728 x 90

กรุงเทพฯ กำลังก้าวไปสู่ระบบดิจิทัล

img

แม้กรุงเทพฯ จะเพิ่งเริ่มเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) แต่นับว่ามีโอกาสเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด กรุงเทพฯ ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล หากใช้จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลาย จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 1.26 แสนล้านบาท

จ่ายผ่าน E-Payment เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ
ผลการวิจัยจากวีซ่าระบุว่า กรุงเทพฯ อยู่ในกลุ่มเมืองที่กำลังเปลี่ยนแปลงสู่ระบบดิจิทัล (Digitally Transitioning) เช่นเดียวกับอีกหลายเมืองทั่วโลก เช่น มุมไบ อิสตันบูล โคลัมโบ ฯลฯ ขณะที่ประเทศในอาเซียนอย่างสิงคโปร์ก้าวสู่เมืองระบบดิจิทัลขั้นสูง (Digitally Advanced) และกัวลาลัมเปอร์อยู่ในกลุ่มเมืองโตเต็มที่สู่ระบบดิจิทัล (Digitally Maturing)

ผลสำรวจระบุว่า หากกรุงเทพฯ ใช้จ่ายทางอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ อย่างแพร่หลาย สามารถทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศมีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 1.26 แสนล้านบาท โดยประมาณการว่า ผู้บริโภค ภาคธุรกิจ และภาครัฐบาล จะได้รับผลประโยชน์สุทธิ 3 พันล้านบาท 7.3 หมื่นล้านบาท และ 5 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ

โดยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นมาจากหลายปัจจัย เช่น การประหยัดเวลาระหว่างการดำเนินธุรกิจและธุรกรรมการเงิน ทั้งการซื้อขายแบบค้าปลีก การลดลงของต้นทุนการขนส่ง รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าออนไลน์และในร้าน ภาษีที่เพิ่มขึ้น การประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และจำนวนอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินสดลดลง เป็นต้น

คนไทยกว่าครึ่งพร้อมใช้ QR Code
ผลวิจัยล่าสุดของวีซ่าระบุว่า 3 ใน 4 หรือ 74% ของผู้ทำแบบสำรวจในประเทศไทยรู้จักการชำระเงินด้วย QR Code ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยผู้ใช้ในกลุ่มเจเนอเรชั่น Y (อายุ 26-33 ปี) นิยมใช้มากที่สุด 53% เมื่อเทียบกับผู้ใช้ในกลุ่มเจเนอเรชั่น X (อายุ 34-49 ปี) 29%

ส่วนหมวดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการชำระด้วย QR Code คือ การชำระบิลต่างๆ 50% การชำระเงินในร้านสะดวกซื้อ 39% และในร้านขายของชำ 36% ซึ่งทำให้เห็นว่า มีผู้คนส่วนมากพร้อมที่จะชำระเงินด้วย QR Code ในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ที่มีประสบการณ์การชำระเงินด้วย QR code ชื่นชอบวิธีการนี้ 47% ระบุว่า “มีประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานดีเยี่ยม” มีเพียงแค่ 1% ที่บอก “ไม่ได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้”

เอกชนร่วมมือใช้คิวอาร์โค้ด
ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ร่วมกับสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการชำระเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายบัตรระดับสากล พัฒนามาตรฐานการจ่ายเงินด้วย QR Code ผ่านระบบพร้อมเพย์ โดยขณะนี้มีธนาคารที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานจำนวน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธ.กสิกรไทย ธ.ไทยพาณิชย์ ธ.กรุงไทย ธ.กรุงเทพ และ ธ.ออมสิน ล่าสุด ธ.กสิกรไทย จับมือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) สร้างดิจิทัล เพย์เม้นต์ แพลตฟอร์ม เพิ่มความสะดวกให้กับผู้บริโภคด้วย Dynamic QR Code เพียงมีแอพฯ QR Code ของธนาคารใดก็ได้ ซึ่งกำหนดให้ร้านค้าปลีก ได้แก่ คาเฟ่ อเมซอน เท็กซัส ชิคเก้น แด๊ดดี้โด ฮั่วเซ่งฮง ติ๋มซำ ศูนย์บริการยานยนต์ฟิตออโต้ และร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ รวมกว่า 2,200 จุด เปิดรับชำระเงินด้วย QR Code โดยจะเริ่มใช้งานในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในไตรมาส 2 ปี 2561 และจะขยายทั่วประเทศในกลางปี 2561

อีกทั้งยังร่วมมือกับ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เชิญชวนลูกค้าใช้บริการชำระเงินด้วย QR Code ที่ SPAR ซูเปอร์มาร์เก็ต, อินทนิล การ์เด้น และอินทนิล คอฟฟี่ ในสถานีบริการน้ำมันบางจากกว่า 70 สาขา

ขณะที่ ธ.ไทยพาณิชย์ พัฒนา QR Code สำหรับใช้ในร้านที่มีจุดชำระเงิน หรือ Point of Sale (POS) มากกว่า 1 จุด โดยนำร่องที่ร้านค้าในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ได้แก่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ฟู้ดคอร์ต และขยายการติดตั้ง QR Code ตามร้านค้าขนาดกลางและขนาดเล็กทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เช่น ตลาด อ.ต.ก. ตลาดไท หนองมน ยิ่งเจริญ จตุจักร แพลทินัม สำเพ็ง สยาม ตลาดรถไฟ ถนนคนเดินม.เชียงใหม่ ช้างคลาน บึงแก่นนคร ขอนแก่น กิมหยง ฯลฯ โดยปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนใช้งาน QR Code รวม 50,000 ร้านค้า และตั้งเป้าหมายในปี 2561 ถึง 700,000 ราย

ด้าน ธ.กรุงศรีอยุธยา กำลังพัฒนาระบบ QR Merchant แอพฯ ที่อำนวยความสะดวกแก่ร้านค้าที่รับชำระเงินด้วย QR Payment ซึ่งเป็นระบบคัดแยกธุรกรรมการเงิน จากโอนเงิน-ชำระเงินของพร้อมเพย์ ออกมาให้เห็นชัดเจน เอื้อต่อร้านค้านำไปใช้ขอสินเชื่อกับแบงก์ในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวภายในต้นปี 2561

จ่าย QR Code ด้วยบัตรเครดิต
นอกจากนี้ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เคทีซี ได้พัฒนาระบบเพื่อรองรับการรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิตผ่าน QR Code Payment บนโมบายแอพพลิเคชั่น TapKTC ซึ่งเป็นบัตรเครดิตรายแรกและรายเดียวที่ตอบสนองการใช้งานทั้งผู้ถือบัตรเครดิตและร้านค้าในขณะนี้ โดยเริ่มทดลองให้บริการตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะเป็นการขานรับนโยบายสังคมไร้เงินสดของธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนให้กับร้านค้า รวมถึงลดการใช้พื้นที่ในการวางเครื่องรับบัตร

โดย QR Code Payment ที่เคทีซีให้บริการนั้นสามารถรองรับการชำระเงินด้วยเครือข่ายบัตรเครดิตระดับโลกทั้งวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด และในอนาคตอันใกล้จะสามารถครอบคลุมครบทุกเครือข่ายการชำระเงินอื่นๆ โดยผู้ถือบัตรเครดิตจะสามารถซื้อสินค้าและทำรายการชำระผ่าน QR Code ได้ด้วยตนเอง ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ทา

ร้านค้าจะเป็นผู้ทำรายการ

ในระหว่างการทดลอง สมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีสามารถทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการได้ใน 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ ตลาด อตก. ตลาดลุงเพิ่ม ตลาดหัวมุมเกษตร-นวมินทร์ และร้านค้าบริเวณซอยสุขุมวิท 31 และ ซอยสุขุมวิท 33

ด้วยจำนวนเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันรวมถึงตัวเลือกใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นมากมายได้ผลักดันให้การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แพร่หลายมากยิ่งขึ้นนอกเหนือจากในรูปแบบบัตรที่เราคุ้นเคย และยังสามารถผูกบัตรเครดิตในการชำระเงิน QR Code มาตรฐานในร้านค้าต่างๆ ได้อีกด้วย  ซึ่งในอนาคตก็น่าจะขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจสามารถมีตัวเลือกที่หลากหลายในการชำระเงิน และรองรับการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล อีกไม่นานกรุงเทพฯ อาจจะก้าวสู่เมืองผู้นำระบบดิจิทัล (Digital Leader) ได้อย่างเต็มตัว


สุริพงษ์ ตันติยานนท์‫ ‬ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย
‫"‬ในขณะที่ผู้คนเริ่มย้ายจากชนบทสู่เมือง ทำให้เมืองกลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อสำหรับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ การนำเงินดิจิทัลไปใช้ในระดับเมือง การเปลี่ยนมาชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้คน ภาคธุรกิจ และภาครัฐบาล ไม่ใช่แค่ในเมืองใหญ่ๆ เช่นกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่เมืองอื่นๆ อาทิ ภูเก็ต และ ขอนแก่น ก็สามารถได้รับผลประโยชน์นี้ด้วยเช่นกัน‫"‬
สุริพงษ์ ตันติยานนท์‫ ‬ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย

ธิดา บุณยเลขา ผู้จัดการอาวุโส–ธุรกิจร้านค้า “เคทีซี” 
‫"‬ร้านค้าที่เข้าร่วม QR Code Payment จะเน้นไปที่ร้านค้าขนาดกลางถึงขนาดเล็กที่ยังไม่เคยรับบัตรเครดิตมาก่อน และเป็นร้านค้าที่อยู่ในหมวดการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ได้แก่ หมวดร้านอาหาร ร้านผลไม้ ร้านขนม ร้านขายของฝาก ร้านเสื้อผ้า ร้านขายเครื่องประดับ ซึ่งสอดรับกับนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ส่งเสริมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์‫"‬
ธิดา บุณยเลขา ผู้จัดการอาวุโส–ธุรกิจร้านค้า “เคทีซี”
[English]
Bangkok and its Transition into Digital City

Despite Bangkok’s slow transition into a cashless society, the potential is high and promising.  The latest survey by Visa named the Thai capital as one of the world cities that are digitally transitioning, after neighboring Singapore and Malaysia have already been recognized as a digitally advanced society and a digitally maturing city.

It is now estimated that a significant adoption of electronic payments can boost Thailand’s economy to grow by as much as 126 billion baht, with consumers, the business sector and the public sector likely to enjoy a net benefit of three billion baht, 73 billion baht and 50 million baht, respectively.

The Visa survey also found that Thailand has the biggest number of people in Southeast Asia, who make payments with QR Code, as most respondents with exposure to the QR Code payment praised the system and calling it “the most excellent experience.”

The Bank of Thailand has been working with financial institutions, payment service providers and international credit card issuers to develop the QR Code-based payment standards for the Promptpay service.  So far, five local banks have passed the test, including Kasikornbank, Siam Commercial Bank, Krung Thai Bank, Bangkok Bank and the Government Savings Bank.

Moreover, these banks have already joined selected business partners in developing and introducing their digital payment platforms, which are now available at tens of thousands of shops and service establishments in Bangkok and surrounding provinces, while aiming to expand the service to other parts of the country in 2018.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments