728 x 90

การรถไฟฯยอมคืน ตลาดนัดจตุจักร ให้กทม.ดูแลพร้อมพัฒนาให้เป็นตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

img

ไปอยู่ในความดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 55 แม้จะมีการปรับปรุงพัฒนาในหลายด้าน แต่จากปัญหาหลักจากความไม่ลงรอยของผู้ค้ากับการรถไฟฯ ในเรื่องอัตราค่าเช่าแผง และการบริหารจัดการขยะ จนเกิดข้อร้องเรียนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในที่สุดรัฐบาลได้มีคำสั่งให้ส่งมอบหน้าที่บริหารจัดการ “ตลาดนัดจตุจักร” ที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกคืนสู่ความดูแลของกรุงเทพมหานครอีกครั้ง 

รฟท.มอบสิทธิบริหารตลาดจตุจักรให้ กทม.
โดยล่าสุด การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ส่งมอบการบริหารงานตลาดนัดจตุจักร ให้แก่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นที่เรียบร้อย ไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 61 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากที่คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตร ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ได้มีการประชุมแก้ปัญหาเรื่องตลาดนัดจตุจักร เมื่อวันที่ 12 กันยายน 61 โดยมีข้อสรุปให้ กทม. เป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรเช่นเดิม รวมถึงการบริหารจัดการเก็บขยะ และเก็บค่าเช่าแผงต่าง ๆ ส่วนการรถไฟฯ จะได้รับประโยชน์จากค่าเช่าที่ดินจาก กทม. พร้อมให้พิจารณาลดอัตราค่าเช่าแผงค้าลงด้วย  

ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 61 ได้มีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ระบุว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ค้ารายย่อยภายในตลาดนัดจตุจักร และลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนผู้ใช้บริการในตลาดนัดจตุจักร จึงมอบหมายให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งรัดการดำเนินการโอนความรับผิดชอบการบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรไปเป็นความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร  

เร่งปรับภูมิทัศน์ดึงดูดนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ หลังจากส่งมอบหน้าที่บริหารงานตลาดนัดจตุจักรอย่างเป็นทางการแล้ว กทม. จะเข้าบริหารจัดการในทันที โดยกำหนดเป้าหมายว่าสิ่งที่ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนคือ ประตูทางเข้าของตลาดทั้ง 3 ด้านที่เริ่มมีสภาพเก่า รวมไปถึงดำเนินการปรับพื้นผิวถนนภายในตลาดบางส่วนในระยะแรกก่อน จากนั้นจะให้สำนักการโยธามาดำเนินการปรับพื้นผิวถนนภายในตลาดทั้งหมด พร้อมทั้งได้ขอความร่วมมือจากผู้ค้าให้ช่วยกันรักษาความสะอาด และปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับอย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้นจะพิจารณาเรื่องอัตราค่าบริการห้องน้ำภายในตลาด ที่ปัจจุบันเก็บ 5 บาท/ครั้งนั้น อาจจะแพงไปสำหรับผู้ทำการค้าภายในตลาด ซึ่งจะเจรจากับผู้ประกอบการเพื่อขอลดราคาให้สำหรับผู้ค้าภายในตลาดด้วย รวมถึงจะเจรจากับผู้ประกอบการให้เช่าร่มสนาม ขอให้เปลี่ยนใหม่ใช้เป็นสีเดียวกันทั้งตลาด เพื่อให้เกิดความสวยงามด้วย

ส่วนพนักงานรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความสะอาด ที่ การรถไฟฯ จ้างเอกชนดำเนินการนั้น ต้องดูก่อนว่าสัญญาจ้างนั้นที่หมดอายุหรือยัง ถ้ายังก็ให้เป็นไปตามสัญญาก่อน ต่อไปอาจจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยเพียงบางส่วน แล้วให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ รวมถึงจะประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยดูแลความปลอดภัย

ทั้งนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประกาศว่าจะบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักร ซึ่งเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คสำคัญของประเทศไทย ภายใต้กรอบแนวคิดการบริหาร คือ “เสน่ห์วิถีไทย ประทับใจนักท่องเที่ยว” เพื่อรักษามาตรฐานความนิยมของตลาด และจะพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวต่อไป

ให้ กทม. ดูแลแค่ปี 71 รับแผนปั้นศูนย์พหลโยธิน
สำหรับการเข้าบริหารตลาดนัดจตุจักรของ กทม. ในรอบนี้ เป็นการทำสัญญาบริหารตลาดบนพื้นที่ 68 ไร่ 1 งาน 88 ตารางวา โดยก่อนหน้านี้ กทม. ได้ยื่นข้อเสนอต่อการรถไฟฯ เพื่อขอเช่าเป็นเวลา 25 ปี เท่ากับระยะเวลาที่เคยบริหารตลาดนัดจตุจักรที่ผ่านมา เพื่อให้ครอบคลุมต่อการพัฒนาพื้นที่ ซึ่ง กทม. คาดว่าจะใช้งบประมาณ 200-300 ล้านบาท และขอเริ่มเข้าบริหารตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 62

แต่เนื่องจากการรถไฟฯ มีแผนแม่บทในการพัฒนาศูนย์คมนาคมพหลโยธิน ซึ่งการพัฒนาที่ดินบริเวณตลาดนัดจตุจักร จะอยู่ในพื้นที่โซน D ที่ตามแผนแม่บทกำหนดช่วงการพัฒนาไว้ระหว่างปี 2571-2575 ดังนั้นระยะเวลาการให้ กทม. เช่าจึงไม่เกินปี 2571 โดยการรถไฟฯ คิดอัตราค่าเช่าตามระเบียบ ในอัตราปีละ 225,951,009 บาท และให้ส่วนลดตามเงื่อนไขการให้เช่าระหว่างหน่วยงานรัฐ 25% รวมเป็นอัตราค่าเช่าเรียกเก็บจาก กทม. ปีละ 169,463,250 บาท/ปี ระยะเวลาเช่าไม่เกินปี 2571 โดยจะพิจารณาทบทวนค่าเช่าทุกๆ 3 ปี

ลดค่าเช่าเหลือ 1,800 บาท/แผง/เดือน  
ส่วนอัตราการเก็บค่าเช่าจากผู้ค้า ก็เป็นไปตามที่ คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปราชการแผ่นดิน คณะที่ 5ฯ กำหนด คือ ปรับลดลง จากเดิมที่ การรถไฟฯ เก็บในอัตรา 3,154 บาท/แผง/เดือน เป็น 1,800 บาท/แผง/เดือน  

โดย กทม. ประเมินแล้วว่าจากการเก็บค่าเช่าจากผู้ค้าในอัตราดังกล่าว จะสามารถเก็บรายได้ได้ปีละ 256 ล้านบาท/ปี และมีรายจ่าย 47 ล้านบาท/ปี โดยคาดว่าในปี 62 จะคงเหลือผลกำไร 190 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอที่ต่อการดำเนินกิจการตลาดนัดจตุจักร โดย กทม.จะจัดเก็บกับผู้ค้าทุกสิ้นเดือน ไม่มีการเรียกเก็บล่วงหน้า และขอให้ผู้ค้าจ่ายค่าเช่าให้ตรงเวลา 

หามาตรการช่วยเคลียร์หนี้ผู้ค้า-รฟท.
ส่วนกรณีที่มีผู้เช่าแผงค้าค้างชำระกับการรถไฟฯ ตามข้อมูล ณ เดือนตุลาคม 61 ซึ่งมีกรณีที่อยู่ระหว่างการเร่งรัด 4,030 เรื่อง เป็นเงิน 421,762,492 บาท  และมีผู้ค้าแผงค้าต้นไม้ที่มีหนี้ติดค้างการรถไฟฯ จำนวน 3,060,900 บาท รวมถึงผู้ใช้พื้นที่จุดผ่อนผัน 12,674,671 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 437,498,063.68 บาทนั้น กทม. มีแผนที่จะเรียกผู้ค้าเหล่านั้นมาคุยด้วย และในเบื้องต้นได้มีการหารือร่วมกันระหว่าง กทม. การรถไฟฯ กระทรวงการคลัง ธนาคารออมสิน และ ธกส. เพื่อหามาตรการช่วยเหลือด้านสินเชื่อเพื่อให้ผู้ค้านำไปจ่ายคืนให้การรถไฟฯ แล้ว ซึ่งอาจจะพิจารณาจากผู้เช่าที่ไม่มีปัญหาเครดิตบูโรก่อน

ส่วนผู้เช่าที่มีคดีความกับการรถไฟฯ อยู่ ในรายที่เจรจาตกลงกันได้ ก็จะให้นำเงินมาจ่ายให้ กทม. ซึ่ง กทม. จะช่วยเจรจากับการรถไฟฯ ขอลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ ส่วนผู้เช่าที่มีปัญหาหนี้นอกระบบ กทม. จะเรียกเจ้าหนี้มาพูดคุยตกลงเงื่อนไข  โดยดอกเบี้ยต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หากไม่ยอมก็จะส่งดำเนินคดีต่อไป     

โละสัญญาเช่าใหม่ ก.พ. 62 พร้อมสั่งห้ามเซ้งแผงต่อ 
ทั้งนี้ สัญญาเช่าต่างๆ ภายในตลาดนัดจตุจักรที่มีอยู่ จำนวน 32 สัญญา และสัญญาว่าจ้าง 2 ฉบับ จะหมดอายุในช่วงระหว่างปี 62-66 ซึ่งการรถไฟฯ จะโอนสิทธิและหน้าที่ในการบริหารให้แก่ กทม. เพื่อให้บริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด โดย กทม. มีเป้าหมายว่าในส่วนสัญญาเช่าของผู้ค้าที่จะหมดอายุในเดือน กุมภาพันธ์ 62 กทม. จะทำการเซ็ตซีโร่ใหม่ทั้งหมด และจะกำหนดเงื่อนไขอย่างชัดเจนว่าผู้ค้า 1 คนต่อ 1 แผง และห้ามมีการเช่าช่วงต่อ เพื่อแก้ปัญหาจากที่ปัจจุบันเจ้าของแผงมักจะปล่อยเช่าช่วงต่อในอัตราเช่าที่สูงกว่าค่าเช่าจริง

การโอนสิทธิบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรกลับมาอยู่ในความดูแลของ กทม. อีกครั้ง ถือได้ว่าเป็นการนับหนึ่งในการจัดระเบียบกันใหม่ ที่ต้องจับตาว่า กทม. จะรักษาความสะอาด  จัดระเบียบ และแก้ปัญหาการเช่าช่วงหรือเซ้งแผงค้าในราคาที่สูงกว่าราคาเช่าจริงหลายเท่าตัวได้ตามที่ประกาศจริงหรือไม่ น จึงยังเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับ กรุงเทพมหานคร
__________
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง - ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)
“ตลาดนัดจตุจักรเป็นย่านการค้าที่มีชื่อเสียงของกรุงเทพฯ และประเทศไทย โดยเคยได้รับการจัดอันดับเป็นตลาดกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เนื่องจากมีร้านจำหน่ายสินค้าหลากหลายมากกว่า 9,000 ร้าน  มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเดินทางมาเลือกซื้อสินค้าและเยี่ยมชมมากถึง 2 แสนคนต่อวัน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้แก่ประเทศเป็นจำนวนไม่น้อย ทั้งยังก่อให้เกิดการจ้างงานและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาล  ทั้งนี้หลังจากที่ได้กลับเข้ามาบริหารตลาดนัดจตุจักรอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 61 เป็นต้นไป กรุงเทพมหานครจะดำเนินงานโดยมีกรอบแนวคิดการบริหาร คือ “เสน่ห์วิถีไทย ประทับใจนักท่องเที่ยว” เพื่อรักษามาตรฐานความนิยมของตลาด และจะพัฒนาให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป เพื่อสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวต่อไป”

[English]
Chatuchak Market Now under BMA's Supervision
The State Railway of Thailand (SRT) has completed the handover of the operations of Chatuchak Weekend Market to the Bangkok Metropolitan Administration (BMA) since December 1, after the reform committee chaired by Deputy Prime Minister Gen. Prawit Wongsuwon resolved on September 12 to task the BMA to oversee the famous market while the SRT will still be enjoying rental income from Bangkok’s city hall.

The BMA’s first and urgent mission after taking over the operations of the Chatuchak Market is the refurbishment of all three gates and the improvement of parts of the roads inside the market, which have been significantly worn out.

Other plans on the drawing board are the review of the 5-baht toilet fee, which the BMA believes is too high for tenants and the negotiation with all shops to agree with the use of only one color of outdoor umbrellas for the sake of aesthetic.

Bangkok Governor Pol. Gen. Asawin Kwanmuang said that the BMA’s management of this weekend market, which is one of the country’s famous landmarks, will focus on “Thailand’s charming way of life … in the eyes of travelers” while ensuring the continuity of the popularity of the market among visitors.

Under the new contract, the BMA will be running the Chatuchak Market for only seven years before the SRT commences its Phaholyothin transportation hub development plan in a part of the market, which is scheduled during 2028 and 2032. 

Tenants can also expect good news as the BMA will lower the monthly rental to 1,800 baht per stall from the SRT’s rate of 3,154 baht. 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments