728 x 90

จน-อ้วน-โสด ปัญหาปวดใจชาวเมือง

img

“กรุงเทพมหานคร” ได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆ ของโลก  แต่ก็พบว่าการใช้ชีวิตในเมืองหลวงแห่งนี้ไม่น่าอยู่เท่าไรนัก เพราะในชีวิตประจำวันต้องเจอกับอุปสรรคที่หลากหลาย ไม่ว่าจะมลพิษทางอากาศ ความเสี่ยงในการเดินทาง การเข้าถึงและใช้งานระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการได้ไม่เท่าเทียมและทั่วถึงกัน อันเป็นผลจากการขาดการจัดการด้านผังเมืองที่ดี ขาดการใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่เอื้อต่อการใช้งานได้อย่างครอบคลุมและเต็มศักยภาพ รวมถึงปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอันดับ 1 ของโลก ส่งผลให้กรุงเทพฯ แม้จะเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในใจนักท่องเที่ยวแต่ก็เป็นเมืองที่น่าอยู่น้อยไปในเวลาเดียวกัน

กทม.เมืองเดินไม่ได้-เดินไม่ดี  
เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมือง ในทิศทางที่ดีขึ้น ศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UDDC) จึงทำโครงการส่งเสริมการเดินที่เรียกว่า "GoodWalk Thailand" ภายใต้การสนับสนุนจากสำนักงานกองทันสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งดำเนินการศึกษารายละเอียดมาตั้งแต่กลางปี 2557 และเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการช่วงต้นปี 2558 โดยมีเป้าหมายในการศึกษาพื้นที่เมืองกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อหาพื้นที่เมืองที่จะสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่เมืองที่ "เดินได้" และ "เดินดี" เพื่อสร้างพื้นที่นำร่องในการออกแบบและปรับปรุงย่านอย่างเหมาะสม เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมให้เกิดการเดินในชีวิตประจำวันของคนในเมืองมากขึ้น 

ทั้งนี้จากการศึกษาในเชิงลึกพบว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เดินไม่ได้-เดินไม่ดี ด้วยเหตุผลจากเรื่องของผังเมืองที่ไม่เคยวางแผน คือมีถนนเป็นเส้นใยแมงมุมที่ใช้งานได้ไม่สมประโยชน์ แม้จะมีข้อดีคือการนำคนเข้า-ออก ระหว่างพื้นที่ชานเมืองและพื้นที่เมืองได้อย่างรวดเร็วผ่านแนวถนนรัศมี แต่สำหรับกรุงเทพฯ แม้ถนนรัศมีจะทำหน้าที่ข้างต้นแล้ว ยังต้องรองรับการเดินทางภายในเมือง ด้วยข้อจำกัดของระบบซอยย่อยที่ส่วนใหญ่เป็นซอยลึกปลายตัน นำมาซึ่งปัญหาการจราจรที่หนาแน่นและติดขัดในที่สุด 

นอกจากนั้นถนนยังมีเส้นทางที่ยาว มีจุดตัดน้อย ทำให้สะดวกต่อการสัญจรของรถยนต์แต่ไม่สะดวกต่อการเดินเท้า มีที่อยู่อาศัยและแหล่งงานไม่สมดุล เป็นผลให้คนเมืองต้องเพิ่มต้นทุนในการใช้ชีวิต ทั้งเรื่องการเดินทาง เวลาที่ต้องเสียไปกับท้องถนนในแต่ละวัน ซึ่งส่งผลเสียทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต  และสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำของเมือง รวมถึงมีนโยบายที่ไม่สนับสนุนต่อการเดินด้วย
ปัญหาคนกรุงเทพฯ
"จน-อ้วน-โสด" ปัญหาปวดใจคนเมือง
จากเหตุผลข้างต้น ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้คนกรุงเทพฯ ต้องพบกับความเจ็บปวดถึง 3 รูปแบบ คือ "จน" เพราะ 20% ของรายได้จะต้องเสียไปกับค่าเดินทาง "อ้วน" โดย 44.6% มีอาการอ้วนลงพุงอันเป็นผลมาจากไลฟ์สไตล์ของคนเมือง และ "ไม่มีแฟน" เพราะไม่เจอใคร เนื่องจากต้องใช้เวลาอยู่ในรถถึงปีละ 800 ชั่วโมง หรือ 1 เดือน 3 วัน 

ถนน-ทางเท้าไม่พอดีและดีพอ
นอกจากนั้น จากการสำรวจยังพบอีกว่า มีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ถนนต่อพื้นที่เมืองที่ไม่เป็นมาตรฐาน โดยมาตรฐานที่ดีต้องมีถนนไม่ต่ำกว่า 20-25% ของพื้นที่เมือง ขณะที่กรุงเทพฯ มีพื้นที่ทั้งหมด 1,569 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) แบ่งเป็น พื้นที่ถนน 113.06 ตร.กม. คิดเป็น 7.2% ของพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งต่ำกว่าค่ามาตรฐานกว่า 3 เท่า และจากสัดส่วน 7.2% นั้นมีเพียง 22.55 ตร.กม. หรือคิดเป็น 1.44% เท่านั้นที่เป็นพื้นที่ทางเท้า
สัดส่วนพื้นที่บนถนนและทางเท้าในกรุงเทพฯ
และจากผลการสำรวจสภาพแวดล้อมทางกายภาพของทางเท้าในพื้นที่ที่ทำการศึกษา 34 พื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ พบว่าความกว้างเฉลี่ยของทางเท้าในพื้นที่ศึกษาอยู่ที่ 1.03 เมตร ซึ่งนอกจากจะมีสัดส่วนถนนที่น้อยมาก ยังมีทางเท้าที่ค่อนข้างแคบ และยังเต็มไปด้วยสิ่งกีดขวางบนทางเท้า ไม่ว่าจะเป็นแนวของเสาไฟฟ้า เศษซากตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือแม้แต่ป้อมสถานีตำรวจที่วางเต็มพื้นผิวบาทวิถี จนทำให้คนต้องจำยอมเดินบนถนนแทน 

พื้นที่นำร่อง 3 ย่านสู่เมืองเดินได้-เดินดี
อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาถนนทั่วกรุงเทพฯ กว่า 936 สาย พบว่ามีถนนที่เดินดีเพียง 134 สาย โดยมีถนน 5 สาย คือ ราชวงศ์ จักรพงษ์ พระราม 1 สีลม และพระอาทิตย์ ที่มี "ศักยภาพย่าน" ที่ดี คือมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเดิน และมีความพร้อมในการขับเคลื่อนการพัฒนาย่านอย่างมีส่วนร่วม จึงเกิดเป็น 3 พื้นที่นำร่อง ได้แก่ “ย่านอารีย์-ประดิพัทธ์” “ย่านคลองสาน-ท่าดินแดง” และ “ย่านทองหล่อ-เอกมัย” ซึ่งในแต่ละย่านก็มีบริบทที่แตกต่างกันออกไป 

โดยย่านอารีย์-ประดิพัทธ์ เหมาะสำหรับเดินเพื่อสร้างพลวัตและชีวิตชีวาของย่าน ส่วนย่านคลองสาน-ท่าดินแดง เหมาะสำหรับเดินฟื้นฟูต้นทุนวัฒนธรรมและเศรษฐกิจท้องถิ่น ขณะที่ย่านทองหล่อ-เอกมัย เดินเพื่อขยายพื้นที่ชีวิตของคน ด้วยกระบวนการฟื้นฟูเมืองด้วยการฝังเข็มภายใต้แนวคิด ทำน้อยได้มาก คือ สร้างความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพให้น้อยที่สุด แต่ทำให้ได้ผลลัพธ์หรือผลกระทบทางบวกให้ได้มากที่สุด

ทั้ง 3 พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ซึ่งประชาชนในพื้นที่ ภาครัฐ และภาคเอกชนได้ร่วมกันออกแบบ โดยมีความคิดเห็นให้ปรับพื้นที่ ประกอบด้วยการเชื่อมโยงโครงข่ายการเดิน ลดอำนาจของรถยนต์ เพิ่มอำนาจการเดินเท้า เชื่อมโยงการเดินเข้ากับมรดกทางวัฒนธรรม เพิ่มกิจกรรมบนถนนสายสำคัญและเพิ่มพื้นที่สาธารณะที่พัฒนาโดยเอกชน เป็นต้น ซึ่งจะนำสู่การเพิ่มซอยลัดและการปรับปรุงทางเท้า โดยเสนอให้เป็นความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน หรือมูลนิธิ ด้วย เพราะการพัฒนาเมืองถือเป็นเรื่องของทุกคน 
3 พื้นที่เมืองเดินได้ เดินดี
ทั้งนี้จากการศึกษานี้ ได้วิเคราะห์ถึงโจทย์สำคัญสำหรับการเดิน คือ เรื่องของแผงลอยร้านค้า ที่ตามความเข้าใจของคนทั่วไปมองว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางการเดิน แต่จากการสำรวจภายใต้โครงการเมืองเดินได้-เดินดี กลับพบว่าเรื่องแผงลอยไม่เป็นอุปสรรคทางเท้า และคนส่วนใหญ่ชอบเดินไปในที่ที่มีแผงลอย และจะรู้สึกปลอดภัยถ้ามีแผงลอย ขณะที่เสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ค้าแผงลอยก็มีความต้องการพื้นที่เป็นสัดส่วนที่อยู่ใกล้กับเส้นทางการเดินเท้า และมีราคาค่าเช่าที่ถูก

โดยจากการศึกษามีข้อเสนอแนะว่าการออกแบบถนนให้เดินได้เดินดี นอกจากจะลดความอ้วนถนน ยังต้องทำเรื่องการแชร์ที่จอดรถด้วย เพราะคนในเมืองยังต้องขับรถ เนื่องจากระยะการเดินจากบ้านถึงระบบขนส่งสาธารณะยังไม่สะดวก จึงต้องคิดว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่เอารถมาจอดในพื้นที่อาคารขนาดใหญ่รอบๆ ที่ทำงานได้ ซึ่งมีตัวอย่างจากเมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ที่ไดเอทถนน ลดอำนาจรถยนต์ได้สำเร็จ ส่วนที่กรุงเทพฯ ก็พบว่ามีถนนหลายสายที่กลายสภาพเป็นที่จอดรถไป 1 เลน ซึ่งควรเอาคืนมาให้คนเดินหรือให้แผงลอยได้ขายของ 

ทั้งนี้นอกจากพื้นที่ต้นแบบทั้ง 3 ย่าน ในอนาคตจะมีการขยายศักยภาพในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นย่านเดินดีในอนาคตของกรุงเทพฯ อีก 5 ย่าน ประกอบด้วย ย่านสยาม-ปทุมวัน, ย่านราชประสงค์-ประตูน้ำ, ย่านสีลม-สาทร, ย่านอโศก-เพชรบุรี, ย่านพร้อมพงษ์ และจะขยายผลไปสู่เมืองทั่วประเทศไทยกว่า 24 เมือง 
5 อุปสรรคการเดินในกรุงเทพฯ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเรื่องการปรับปรุงพื้นที่เมือง หรือบางส่วนของเมืองให้เป็น “เมืองเดินได้-เมืองเดินดี” จะเป็นเป้าหมายของการพัฒนาเมือง ที่เมืองต่างๆ ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ได้ทั้งในเชิงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การประหยัดพลังงาน การรักษาสภาพแวดล้อม และการแก้ปัญหาจราจร รวมถึงส่งเสริมสุขภาวะของผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองได้พร้อมๆ กัน 
สัดส่วนถนนในกรุงเทพฯ
แต่การพัฒนากรุงเทพมหานคร ให้เป็นเมือง “เดินได้” และ “เดินดี” อาจจะยังเป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากในปัจจุบันประชากรในเมืองมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น มีความต้องการในการเดินทางที่มากขึ้น นอกจากจะมีการสัญจรของประชาชนอยู่ตลอดเวลาแล้ว เรื่องของการเพิ่มขึ้นของรถจักรยานยนต์ทั้งแบบส่วนบุคคลและรับจ้างทั่วไป รวมไปจนถึงสภาพพื้นที่ทางเท้าที่มีหลุมบ่อ พื้นชำรุด ถูกเบียดบังด้วยแผ่นป้ายโฆษณา มีต้นไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างไม่ดีพอ มีการดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอยู่แทบจะตลอดเวลา ที่ยังเป็นอุปสรรคที่ขจัดได้ยาก ดังนั้นนอกจากการขับเคลื่อนด้วยพลังประชาชน เอกชน มูลนิธิ หรือองค์กรต่างๆ แล้วจะต้องได้รับส่วนเติมเต็มจากภาครัฐ ในการวางแผนพัฒนาเมืองและโครงการต่างๆ โดยบูรณาการในการวางแผน ดำเนินการ รวมถึงใช้กฎหมายในการกำกับ ควบคุม ดูแล และลงโทษอย่างเต็มที่ จริงจัง ยั่งยืน เพื่อให้เกิดจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่จะนำไปสู่ความยั่งยืนของสุขภาพคนเมือง เศรษฐกิจเมือง และสังคมเมืองที่ดี 


ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส. 
"สสส. ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนคนไทยให้มีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอหรือ 150 นาทีต่อสัปดาห์ ให้ได้ 80% ของประชากรในปี 2564 เพื่อให้มีสุขภาพที่ดี และไม่อยากให้คนไทยใช้เวลาส่วนใหญ่กับการติดหน้าจอที่มากถึง 13 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการเดินนอกจากจะทำให้คนออกจากหน้าจอแล้ว ยังกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน สำหรับการออกแบบเส้นทางเพื่อให้ปลอดภัย น่าเดิน และสวยงาม ทำให้เกิดเป็นรูปธรรมและเป็นต้นแบบให้กับพื้นที่ต่างๆ เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายต้องช่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนำสู่การมีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน"
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส.

ผศ.ดร.นิรมล กุลศรีสมบัติ หัวหน้าโครงการและทีมงานเมืองเดินได้ เมืองเดินดี 
"เมืองเดินได้ เมืองเดินดี Good Walk มีเป้าหมายทำให้เมืองน่าอยู่ เป็นเมืองที่ทุกคนมีโอกาสหาความสุขอย่างเท่าเทียม โดยพื้นฐานที่ทำให้เมืองน่าอยู่ คือ โครงข่ายการเดินเท้าที่ออกแบบอย่างกระชับ ทำให้คนสามารถใช้ทางเท้าได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งคำว่า 'เมืองเดินดี' ประกอบด้วย น่าเดิน มีกิจกรรมระหว่างทาง ร่มเงา ที่นั่งพัก สะอาด เดินสะดวกโดยความต่อเนื่องของโครงข่ายทางเดินเท้า ความกว้างของทางเท้าที่เหมาะสม มีความเรียบของทางเท้า รวมถึงเดินปลอดภัยมีกิจกรรมทางเท้าที่พลุกพล่านมีชีวิตชีวา มีทางข้ามที่ดี และมีแสงสว่างยามค่ำคืน"
ผศ.ดร.นิรมล กุลศรีสมบัติ หัวหน้าโครงการและทีมงานเมืองเดินได้ เมืองเดินดี
[English]
Pilot Project Launched to Turn Bangkok into Walk Friendly City

Although Bangkok has been named one of the world’s top tourist destinations but the livelihood in the Thai capital is actually not quite pleasurable because of various issues, ranging from air pollution to risks associated with traveling, unequal access to public utilities and notorious traffic woes — all of which could be blamed on the lack of efficient city planning.

In an effort to improve the quality of life in Bangkok, the Urban Design and Development Centre  (UDCC) of Chulalongkorn University has introduced the “GoodWalk Thailand” Project, which receives support form the Thai Health Promotion Foundation.  

The project, which UDDC has commenced a study since 2014, is hoped to turn Bangkok and surrounding provinces into areas, where people can “actually walk” and “walk safely,” after it has been found that the city’s poor town planning was the sole reason behind the difficulties for people to travel by walking. 

UDCC added that such circumstances have led to three main problems for Bangkok residents, including 1) low financial wealth due to the fact that 20% of their income must be spent on traveling, 2) rising weight as 44.6% of Bangkokians’ growing belly could blame from the current lifestyle bestowed upon them, and 3) loveless life because each is estimated to spend around 800 hours, or around one month and three days, each year traveling in any vehicle — making it less possible for them to meet anyone new.  Most apparently, lower-than-acceptable walking space was also a reason behind poor quality of life in Bangkok.

Nevertheless, UDCC found three walkable neighborhoods in Bangkok and has been suggesting the development of other neighborhoods to be walk-friendly before expanding such an effort to at least 24 other cities across Thailand in the future.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments