728 x 90

จับตาการจัดการคลื่นที่ยังกระตุก ไทยจะก้าวสู่ยุค 5G ที่ขาดความชัดเจน?

img

จากกรณีคลื่นความถี่ในระบบสัญญาสัมปทานทยอยสิ้นสุดลง แต่ผลที่ตามมาคือปัญหาในการบริหารจัดการจนเกิด

ความกังวลใจว่าซิมจะดับ ล่าสุด กสทช. เตรียมเปิดเคาะประมูลคลื่นครั้งใหม่ในเดือนตุลาคมนี้

เตรียมประมูลคลื่น 900 MHz ล็อตใหม่
จากการที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) ครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดประมูล 9 ใบอนุญาต ใบละ 5 MHz แต่ปรากฏว่ามีผู้เข้าร่วมเพียง 2 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด (AWN)  และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (DTN) โดยได้เคาะประมูลไปรายละ 1 ใบเท่านั้น รวมวงเงิน 25,022 ล้านบาท

ภายหลังการประมูลทาง ดีแทค ได้ออกมาแถลงว่าจะนำไปให้บริการอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของ 2G ที่มีฐานผู้ใช้บริการจำนวนมาก รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายบริการ 4G ตอบสนองความต้องการการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

ส่วน AIS เผยว่าปัจจุบันถือครองคลื่น 1800 MHz มากสุดในไทยจำนวน 40 MHz จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน 4G ได้สูงสุดตามมาตรฐานของเทคโนโลยี และเมื่อได้รับใบอนุญาตก็พร้อมเปิดคลื่นเพิ่มได้ทันที เพราะมีโครงข่ายและเสาที่รองรับอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ก่อนหน้าการประมูลดังกล่าว กสทช. ยังได้จัดให้มีการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ด้วย ซึ่งเป็นคลื่นย่านต่ำที่ทางดีแทคต้องการนำมาทดแทนคลื่น 850 MHz ที่หมดสัมปทานนั้น แต่ดีแทคกลับประกาศไม่เข้าร่วมการประมูล และไม่มีผู้ประกอบรายใดร่วมประมูล จึงต้องล่มไป เนื่องจากเงื่อนไขที่ผู้ชนะการประมูล ต้องรับผิดชอบในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรบกวนกันของคลื่นความถี่และการรบกวนระบบอาณัติ สัญญาณของระบบคมนาคมขนส่งทางรางทั้งหมดที่จะสร้างขึ้นต่อไปในอนาคตแต่เพียงผู้เดียว วงเงินกว่า 2,000 ล้านบาท อีกทั้ง กสทช. ยังสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนการใช้คลื่นในกรณีที่จำเป็น ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการดำเนินงานของผู้ชนะประมูล

ล่าสุดจากการประชุม กสทช. เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้หาทางออกในประมูลคลื่น 900 MHz โดยจะเสนอกรอบเวลาการประมูล หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประมูล เช่น แก้ไขเงื่อนไขใหม่ในการลงทุนระบบป้องกันสัญญาณรบกวน เป็นต่างฝ่ายต่างลงทุนของตัวเอง จากเดิมที่ผู้ชนะประมูลคนสุดท้ายเป็นผู้ลงทุน ปรับราคาการเริ่มต้นประมูลจาก 35,988 ล้านบาท เป็น 37,988 ล้านบาท จำนวน 1 ใบอนุญาต เป็นต้น เพื่อเสนอให้บอร์ดพิจารณาต่อไป โดยเบื้องต้นกำหนดวันเคาะราคา กรณีที่มีผู้มายื่นประมูลมากกว่า 2 ราย ในวันที่ 20 ต.ค. 2561 แต่หากมีรายเดียวจะเคาะราคาวันที่ 3 พ.ย. 2561

ศึกเยียวยาที่ผู้บริโภคเป็นตัวประกัน
ขณะที่ช่วงกลางเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา เกิดกรณีที่ผู้ใช้บริการของดีแทคกว่า 9 หมื่นรายต้องลุ้นตัวโก่งว่าซิมจะดับหรือไม่ เนื่องจากดีแทคหมดสัญญาสัมปทานคลื่น 850 MHz โดย กสทช. มีมติว่ากรณีดังกล่าวไม่เข้าองค์ประกอบในการเข้าสู่มาตรการเยียวยาผู้บริโภค เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้บริการไม่มาก และได้แจ้งให้ดีแทคทำการโอนย้ายไปก่อนหน้าแล้ว

ซึ่งการใช้มาตรการเยียวยาตามประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราว ในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 ให้ผู้ประกอบการสามารถให้บริการบนคลื่นความถี่ที่หมดอายุสัมปทานต่อไปได้ชั่วคราว จนกว่าการจัดประมูลใหม่จะแล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับ ที่ผ่านมา กสทช. เคยมีมติให้มีการเยียวยากับ AIS หลังหมดสัญญาสัมปทานคลื่น 900 MHz เป็นระยะเวลา 9 เดือน และ TRUE ที่หมดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 MHz นานถึง 26 เดือน เนื่องจากมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก และ กสทช. จัดประมูลคลื่นไม่ทัน

อย่างไรก็ดี ดีแทคได้ยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง และมีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราวให้เข้าสู่มาตรการเยียวยาโดยสามารถใช้งานคลื่น 850 MHz ต่อเนื่องได้ไปจนถึงวันที่ 15 ธ.ค. นี้

ประเด็นแนวทางการใช้มาตรการเยียวยาของ กสทช. นั้น ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ ผู้อำนวยการโครงการ CU Transformations จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ความเห็นในงานเสวนา Digital Dialogue ครั้งที่ 3 หัวข้อ Digital Future อนาคตไทยในโลก 5G : คลื่นความถี่ IoT และสื่อดิจิทัล เอาไว้ว่า ประกาศคุ้มครองผู้ใช้บริการชั่วคราวฯ มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ใช้บริการ ที่ยังไม่อาจโอนย้ายไปยังผู้ให้บริการรายอื่น ให้สามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุด อันเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดประมูลคลื่นความถี่ใหม่ โดยให้ผู้รับสัมปทานเดิมมีหน้าที่ให้บริการต่อไปชั่วคราว กสทช. จึงไม่อาจอ้างกรณีที่ไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่มาใช้เป็นเหตุผล ที่จะไม่ให้ดีแทคเข้าสู่มาตรการคุ้มครอง ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า หากผู้ให้บริการรายใดไม่เข้าร่วมประมูล ก็จะไม่ได้รับสิทธิในการเยียวยา สะท้อนว่า กสทช. ไม่ได้ทำเพื่อผู้บริโภคเลย

ขอแผนจัดสรรคลื่นให้ชัดเจนก่อน 5G มา
หนึ่งในปมมหากาพย์เรื่องคลื่นความถี่ คือเรื่องแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ที่หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กสทช. ยังไม่มีความชัดเจนให้แก่ผู้ประกอบการ โดย คุณนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความท้าทายในเชิงการกำกับดูแลของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมว่า ต้องปรับกฎหมายให้ทันเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันการกำกับดูแลคลื่นความถี่ยังแบ่งเป็นฝั่งกระจายเสียงและโทรคมคมนาคม ขณะที่โลกปัจจุบันก้าวสู่เทคโนโลยีหลอมรวม และกำลังก้าวสู่ยุค 5G และ IoTs ทำให้กฎหมายตามเทคโนโลยีไม่ทัน

อย่างกรณี แผนการจัดสรรคลื่นความถี่ (Spectrum Roadmap) ที่ทางดีแทคเรียกร้องมาโดยตลอด เพื่อให้ผู้ให้บริการมองเห็นอนาคตของการจัดสรรคลื่นความถี่ สามารถวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำคลื่นความถี่ในย่านที่เหมาะสมมาให้บริการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศได้สูงสุด

ฉะนั้น โจทย์ของ กสทช. คือการทำให้กฎหมายมีความเท่าทันกับเทคโนโลยี โดยเรื่องแรกที่ควรปลดล็อกคือ การบริหารจัดการให้มีคลื่นความถี่ใช้อย่างเพียงพอ อย่างเช่น ความเร็ว 4G ที่ยังช้า เพราะมีคลื่นความถี่ใช้งานน้อยกว่ามาตรฐานโลก ซึ่งจำนวนคลื่นความถี่กิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications - IMT) ที่ กสทช. จัดสรรไว้ มีเพียง 420 เมกะเฮิรตซ์ ใช้จริงเพียง 320 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งสหภาพโทรคมนาคม (ITU) เสนอแนะว่าประเทศกำลังพัฒนาควรมีจำนวนคลื่นความถี่ใช้กว่า 1000 เมกะเฮิรตซ์ และที่จะเป็นปัญหาต่อไปคือ การให้บริการด้วยเทคโนโลยี 5G กำลังเป็นรูปเป็นร่าง ในขณะที่ กสทช. ยังไม่มีโรดแมปในการเตรียมคลื่นความถี่ไว้สำหรับให้บริการ ซึ่งจะทำให้ประเทศสูญเสียโอกาส 

ทำไมยังไร้สัญญาณ Spectrum Roadmap
ประเด็นแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ถูกพูดถึงอย่างมาก เนื่องจาก กสทช. ยังไม่มีการส่งสัญญาณที่ชัดเจนออกมาว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งทาง นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. ได้เผยว่า แผนการจัดสรรคลื่นความถี่มีหลายระดับ โดยที่ กสทช. ประกาศใช้แล้วคือ แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ กับตารางกำหนดคลื่นความถี่แห่งชาติ ซึ่งบอกเพียงว่าคลื่นไหนใช้กับบริการใด เช่น มือถือ ดาวเทียม ประมง วิทยุสมัครเล่น เป็นต้น ส่วนที่ภาคเอกชนอยากเห็นคือ Spectrum Roadmap ที่บอกว่าใครเป็นผู้ถือครอง หมดอายุเมื่อไร สามารถนำมาใช้กับอุตสาหกรรมใดได้เมื่อไร จนถึงแผนเรียกคืนคลื่น ถ้าเห็นทั้งกระดานแบบนี้ เอกชนสามารถเลือกลงทุนได้

สำหรับสาเหตุที่ยังทำ Spectrum Roadmap ไม่ได้ เพราะเกือบทุกคลื่นในไทยมีเจ้าของอยู่ ไม่ว่าจะเป็น กองทัพ รัฐวิสาหกิจ ราชการ หรือเอกชน อีกทั้ง กสทช. ก็ไม่เคยใช้อำนาจในการเรียกคืนคลื่นได้สำเร็จ ซึ่งที่ประมูลเป็นคลื่นว่างทั้งนั้น คือ คลื่น 2100 MHz ในการประมูล 3G ส่วนคลื่น 900 MHz และคลื่น 1800 MHz ที่ประมูล 4G คือคลื่นหมดสัมปทาน ฉะนั้น อนาคตไทยจะไม่มีคลื่นที่นำมาประมูล 5G เพราะไม่ทำ Spectrum Roadmap

สำหรับ 5G แบ่งเป็น 3 ย่าน คือ 1. ย่าน Low Band ต่ำกว่า 1 GHz ซึ่งแทบไม่เหลือแล้ว เพราะคลื่น 850 MHz จะยกให้รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ส่วนคลื่น 700 MHz ต้องรอให้ทีวีอนาล็อกกับทีวีดิจิทัลตกลงให้เรียบร้อย 2. ย่าน Mid Band (1-6 GHz) หรือ C-Band ให้บริการดาวเทียมอยู่ ถ้าไม่เคลียร์ให้ว่างก็นำมาประมูล 5G ไม่ได้ และ 3. ย่าน High Band (สูงกว่า 6 GHz) ที่ยังไม่เคยแตะต้อง

ชี้ประมูลคลื่นแพงกระทบผู้บริโภค

ขณะที่ประเด็นราคาประมูลคลื่นความถี่สุดท้ายที่ กสทช. นำมาใช้นั้นมีราคาสูงเกินไป สมาคมจีเอสเอ็ม (GSM Association: GSMA) ตัวแทนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั่วโลก ได้มีรายงานการกำหนดราคาคลื่นความถี่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยระบุว่าการตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายคลื่นความถี่ที่ยังไม่ชัดเจน และการกำหนดราคาคลื่นความถี่ที่สูงจนเกินไป กลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาด้านดิจิทัลโดยรวมของประเทศ


ในช่วงปี 2553 - 2560 ราคาประมูลคลื่นความถี่สุดท้าย (Spectrum Price) ในประเทศกำลังพัฒนาสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วถึง 3 เท่า รวมถึงราคาจองประมูลคลื่นความถี่ (Reserve Price) ยังสูงกว่า 5 เท่า ซึ่งหากราคาเปิดประมูลสูงก็จะส่งผลให้เกิดราคาค่าบริการที่แพงขึ้น รวมถึงความเร็วของอินเทอร์เน็ต และความครอบคลุมของคลื่นต่ำลง ผลกระทบก็ตกอยู่ที่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ GSMA ได้มีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยว่า ภาครัฐควรเป็นผู้เข้ากำกับดูแลและจัดการเรื่องการทำงานรักษาความปลอดภัย และระบบป้องกันคลื่นรบกวน ต้องไม่ผลักภาระให้ผู้บริการเครือข่าย อีกทั้งลดเงื่อนไขแก่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ถ้าต้องการให้คลื่นสำหรับรถไฟฟ้าความเร็วสูงอย่าง GSM-R อยู่ชิดกับคลื่นมือถือที่จะเปิดให้ประมูล ก็ควรมีการลดราคาให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะได้มีการเตรียมการป้องกันคลื่นรบกวน GSM-R หรือระบบอาณัติสัญญาณที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ราคาประมูลสุดท้ายสูง ส่งผลต่อความครอบคลุมและราคาในการให้บริการโทรศัพท์มือถือ ซึ่ง GSMA เกรงว่าแนวทางนี้จะไม่ทำให้เกิดความยั่งยืนในไทย ทำให้ผู้ใช้บริการต้องแบกรับต้นทุนค่าใบอนุญาตที่สูง จนไม่สามารถนำมาพัฒนาคุณภาพในการให้บริการ ความเร็ว และความครอบคลุมของสัญญาณได้ ขณะเดียวกันกลไลต่ออายุของคลื่นความถี่ที่ได้รับประมูลไป เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ให้บริการในเรื่องของการลงทุนด้านความถี่ แต่ราคาจองประมูลที่สูง และกฎระเบียบที่เปลี่ยนไปมา ทำให้ประชาชนและผู้ให้บริการมือถือเกิดความไม่มั่นใจต่อบริการที่จะได้รับในอนาคต

คงต้องติดตามกันต่อว่าหลังจากการประมูลคลื่น 900 Mhz ล็อตใหม่ที่กำลังจะเคาะกันในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งหากเป็นดีแทคได้ไปคงจะทำให้ผู้ใช้บริการคงคลายความกังวลลงไปได้ หลังสิ้นสุดคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในช่วงปลายปี แต่ที่สุดคงต้องจับตาท่าทีการจัดสรรคลื่นกันต่อไปในอนาคตที่จะเข้าสู่ยุค 5G ซึ่งหวังว่าที่ตะกุกตะกักอยู่ในตอนนี้จะหมดหายไป เพื่อที่สุดแล้วคนไทยจะได้ใช้งานอย่างคล่องตัวมากที่สุด 
__________

นพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา - กรรมการ กสทช.
“หากเปิดประมูลแล้วดีแทคไม่มายื่นประมูลอีกก็ถือว่าจบกัน และดีแทคมีสิทธิ์ใช้คลื่น 850 MHz จนถึงวันที่ 15 ธ.ค. นี้ ตามคำสั่งศาลปกครองกลางเท่านั้น แต่หากมายื่นประมูลก็ต้องชำระเงินก่อนวันที่ 15 ธ.ค. เพื่อให้ได้ใช้คลื่นอย่างต่อเนื่อง


[English]
Thailand’s Road to 5G Still Lacks Clarity

The National Broadcasting and Telecommunications Commission (NBTC)’s auction of the 1800 MHz spectrum in August, which made nine lots of the spectrum available, ended up with only two of them grabbed by two bidders, DTAC TriNet (DTN) — a subsidiary of Total Access Communication (DTAC) and Advanced Wireless Network (AWN) — a subsidiary of Advanced Info Service (AIS).

Previously, NBTC held an auction for the 900 MHz spectrum but could solicit no bidders, reportedly because of unfavorable conditions for all winners. The auction was then called off but the NBTC is planning to hold it again in October, with revised and more favorable conditions.

The allocation of the 5G spectrum remains an issue that is far from conclusion as the NBTC has been criticized for offering no clarity to service providers. 

DTAC said that Thailand needs to revise related laws to help the country cope with fast-changing technological advancement, especially when the era of 5G and IoTs (Internet of Things) is here, while suggesting that NBTC should improve the speed of the 4G service, which is comparatively slower than the global standard, and ensure the adoption of the 5G technology will be seriously planned.

DTAC also pointed out that Thailand is still missing the Spectrum Roadmap, which will allow all to know who holds which spectrum, the required use of each spectrum and when the license will expire.  Such information is said to be essential for the private sector to make investment decision more efficiently.

Another issue is the price and GSM Association, which represents mobile phone service operators around the world, said that unclear policies and excessively high prices are becoming major obstacles for the country’s digital development.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments