728 x 90

คนกรุงเตรียมใจ ขสมก. ขึ้นค่ารถ 21 ม.ค. นี้ บขส. - รถร่วม พาเหรดปรับราคาด้วย

img

สืบเนื่องจากมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ครั้งที่ 10/2561 เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2561 ได้อนุมัติให้ปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถโดยสาร ครอบคลุมทั้งรถโดยสารประจำทาง ขสมก. รถร่วมบริการ ขสมก. รวมถึง รถโดยสาร บขส. และรถร่วมบริการ บขส. โดยจะเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2562 นี้เป็นต้นไป

ขสมก. ทยอยปรับราคา 2 ระยะ  
โดยในส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) คุณประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. ได้เปิดเผยว่า ขสมก. จะดำเนินการปรับขึ้นค่าโดยสารรถประจำทางที่วิ่งให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามมติของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง แต่เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน จึงได้มีการพิจารณาให้แบ่งช่วงเวลาในการปรับค่าโดยสารเป็น 2 ระยะ คือ ระยะแรก มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2562 ส่วนระยะที่ 2 จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2563

รถเมล์ร้อนขึ้น 1.50 บาท 
สำหรับรายละเอียดในการปรับค่าโดยสาร ในส่วนของรถโดยสารธรรมดา (รถเมล์ร้อน) ได้รับอนุมัติให้ปรับขึ้นไม่เกิน 10 บาท ซึ่งจากเดิมที่เก็บอยู่ 6.50 บาท ซึ่ง ขสมก. จะปรับขึ้นในระยะแรก 1.50 บาท เป็น 8 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2562 - 20 ม.ค. 2563 จากนั้นระยะที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2563 เป็นต้นไป จะปรับขึ้นค่าโดยสารอีกในอัตรา     2 บาท รวมเป็น 10 บาท 

รถ ปอ. เพิ่มราคา 3 บาท
ส่วนรถปรับอากาศ (รถเมล์แอร์ ครีมน้ำเงิน) เดิมทีเก็บค่าโดยสารในอัตตรา 10 - 18 บาท ตามระยะทาง จะปรับขึ้นอีก 3 บาท รวมเป็น 13 - 21 บาท โดยระยะแรกปรับขึ้น 2 บาทก่อน เป็น 12 - 20 บาท จากนั้นระยะที่ 2 จะปรับขึ้นอีก 1 บาท เป็น 13 - 21 บาท

สำหรับรถปรับอากาศยูโรทู (สีเหลืองส้ม) จะปรับราคาขึ้น 3 บาทเช่นกัน จากเดิมเก็บที่ราคา 11 - 23 บาท ปรับเป็น 14 - 26 บาท โดยระยะแรก ปรับขึ้น 2 บาท เป็น 13 - 25 บาท จากนั้นระยะที่ 2 จะปรับส่วนที่เหลืออีก 1 บาท เป็นราคา 14 - 26 บาท 

รถเมล์ NGV เก็บ 15-25 บาท
ขณะที่รถโดยสารใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ (NGV) จากเดิมอัตราค่าโดยสารเก็บตามระยะทาง อยู่ที่ราคา 11 - 23 บาท ได้มีการกำหนดอัตราค่าโดยสารใหม่เช่นเดียวกัน คือ ในระยะทาง 4 กม. แรกเก็บค่าโดยสารไม่เกิน 15 บาท ระยะทาง 4 - 16 กม. เก็บไม่เกิน 20 บาท และระยะทางเกิน 16 กม. ขึ้นไป เก็บไม่เกิน 25 บาท

กรณีที่เป็นเส้นทางที่ต้องขึ้นทางด่วน รถปรับอากาศจะเก็บค่าทางด่วนเพิ่มขึ้นอีก 2 บาท/คน/เที่ยว จากเดิมที่ไม่มีการเรียกเก็บในส่วนนี้

ในส่วนของรถปรับอากาศ สาย A1 - A4 และ S1 ยังคงเก็บในราคาเดิม คือ A1 - A2 ราคา 30 บาทตลอดสาย, A3 - A4 ราคา 50 บาทตลอดสาย และ S1 ราคา 60 บาทตลอดสาย

ทั้งนี้ ขสมก. ได้ติดประกาศข้อความประชาสัมพันธ์การปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร บนรถเมล์กว่า 2,700 คัน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผูู้โดยสารรับทราบ รวมทั้งจะเร่งฝึกอบรมพนักงานขับรถและพนักงานเก็บค่าโดยสาร ในด้านการให้บริการให้มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ผู้โดยสารทราบว่านอกจากจะปรับขึ้นค่าโดยสารแล้ว  ผู้โดยสารยังจะได้รับการบริการที่ดีขึ้นอีกด้วย 

เอกชนยินดีขึ้นราคา พร้อมปรับปรุงบริการ
นอกจากนั้นยังได้มีการปรับราคาค่าโดยสารในส่วนของรถโดยสารร่วมบริการฯ ด้วยเช่นกัน สำหรับรถเมล์ร้อน จะปรับราคาขึ้นจาก 9 บาทเป็น 10 บาท ส่วน รถ ปอ. จะปรับราคาเพิ่มระยะทางละ 1 บาท จากเดิม 11 - 23 บาท เป็น 12 - 24 บาท

คุณภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง (สมาคมรถร่วมฯ) กล่าวว่า หลังจากที่กระทรวงคมนาคมมีความชัดเจนในเรื่องการปรับขึ้นค่ารถโดยสารประจำทาง (รถเมล์) แล้ว ผู้ประกอบการรถร่วมบริการ ขสมก. จำนวน 30 ราย ที่มีสัญญาสัมปทานรวม 150 เส้นทาง มีรถให้บริการรวมกว่า 1,500 คัน จะเจรจากับกลุ่มทุนเพื่อหาผู้ร่วมทุนใหม่ เนื่องจากต้องใช้วงเงินลงทุนจำนวนมาก ทั้งการติดตั้งระบบ E-Ticket บนรถโดยสารประจำทาง ที่คาดว่าต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อย 1,500 - 2,000 ล้านบาท และจะต้องมีการลงทุนจัดซื้อรถเมล์ใหม่ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าต้องจัดซื้อใหม่ประมาณ 1,500 คัน ถึงจะมีความคุ้มค่าในการลงทุน โดยจะทยอยซื้อ คาดว่าล็อตแรกจะซื้อให้ได้ในปี 2562 นี้ ประมาณ 500 คัน ซึ่งมีต้นทุนคันละประมาณ 5 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 2,500 ล้านบาท 

บขส. ขึ้นราคา 10%
ขณะที่รถโดยสารของบริษัทขนส่งจำกัด (บขส.) และรถร่วมบริการ ก็จะมีการปรับราคาขึ้นไม่เกิน 10% โดยแบ่งเป็น 4 ช่วง ประกอบด้วย ระยะทาง 40 กม. แรก เดิม 0.49 บาท/กม. ปรับเป็น 0.53 บาท/กม. ส่วน ระยะ 40 - 100 กม. เดิม 0.44 บาท/กม. เป็น 0.48 บาท/กม., ระยะ 100 - 200 กม. เดิม 0.40 บาท/กม. เป็น 0.44 บาท/กม. และระยะทางเกิน 200 กม. ขึ้นไป เดิม 0.36 บาท/กม. เป็น 0.39 บาทต่อ กม.

ในประเด็นดังกล่าว คุณสุจินดา เชิดชัย หรือเจ๊เกียว นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง หรือ รถร่วม บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้เผยว่า ผู้ประกอบการได้หารือกันแล้วพบว่ายังไม่ค่อยพอใจในการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารครั้งนี้ เพราะปรับขึ้นค่าโดยสารน้อยไป แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการปรับขึ้นค่าโดยสารให้ ทางผู้ประกอบการก็จะพัฒนาระบบบริการให้ดีขึ้นด้วย โดยจะมุ่งเน้นให้บริการด้วยรถทัวร์ที่มีสภาพดีและปลอดภัย ไม่นำรถทัวร์เก่ามาปรับปรุงสภาพใหม่แล้วเอามาให้บริการอย่างแน่นอน พร้อมกับจะมีการปรับเส้นทางวิ่งให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ใช้บริการ เช่น เส้นทางระยะสั้นไม่เกิน 300 กม. ที่มีรถวิ่งเพียง 1 เที่ยวต่อวัน จะนำไปวิ่งเสริมในเส้นทางสายเหนือ และสายอีสาน ที่มีเที่ยววิ่งหลายเที่ยวต่อวัน หรือเส้นทางระยะสั้นก็อาจจะปรับจำนวนเที่ยววิ่งลง เพราะระยะสั้นส่วนใหญ่จะนิยมขับรถส่วนตัวกันมากกว่า และจะมีแผนปรับปรุงรถเก่าเพื่อยกระดับการให้บริการในปี 2562 

แท็กซี่ลุ้นเคาะขึ้นราคาคิวต่อไป
ขณะที่รถโดยสารประจำทางที่ ขสมก., บขส. และผู้ประกอบการเอกชน ต่างก็ได้รับไฟเขียวให้ปรับขึ้นค่าโดยสารกันแล้ว ในส่วนของรถแท็กซี่ ยังคงต้องรอฟังคำตอบอยู่ว่าจะได้ขึ้นด้วยหรือไม่

ล่าสุด คุณกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาแนวทางการปฏิรูปแท็กซี่ จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โดยภายในเดือนมกราคมนี้จะประชุมเพื่อพิจารณาการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ ซึ่งมีแนวทางการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ เบื้องต้นมี 3 รูปแบบ คือ 1. การปรับราคาเริ่มต้นจาก 35 บาท เป็น 40 บาท ในช่วง 2 กม. แรก 2. การปรับราคาช่วงรถติด จากเดิมนาทีละ 2 บาท เป็นนาทีละ 3 บาท และ 3. รถแท็กซี่ที่ให้บริการบริเวณสนามบิน จะมีการคิดค่าสัมภาระเพิ่มเติม กรณีที่มีสัมภาระมากกว่า 2 ชิ้นขึ้นไป เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียด เพื่อไม่ให้กระทบทั้งผู้ให้บริการรถแท็กซี่และประชาชน

การปรับขึ้นค่าโดยสารรถประจำทาง อาจจะไม่มีผลกระทบอะไรมากนักต่อประชาชน เนื่องจากมีการทยอยปรับขึ้นเพื่อให้ไม่เป็นภาระหนักจนเกินไป และประชาชนก็ยินดีที่จะจ่ายเป็นอย่างยิ่ง หากได้มาซึ่งการบริการที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ที่สำคัญคือหน่วยงานที่กำกับดูแลและปฏิบัติการจะต้องทำตามสัญญาทั้งเรื่องปรับปรุงรถใหม่ จัดซื้อรถใหม่ ยกระดับการให้บริการ ยกระดับคุณภาพพนักงานประจำรถ ต้องทำให้ได้จริง อย่าปล่อยให้เป็นเพียง “คุณภาพเท่าเดิม เพิ่มเติมแค่ราคา”
__________
คุณพีระพล ถาวรสุภเจริญ - อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) 
“จากที่ไม่มีการปรับค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุน ส่งผลให้ที่ผ่านมาผู้ประกอบการรถร่วมฯ ขสมก. ได้แจ้งหยุดเดินรถ 565 คัน จากรถที่มี 3,712 คัน และหยุดเดินรถโดยไม่แจ้งอีกกว่า 1,000 คัน หรือมีรถโดยสารออกจากระบบไป 18% ทำให้มีรถวิ่งให้บริการไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประชาชนต้องรอรถเป็นเวลานาน และต้องใช้รถสาธารณะอื่นแทนซึ่งมีค่าบริการที่สูงกว่า ทางคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางจึงมีมติอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารได้ อย่างไรก็ตามที่ประชุมได้พิจารณาอย่างรอบคอบตามสภาพการเดินรถและการปรับปรุงบริการ และค่าเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล) ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอัตราที่ปรับต่ำกว่าผลศึกษาของ    ทีดีอาร์ไอที่เสนอให้ปรับ 30% เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีการกำหนดเที่ยววิ่งลดลงให้สอดคล้องกับความต้องการจริง ซึ่งไม่กระทบต่อผู้โดยสาร”

[English]
Thai bus fare rates set to go up Jan 21
Fare rates for Bangkok and provincial bus services are set to go up on January 21, following an approval from the government committee in charge of the matter.

In the capital city, Bangkok Mass Transit Authority (BMTA) plans to implement the fare increase in two phases, with the first set on January 21, 2019 and the second to kick off on January 21, 2020.

Under the BMTA plan, regular bus fare will rise to no more than 10 baht from the regular rate of 6.50 baht and the increase will be an increment of 1.50 baht during the first phase but it rises by 2.00 baht in the second phase.

For air-conditioned buses, fare will be adjusted up by three baht, with the rate to increase 2.00 baht during the first phase and 1.00 baht in the second phase, while all NGV-operated buses will charge 15-25 baht — an increase from the existing range of 11-23 baht.

BMTA has announced the looming fare rise on over 2,700 buses to alert commuters about the change while proceeding to retrain their drivers and fare collectors to provide more quality service in an exchange for higher fare rates.

For privately-operated buses, rate rates will also go up to 10 baht from 9 baht for regular buses and to a range of 12-24 baht from 11-23 baht for air-conditioned buses.

Operators of the provincial bus service will also raise their fare rates by no more than 10%.
What’s next is for an increase in tax fare rates, which the Land Transport Department awaits to decide after reviewing a study by Thailand Development Research Institute.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments