728 x 90

วิกฤตค่าแรงไทยต่ำ ค่าครองชีพสูง

img

ผลสำรวจชี้ค่าครองชีพคนกรุงสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ขณะที่อัตราค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารของคนไทยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 56.4 ของค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับประเทศค่าครองชีพสูงอย่างออสเตรเลียและสหราชอาณาจักร โดยประเทศดังกล่าวมีอัตราค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหารขั้นพื้นฐานเฉลี่ยร้อยละ 7.7 ของค่าแรงขั้นต่ำ แสดงให้เห็นว่า คนไทยจ่ายเงินค่าดำรงชีพแพงเกินค่าแรง! 

กรุงเทพฯติดอันดับ 2 ค่าครองชีพสูงในอาเซียน
จากการเปิดเผยดัชนีค่าครองชีพทั่วโลก ปี 2562 โดย numbeo.com เว็บไซต์ฐานข้อมูลด้านค่าครองชีพ ที่คำนวณจากค่าสินค้าอุปโภคบริโภคต่างๆ อาทิ ค่าอาหารในร้านอาหาร ค่าเช่าที่พักอาศัย และกำลังซื้อของประชากรเมือง พบว่า กรุงเทพมหานคร ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุด เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน นอกจากนี้เมืองท่องเที่ยวหลักของไทย อย่างภูเก็ต พัทยา และเชียงใหม่ ยังติดใน 10 อันดับแรกเมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในภูมิภาคอีกด้วย (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 1)ซึ่งในช่วงต้นของทุกๆ ปี ค่าแรงขั้นต่ำจะถูกปรับปรุงในหลายประเทศ สำหรับไทยแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ให้สัตยาบันอนุสัญญาค่าแรงขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติ แต่แนวคิดนี้เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย

โดยรายงานการปรับอัตราค่าแรงขั้นต่ำในประเทศไทยล่าสุด จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้กำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเงินวันละ 308-330 บาท แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ โดยในท้องที่จังหวัดชลบุรี ภูเก็ต และระยอง สูงสุดที่ 330 บาท และในท้องที่จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ต่ำสุดที่ 308 บาท ส่วนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลอยู่ที่ 325 บาท (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 2)อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่แรงงานไทยต้องเผชิญคือ ค่าแรงขั้นต่ำเพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการทางโภชนาการขั้นพื้นฐานหรือไม่ โดยทีมวิเคราะห์ของ
www.picodi.com เว็บไซต์ดีลส่วนลดและสินค้าต่างๆ จากร้านค้าหลากหลายแบรนด์ ได้พิจารณาราคาของกลุ่มอาหารสากล 8 กลุ่ม ได้แก่ ขนมปัง(เทียบได้กับปลา), นม, ข้าว, ไข่, ชีส (เทียบได้กับอาหารกระป๋อง), เนื้อ, ผลไม้ และผัก ใน 52 ประเทศ เทียบกับค่า แรงขั้นต่ำในปัจจุบันของประเทศนั้นๆ ปรากฏว่า ประเทศที่มีอัตราส่วนระหว่างราคาอาหารและค่าแรงขั้นต่ำดีที่สุดคือ อันดับ 1 ออสเตรเลีย ร้อยละ 6.7 อันดับ 2 ไอร์แลนด์ ร้อยละ 7.3 และอันดับ 3 สหราชอาณาจักร ร้อยละ 7.7 ซึ่งหมายความว่า เมื่อคำนึงถึงราคาท้องถิ่นแล้ว ลูกจ้างที่ได้รับค่าตอบแทนต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้จะจ่ายประมาณ ร้อยละ 7 ของเงินเดือนสำหรับมูลค่าอาหารแบบเดียวกัน

 


ขณะที่ไทย มีค่าแรงขั้นต่ำในประเทศ  อยู่ที่ประมาณ 6,636 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงราคาเฉลี่ยของอาหารในประเทศไทยแล้ว ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อาหารพื้นฐานอยู่ที่ประมาณร้อยละ 56.4 ของค่าแรงขั้นต่ำ หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในกลุ่มอาหารพื้นฐานของไทยเกินครึ่งของค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 49 จากทั้งหมด 52 ประเทศ

ขณะที่บรรดาประเทศที่มีลำดับต่ำกว่าไทย ได้แก่ อันดับที่ 50 อินเดีย ร้อยละ 61.2 อันดับที่ 51 ฟิลิปปินส์ ร้อยละ 81.3 และอันดับที่ 52 ไนจีเรีย ร้อยละ 194.7% แสดงให้เห็นว่า ค่าแรงขั้นต่ำแทบจะไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายของมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่เป็นพื้นฐาน ส่วนฟิลิปปินส์และไนจีเรีย กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 3)ต้นทุนอาหารของคนไทย
สำหรับตัวอย่างของผลิตภัณฑ์พื้นฐานโภชนาการที่ประกอบไปด้วยรายการจาก 8 กลุ่มอาหารสากล แม้จะเป็นเพียงรายการอาหารระยะสั้นและประหยัด แต่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถตอบสนองความต้องการทางโภชนาการของผู้บริโภคและราคาก็มีการตรวจสอบกันอย่างต่อเนื่องทั่วโลก

เมื่อพิจารณาราคาสินค้าในประเทศไทยพบว่า คนไทยต้องจ่ายเงินประมาณ 3,740 บาท สำหรับรายการสิ่งของที่บรรจุอยู่ในตะกร้าโภชนาการนี้ ได้แก่ นม 10 ลิตร ราคา 548 บาท, ขนมปัง 10 ก้อน หรือปลาทูสด 3 กิโลกรัม 389 บาท, ข้าว 2.5 กิโลกรัม 60 บาท, ไข่ 20 ฟอง 85 บาท, ชีส 1 กิโลกรัม หรืออาหารกระป๋อง 4 กิโลกรัม 576 บาท, เนื้อไก่และเนื้อวัว 6 กิโลกรัม 1,345 บาท, ผลไม้นานาชนิด 6 กิโลกรัม 399 บาท และผัก 8 กิโลกรัม 338 บาท (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 4)

ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าแรงขั้นต่ำของคนไทยแล้ว แทบจะไม่เพียงพอสำหรับต้นทุนของอาหารธรรมดาที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน ข้อมูลล่าสุด ปี 2560 พบว่า ครัวเรือนไทยมีรายได้เฉลี่ย 26,946 บาทต่อเดือน ร้อยละ 45.1 มาจากค่าจ้างและเงินเดือน อีกร้อยละ 18.1 เป็นกำไรสุทธิจากการทำธุรกิจ ร้อยละ 8.7 กำไรสุทธิจากการทำการเกษตร ร้อยละ 11.6 เป็นรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากการทำงาน เช่น เงินที่ได้รับความช่วยเหลือจากบุคคลอื่นนอกครัวเรือน/รัฐ ร้อยละ 1.4 รายได้จากทรัพย์สิน เช่น ดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังมีรายได้ที่ไม่เป็นตัวเงินในรูปสวัสดิการ/สินค้าและบริการต่างๆ ที่ได้รับมาโดยไม่ต้องซื้อร้อยละ 13.8

ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่เดือนละ 21,437 บาท ร้อยละ 35.1 เป็นค่าอาหารเครื่องดื่มและยาสูบ รองลงมาร้อยละ 20.3 เป็นค่าที่อยู่อาศัยเครื่องแต่งบ้านและเครื่องใช้ภายในบ้าน ร้อยละ 17.4 เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับยานพาหนะและการเดินทาง ร้อยละ 14.2 เป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ของใช้ส่วนบุคคล ใช้ในการสื่อสาร ใช้เพื่อการศึกษา ฯลฯ  และ ร้อยละ 13.0 เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค  (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 5)เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่า รายจ่ายของคนไทยระดับครัวเรือน กว่าร้อยละ 35.1 หมดไปกับค่าอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเมื่อเทียบกับระดับบุคคลที่ได้รับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราส่วนราคาอาหารเท่ากัน พบว่า แรงงานไทยต้องเสียค่าอาหารเกินครึ่งจากค่าจ้าง ซึ่งไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย เพราะอาหารคือปัจจัยสำคัญเพื่อการดำรงชีพ แต่อำนาจการซื้อแทบไม่มีอยู่ในมือ นับเป็นปัญหาวิตกกังวลของคนไทยมาตลอด

อย่างไรก็ตาม แม้การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอย่างที่ผ่านมา จะพอทุเลาปัญหาสินค้าราคาแพงได้บ้าง รวมถึงการส่งมหกรรมจัดงานลดราคาสินค้าก็เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น ดังนั้นภาครัฐต้องหามาตรการดูแลอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ผู้บริโภครู้สึกฝืดเคืองในการจับจ่ายใช้สอยด้วยรายได้ที่สวนทางกับค่าครองชีพที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
__________
คุณธนวรรธน์ พลวิชัย - ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย 
“ประชาชนไทยเป็นหนี้สูงขึ้นเกิดจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น มีการซื้อสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้น มีการผ่อนสินค้ามากเกินไป และการมีรายได้ลดลง แต่มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 จะฟื้นตัวได้ดีในไตรมาส 2 ส่งผลทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้นและสามารถชำระหนี้ได้ดีขึ้น”[English]
Thailand’s Minimum Wage, Still Too Low for Actual Cost of Living
A study on the cost of living from around the world in 2019 by numbeo.com found Bangkok is ASEAN’s second-most expensive city, while Phuket, Pattaya and Chiang Mai are also in the list of top-10 ASEAN cities with high cost of living.

Following the latest wage adjustment, Thailand’s minimum wage now ranges from 308 baht to 330 baht per day.  However, the current wage appears to be insufficient to help wage-earners meet basic nutritional need.

Picodi.com has conducted an analysis on prices of basic food, including bread, milk, rice, egg, cheese, meat products, fruit and vegetables, in comparison with the minimum wage of 52 countries and found that the cost of basic food in Thailand account for 56.4% of the monthly minimum wage of 6,636 baht.  With such costs representing more than 50% of the wage, Thailand was ranked 49th on the list of 52 countries and only followed by India (61.2%), the Philippines (81.3%) and Nigeria (194.7%).

Breakdown analysis suggested that each Thai needs 3,740 baht per month to buy 10 liters of milk (548 baht), 10 breads or three kilograms of Indian mackerel (389 baht), 2.5 kilograms of rice (60 baht), 20 eggs (85 baht), one kilogram of cheese or four kilograms of canned food (576 baht), six kilogram of chicken and beef (1,345 baht), six kilograms of fruit (399 baht) and eight kilograms of vegetables (338 baht).

Meanwhile, the 2017 household survey by the National Statistical Office indicated, out of Thai households’ average monthly income of 26,946 baht, each spends an average of 21,437 baht each month, with 35.1% dedicated to food and beverage and tobacco.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments