728 x 90

กรุงเทพฯ ครองเบอร์ 1 เมืองท่องเที่ยวโลก 3 ปีซ้อน สวนทางยอดนักท่องเที่ยว - รายได้หลุดเป้า

img

ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ กรุงเทพฯ ถูกยกย่องให้เป็นเมืองจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และรั้งเมืองจุดหมายของนักท่องเที่ยวคนเดียว ขณะที่ สทท. คาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนไทยแตะ 37.19 ล้านคน ทำรายได้กว่า 1.97 ล้านล้านบาท

นักท่องเที่ยวเยือนกรุงเทพฯ ทะลุ 20 ล้านคน
จากผลสำรวจสุดยอดจุดหมายปลายทางโลก ปี 2561 โดย มาสเตอร์การ์ด (Mastercard Global Destination Cities Index, GDCI 2018) ระบุว่า กรุงเทพฯ ยังคงครองตำแหน่ง เมืองสุดยอดจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ของโลก จากทั้งหมด 162 เมือง ที่นักท่องเที่ยวมาเยือนและพักแรมมากที่สุด ด้วยจำนวนกว่า 20.05 ล้านคน เติบโตขึ้น 9.6% ซึ่งมีระยะเวลาพักเฉลี่ย 4.7 วัน และยอดการจับจ่ายใช้สอยเฉลี่ยคนละ 173 เหรียญสหรัฐฯ/วัน หรือประมาณ 5,536 บาท เพิ่มขึ้น 13.8% เบียดมหานครลอนดอน ของประเทศอังกฤษ รั้งในอันดับ 2 ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 19.83 ล้านคน เติบโตขึ้น 3%

นับว่า กรุงเทพฯ สามารถรักษาอันดับ 1 ของโลกเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน และยังถือเป็นการครองอันดับ 1 ครั้งที่ 5 ในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2555 โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพักแรมเยือนไทยมากที่สุด ยังคงเป็นเหมือนเช่นปี 2560 คือนักท่องเที่ยวชาวจีน ตามมาด้วยญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ 

สำหรับเหตุผลที่ส่งให้กรุงเทพฯ สามารถรักษาแชมป์เอาไว้ได้ มาจากปัจจัยที่ประเทศไทยมีโอกาสได้เป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกหลายรายการในปีที่ผ่านมา และรัฐบาลไทยได้ขยายข้อยกเว้นให้แก่นักท่องเที่ยวที่พักระยะสั้น มีการเพิ่มจุดตรวจคนเข้าเมืองพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ประกอบกับ กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่ค่าใช้จ่ายไม่แพงเท่าเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น ปารีส สิงคโปร์ หรือกรุงโซล เป็นต้น


ภูเก็ต-พัทยา ติดท็อป 20 โลกด้วย
ขณะเดียวกัน จ.ภูเก็ต และเมืองพัทยา สามารถเข้ามาอยู่ใน 20 อันดับแรกของโลกด้วยเช่นกัน โดยรั้งตำแหน่งที่ 12 และ 18 ตามลำดับ ทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีเมืองท่องเที่ยวถึง 3 แห่งติดอยู่ใน 20 อันดับแรก อีกทั้ง จ.ภูเก็ต ได้ก้าวเข้ามาอยู่ใน 10 อันดับแรก ในแง่ของมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว ซึ่งเฉลี่ยคนละ 293 เหรียญสหรัฐฯ/วัน หรือประมาณ 9,376 บาท

กรุงเทพฯ ปลายทางของนักท่องเที่ยวเดินทางคนเดียว
กรุงเทพฯ ยังขึ้นแท่นเมืองจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางคนเดียวอีกด้วย ซึ่งข้อมูลจากผลสำรวจเทรนด์การท่องเที่ยวคนเดียว ปี 2561 (Solo Travel Trends 2018) โดยอโกด้า ระบุว่า กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับ 1 สำหรับนักเดินทางคนเดียวชาวเอเชีย และรั้งอันดับ 6 ของนักเดินทางคนเดียวชาวตะวันตก ด้วยสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ทำให้นักเดินทางคนเดียวเพลิดเพลินไปกับแหล่งชอปปิง และสถานบันเทิงยามค่ำคืนอันหลากหลาย วัฒนธรรม และอาหารการกิน

โดยจากผลสำรวจยังพบว่า นักเดินทางหลายคนเลือกที่จะท่องเที่ยวคนเดียวเพื่อไปพักผ่อน ด้วยแรงจูงใจอันดับ 1 คือไปพักผ่อนให้สบายใจ 61% รองลงมาอันดับ 2 คือทำอะไรที่แตกต่างจากกิจวัตรเดิมๆ 52% และอันดับ 3 สำรวจวัฒนธรรมต่างแดน 45%

ซึ่งการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวในฝั่งเอเชีย เกิดขึ้นมากในกลุ่มคนมิลเลนเนียล 41% และเจเนอเรชั่นซี 38% ขณะที่ฝั่งตะวันตก นิยมในกลุ่มคนเบบี้บูมเมอร์ 39% และเจเนอเรชั่นเอ็กซ์ 24% ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวจากฝั่งตะวันตกที่เดินทางคนเดียวใช้เวลาในการท่องเที่ยวราว 4-7 คืนต่อทริป ซึ่งยาวกว่านักท่องเที่ยวชาวเอเชียกลุ่มมิลเลนเนียล และเจเนอเรชั่นซี ที่ใช้เวลาราว 1-3 คืนต่อทริป 


ปี 61 ยอดนักท่องเที่ยวรายได้อาจไม่ถึงเป้า
ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ ไตรมาส 3/2561 เท่ากับ 96 อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติเล็กน้อย แม้ว่าจะไม่เป็นไปตามเป้าที่คาดไว้เท่ากับ 100 แต่ก็เป็นทิศทางที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาซึ่งเท่ากับ 94 เนื่องจากผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวน รวมถึงภัยธรรมชาติต่างๆ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าไตรมาส 4/2561 ดัชนีความเชื่อมั่นจะขึ้นมาเท่ากับ 103 จากปัจจัยการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว การขยายตัวของสายการบินต้นทุนต่ำ และการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วขึ้น 

สำหรับสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 3/2561 พบว่ามีจำนวนกว่า 8.90 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.37% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 4/2561 ซึ่งเป็นช่วงเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวนั้น คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 8.81 ล้านคน ลดลง 5.17% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

อย่างไรก็ตามประเมินว่าปี 2561 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเยือนไทย 37.19 ล้านคน เพิ่มขึ้น 5.08% จากปีก่อน สร้างรายได้ 1.97 ล้านล้านบาท เติบโตขึ้น 8.16% ซึ่งนับว่าต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้เอาไว้ 39 ล้านคน และสร้างรายได้มูลค่า 2 ล้านล้านบาท 

ส่วนนักท่องเที่ยวไทยวางแผนเดินทางในประเทศ ไตรมาส 3 อยู่ที่ 26% สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย และคาดการณ์ว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะอยู่ที่ 29% ซึ่งมีแนวโน้มสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเช่นกัน

โดย สทท. มองว่าตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และมุมมองของผู้ประกอบการมีทิศทางดีขึ้น ด้วยปัจจัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่สะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น แนวโน้มเศรษฐกิจในประเทศที่ฟื้นตัว ประกอบกับนโยบายประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเสนอให้ภาครัฐควรมีมาตรการเร่งด่วนในการแก้ปัญหาผลกระทบจากกรณีเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต พัฒนาการคมนาคมขนส่งให้มีมาตรฐาน โดยเฉพาะระบบขนส่งมวลชน ความปลอดภัยในแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ ส่วนผู้ประกอบการต้องพัฒนามาตรฐานการท่องเที่ยวให้อยู่ในระดับสากล เอกชนและชุมชนควรรับผิดชอบต่อความปลอดภัยทั้งนักท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม


จ.กระบี่ครองใจนักท่องเที่ยวที่สุด
ขณะเดียวกัน สทท. ยังได้เผยถึง ดัชนีความพึงพอใจสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยว ในไตรมาส 3/2561 ด้วยผลการวิเคราะห์ทัศนคติของนักท่องเที่ยวต่างชาติจากแหล่งข้อมูลออนไลน์ (Big Data) ที่มีต่อประเทศไทย โดยเทคโนโลยี AI พบว่า จ.กระบี่ ได้รับความพึงพอใจเป็นอันดับที่ 1 โดยนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีทัศนคติเป็นบวกมากที่สุด ส่วนเมืองพัทยา เป็นเมืองที่มีทัศนคติเป็นลบเยอะที่สุด แต่ในด้านความปลอดภัยมีทิศทางเชิงบวกมากขึ้น จากมาตรการปรับ 5,000 บาท หากนักท่องเที่ยวขับขี่จักรยานยนต์โดยไม่มีใบขับขี่และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งผู้ให้เช่าก็จะได้รับบทลงโทษด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังเผยถึงกรณีเรือล่มที่ จ.ภูเก็ต ว่าส่งผลกระทบน้อยในสื่อสังคมออนไลน์ภาษาอังกฤษ ซึ่งนักท่องเที่ยวยังคงมีทัศนคติเชิงบวกที่ 40% ส่วนเชิงลบมีเพียง 10% เท่านั้น

ชาวอินเดียนิยมเที่ยวไทยมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งพบว่าช่วงกลางปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางมาเที่ยวไทยมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดยาว และมีจำนวนเที่ยวบินจากเมืองหลักของประเทศอินเดียมากขึ้น จากการประชาสัมพันธ์ของ ททท. อีกทั้งการติดตามข่าวสารของชาวอินเดียโดยเฉพาะในเมืองที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย อย่างเมืองเดลี มีการรับชมและติดตามสื่อค่อนข้างสูง โดยเฉพาะเรื่องการชอปปิ้งและอาหารในกรุงเทพฯ ซึ่งปัจจัยที่สำคัญที่สุดคืออาหารอินเดียในประเทศไทย ซึ่งวิดีโอพาชิมอาหารไทย หรือสตรีทฟู้ดได้รับความนิยมอย่างมาก และส่วนใหญ่กล่าวถึงกรุงเทพฯ ในเชิงบวก ต้องการเดินทางมาเที่ยว และพูดถึงคนไทยว่าเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว คอยให้การช่วยเหลือด้วยความมีน้ำใจ

นับว่าเมืองไทยในสายตาชาวโลกยังคงน่ามาท่องเที่ยวอย่างไม่เสื่อมคลาย ซึ่งในฐานะเจ้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในภาคอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการ รวมถึงชาวไทยทุกคน จึงต้องตระหนักและร่วมมือกันต้อนรับนักท่องเที่ยว ไม่เอารัดเอาเปรียบ ที่สำคัญคือการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมให้สวยงาม ไม่ไปทำลายแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงพยายามพัฒนาศักยภาพด้านความปลอดภัยต่างๆ ให้ดีขึ้น ซึ่งไม่เพียงจะช่วยให้ครองแชมป์เมืองท่องเที่ยวของโลกให้ยาวนานเท่านั้น หากแต่ประโยชน์ก็จะเกิดกับคนไทยเอง 
__________
คุณโดนัลด์ ออง - ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาร์ มาสเตอร์การ์ด
“ไทยเป็นประเทศเดียวที่มีเมืองน่าเที่ยวถึง 3 แห่งติดอยู่ใน 20 อันดับแรก ตอกย้ำถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพ การผสมผสานที่ลงตัวทั้งในเรื่องงานและการพักผ่อน รวมไปถึงเสน่ห์ในวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย ที่ใครๆ ต่างหลงใหล ยิ่งกว่านั้น ความพยายามจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในการรักษาระดับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้ต่อเนื่องต่อไป”


คุณวิชิต ประกอบโกศล - นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว
“คาดว่าไตรมาส 4 ของปีนี้ นักท่องเที่ยวจีนจะมีอัตราลดลง สำคัญที่สุดคือปีหน้าจะเป็นอย่างไร หากนักท่องเที่ยวจีนไปเที่ยวประเทศอื่น เสนอว่าควรพิจารณาการให้ Double Entry Visa ซึ่งเป็นการทำตลาดเชิงบวก ให้เกิดความมั่นใจต่อผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวจะได้รู้สึกว่าซื้อ 1 แถม 1 และจะได้เที่ยวเมืองรองตามนโยบายของรัฐบาล”


[English]
Bangkok Continues Reign as World’s Top Destination for Three Consecutive Years

The latest Mastercard Global Destination Cities Index (GDCI) 2018 report showed Bangkok remained the world’s No. 1 destination in the survey of 162 cities around the world, with London still trailing behind.  According to the report, Bangkok registered a total number of visitors of 20.05 million – an annual increase of 9.6%, and each foreign visitor spent an average of 4.7 days in Bangkok and US$173 each day, which is a 13.8% on-year.

The reasons behind Bangkok’s continued reign on the top spot of the list for the third consecutive year included Thailand’s being entrusted to host several international events, the Thai government’s short-term visa waiver policy and the city’s comparatively lower travel cost.

The Solo Travel Trends 2018 study also found that Bangkok has been named the most popular destination for solo Asian travelers and No. 6 among western solo travelers because of the city’s long list of interesting destinations – from shopping to nighttime entertainment, cultural places and dining experiences.

The Tourism Council of Thailand (TCT) revealed that the Thailand Tourism Confidence Index in the third quarter of 2018 stood at 96, which was slightly lower than the benchmark of 100 but still higher than 94 recorded in the preceding quarter.  It is projected that the index will rise to 103 on the back of more active promotional activities towards the end of the year and the business expansion of low-cost airlines.

TCT believes there remains room for growth for foreign arrivals while tourism operators are having more confidence in the future, as transportation system is making traveling faster and easier, the Thai economy continues improving and the government’s PR policy is actively executed.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments