728 x 90

ค่าไฟขึ้น ค่าครองชีพพรวด

img

นับเป็นข่าวอีกเรื่องหนึ่งที่ประชาชนกังวล เมื่อรัฐมีมติปรับค่าเอฟทีขึ้นอีก 8.87 สตางค์ ส่งผลให้ค่าไฟเฉลี่ยอยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย มีผลในเดือน ก.ย.นี้ นั่นหมายถึงอีกเพียงหนึ่งเดือนเราก็ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะเมื่อไหร่ที่ค่าเอฟทีปรับเพิ่ม ค่าไฟก็จะขยับเพิ่มขึ้นด้วย

เผชิญภาวะค่าไฟพุ่ง
โดยปกติแล้ว ค่าเอฟที (Ft) จะมีการประกาศปรับปรุงทุกๆ 4 เดือนตามแต่ต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงเวลานั้น ซึ่งจะมีการประกาศให้ประชาชนรับทราบ ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติเห็นชอบให้ปรับค่าเอฟทีงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ เพิ่มอีก 8.87 สตางค์ต่อหน่วย หลังจากพบว่าได้คำนวณค่าเอฟทีแล้วอยู่ที่ -15.90 สตางค์ต่อหน่วย เพิ่มขึ้นจากงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. เท่ากับ 8.87 สตางค์

เมื่อรวมค่าเอฟทีที่ -15.90 สตางค์ต่อหน่วย กับค่าไฟฐานที่ 3.7556 บาทต่อหน่วย จะทำให้ค่าไฟฟ้าที่เรียกเก็บในบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มของงวดเดือน ก.ย. - ธ.ค. 2560 อยู่ที่ 3.5966 บาทต่อหน่วย จากงวดก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 3.5079 บาทต่อหน่วย 
อัตราค่าไฟ
สาเหตุหลักมาจาก สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำที่ลดลงตามฤดูกาล และการใช้ถ่านหินที่ลดลงจากการหยุดบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าตามแผนในช่วงฤดูหนาวที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าต่ำ รวมถึงราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งปรับตัวสูงขึ้นโดยเป็นผลมาจากสัดส่วน LNG ที่เริ่มสูงขึ้น จากราคาน้ำมันเตาที่ปรับตัวขึ้นก่อนหน้า

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อราคาเชื้อเพลิงและการผลิตไฟฟ้าในช่วงเดือน ก.ย. – ธ.ค. 60 ด้วย คืออัตราแลกเปลี่ยนที่เงินบาทแข็งค่ากว่าช่วง พ.ค. – ส.ค. ที่ระดับ 34.31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 34.19 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแข็งค่าขึ้น 0.12 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ไฟยิ่งใช้ยิ่งจ่ายเยอะ
เมื่อรัฐประกาศชัดว่ากันยายนนี้ค่าไฟปรับขึ้นแน่นอน เราจึงต้องเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว

การคำนวณว่าเราต้องจ่ายค่าไฟเท่าไหร่ เริ่มจากดูจำนวนยูนิตที่เราใช้ไปในแต่ละเดือน โดยแยกออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ค่าพลังงานไฟฟ้า จะคิดแบบอัตราก้าวหน้า ยิ่งใช้ยิ่งแพง ต่างกับสินค้าทั่วไปที่ยิ่งซื้อเยอะราคายิ่งถูกลง

ค่าไฟส่วนที่ 2 คือ ค่าเอฟที ซึ่งคิดจากต้นทุนที่ปรับเปลี่ยนไปจากราคาต่อยูนิตเดิมที่เคยคำนวณไว้ นำจำนวนยูนิตที่ใช้คูณกับค่าเอฟที จะได้ออกมาเป็นค่าไฟฟ้าผันแปร(Ft) จากนั้นนำค่าพลังงานไฟฟ้า, ค่าบริการรายเดือน, ค่าไฟฟ้าผันแปร มารวมกับภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จะได้เป็นเงินที่ต้องชำระทั้งสิ้น

หากต้องการทราบว่าจะต้องเสียค่าไฟเพิ่มขึ้นจากเดิมเท่าไร ให้เอาค่าเอฟทีที่เพิ่มขึ้น คูณด้วยจำนวนหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ในแต่ละเดือน เช่น บ้านหนึ่งหลังอยู่ 4 คน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ใช้ไฟเฉลี่ย 500 หน่วยต่อเดือน ราคาเดิมเคยจ่ายหน่วยละ 3.5079 บาท เท่ากับต้องจ่ายค่าไฟ เดือนละ 1,753.95 บาท (บวก VAT 7%)

แต่ค่าไฟอัตราใหม่ค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น 8.87 สตางค์ เท่ากับต้องจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นอีก 4,435 สตางค์ หรือ 44.35 บาท ก็จะจ่ายค่าไฟเพิ่มขึ้นเป็น 1,798.3 บาท (บวก VAT 7%)

เมื่อพิจารณาแล้ว ส่วนต่าง 44.35 บาทนั้น เราสามารถนำไปซื้อข้าวได้ 1 มื้อเลยทีเดียว ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟฟ้าของแต่ละบ้านด้วย เพราะต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าของแต่ละบ้านไม่เท่ากัน

ปรับตัวรับสถานการณ์
ในสภาวะที่เราต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายเพิ่ม คงไม่ดีนักหากผู้ประกอบการจะใช้โอกาสนี้ขอเพิ่มราคาสินค้า ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาประกาศแล้วว่า การปรับเพิ่มค่าไฟฟ้าเอฟทีในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค. นี้ จะมีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าเพียง 0.0001-0.1886% หรือแทบจะไม่มีผลกระทบเลย จึงไม่มีเหตุผลที่ผู้ประกอบการจะใช้เป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นราคาจำหน่ายสินค้า
พาณิชย์ยืนยันไม่ปรับราคาสินค้า
หากพบว่ามีการปรับราคาจำหน่ายสินค้าสูงขึ้น แจ้งสายด่วน 1569 ได้ทันที ถ้าตรวจสอบว่ากระทำผิดจริง จะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ด้านผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ต่างก็ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยนายธนพล อเนกสิทธิสิน ผู้ประกอบการบริษัท วิจิตรปาเก้ จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า หลังจากมีโอกาสเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานในภาคอุตสาหกรรม เมื่อปี 2558 ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการใช้พลังงานในบริษัท เช่น เปลี่ยนหลอดไฟทั้งหมดเป็นแบบ LED แม้ต้นทุนจะแพงกว่าแต่สามารถคืนทุนได้ภายใน 1 ปีครึ่ง, ย้ายที่ตั้งของโรงงาน โดยให้โรงงานผลิตอยู่ในโซนเดียวกันเพื่อลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น, แยกหม้อแปลงไฟฟ้าออกเป็น 2 ระบบ สำหรับเครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้าเยอะ และสำหรับที่พักและออฟฟิศ และจะมีการประเมินผลการใช้ไฟฟ้าอยู่เสมอๆ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม กกพ.ยังประเมินว่า ค่าไฟในปีหน้ายังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น เท่ากับว่าเรายังต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายนี้เพิ่มไปอย่างไม่หยุดหย่อน เว้นเสียแต่ว่า จะช่วยกันลดการใช้และประหยัดพลังงานมากกว่าที่ทำอยู่อีกหลายเท่าตัว


ชาญ ปัทมะวิภาค ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร กฟน.
"วิธีประหยัดไฟฟ้าที่เหมาะสมที่สุดคือ การเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าเฉพาะเวลาที่ต้องการใช้และปิดเมื่อไม่ได้ใช้งาน ปรับตั้งค่าการทำงานของอุปกรณ์ให้เหมาะสม โดยเฉพาะการตั้งอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศ ไม่ควรต่ำกว่า 26 องศาเซลเซียส อีกวิธีคือ การเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูง เช่น หลอดไฟฟ้าชนิด LED เครื่องปรับอากาศชนิดอินเวอร์เตอร์ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับฉลากประหยัดพลังงาน เป็นต้น"

ธนพล อเนกสิทธิสิน ผู้ประกอบการบริษัท วิจิตรปาเก้ จำกัด
"แม้ค่าไฟจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถขึ้นราคาสินค้าได้ เพราะลักษณะงานเป็นแบบสัญญาระยะยาว และตลาดผลิตเครื่องเรือนตอนนี้มีการแข่งขันสูง อาจต้องหาวิธีลดต้นทุนด้านอื่นๆ แทน แต่การปรับขึ้นค่าไฟครั้งนี้มีผลต่อแผนในอนาคต เพราะภายในปีหน้าบริษัทจะปรับแผนให้นำเครื่องจักรมาใช้มากขึ้น แม้จะลดต้นทุนแรงงาน แต่ถ้าค่าไฟขึ้นไม่หยุด ย่อมหมายถึงต้นทุนการผลิตของเราก็มากขึ้นด้วย"

[English]

Thailand’s Electricity Charge Set to Rise in Sept
Residents of Thailand are to brace themselves for higher electricity charges following the Cabinet’s announcement to raise the Fuel Tariff by 0.0887 baht per unit of electricity, which will push up the country’s electricity charge to 3.5966 baht per unit from 3.5079 baht per unit during the months of September and December.

The change in the power bill is normally expected every four months when the Energy Regulatory Commission reviews the FT charge, which can be mainly moved by the natural gas price and the foreign exchange rate.  Despite this, the Commerce Ministry said that the power charge rise should be an excuse for an increase in goods prices.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments