตะลุยทวงคืนทางเท้าทั่วกทม.ยังเป็นภารกิจที่ต้องทำต่ออย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่การจัดระเบียบผู้ค้าที่กีดขวางบนทางเท้าเท่านั้น แต่ต้องจัดระเบียบจุดการค้าที่จัดขึ้นใหม่ให้มีความสะอาด เรียบร้อยให้คงที่สม่ำเสมอ รวมถึงต้องมีการจัดระเบียบการบังคับใช้กฎหมายให้จริงจังและเท่าเทียม กวดขันเจ้าหน้าที่ให้ทำงานเต็มที่ ขณะที่ประชาชน ผู้ค้า ผู้ประกอบอาชีพมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็ต้องคำนึงถึงการใช้สิทธิ์ที่ไม่ลิดรอนต่อสิทธิ์ที่พึงมีของผู้อื่น จะได้คงไว้ได้ทั้งเสน่ห์ของการเป็นเมืองหลวงแห่ง Street Food พร้อมกับได้คืนความสุขให้แก่คนกรุงเทพฯ ได้อย่างทั่วถึง 


อีริค ชไนเดอร์ รองประธานอาวุโส เอเชียแปซิฟิก ที่ปรึกษามาสเตอร์การ์ด 
“ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาและการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก การที่มีจำนวนนักเดินทางทั่วทั้งภูมิภาค ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนควรหันมาลงทุนในเครือข่ายสาธารณูปโภค เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวราบรื่นให้กับประชาชนที่อยู่อาศัยในเมือง นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ”

[English]
Authorities’ Reclaiming Sidewalks from Street Vendors Still Continues

The authorities’ efforts to return sidewalks to pedestrians remain an ongoing process that was first kicked off since 2014 and is continuing at a gradual pace.

And after the success in reclaiming sidewalks in such busy areas as Ramkhamhaeng, Ratchaprasong and Siam Square, the next stop the authorities have chosen in pavements around Central Plaza Department Store - Ladprao. where people have been complaining about how inconvenient and risky their lives have become because of all street vendors.

The State Railway of Thailand, who owns the land, has agreed to assign the Chatuchak District Office to put order on the sidewalks around the troubled areas, while the Ministry of Transport has suggested the SRT to consider leasing only big plots of land to future lessees while including a clear condition about a ban on commercial uses on public spaces; i.e. sidewalks, and details about mandatory maintenance, for instance.

Meanwhile, Bangkok Metropolitan Administration has been preparing new locations for street vendors, who have been removed from their usual locations, and four new spots have been selected across Bangkok to accommodate around 280 vendors, while three more locations are being planned to accommodate about 810 vendors.

In addition, the BMA is still to sort out details of its “street food” zoning on Khao San Road  while beginning the landscape improvement plan for over 7,000 kilometers of sidewalks throughout the city.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments