728 x 90

เปิดโผงานเงินเดือนมากที่สุด เผยฟรีแลนซ์(ยัง)ไม่ได้ครองโลก

img

อีคอมเมิร์ซ สายงานมาแรงขึ้น Top 5 เงินเดือนสูงและเป็นที่ต้องการในตลาดงานไทย สะท้อนภาพการเตรียมความพร้อมสู่ดิจิทัลทรานฟอร์เมชั่นขณะเดียวกันภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยว หนุนให้รับตำแหน่งงานมากขึ้น ชวนจับตาสถานการณ์ฟรีแลนซ์ และโอกาสของอาชีวะที่จะเป็นกำลังสร้างชาติ

อีคอมเมิร์ซมาแรง รั้งสายงานเงินเดือนสูง 
จากรายงานอัตราเงินเดือนของพนักงานไทย ประจำปี 2561 โดย จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) ที่ได้สำรวจรายได้ของพนักงานในทุกระดับ ระบุถึงภาพรวมว่า ช่วงเงินเดือนของพนักงานในแต่ละระดับยังไม่แตกต่างไปจากปีก่อน ที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ สายงานอีคอมเมิร์ซ, บริการด้านการแพทย์ และวิศวกรรม ซึ่งพบว่ามีเงินเดือนมากที่สุดในทุกระดับงาน โดยเฉพาะอีคอมเมิร์ซเป็นสายงานเดียวที่ติด Top 5 เงินเดือนสูง โดยระดับเจ้าหน้าที่ มีเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยที่ 21,787 บาท ระดับหัวหน้างาน  35,885 บาท ผู้จัดการ 55,738 บาท และระดับผู้บริหาร ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ อาจได้รับเงินเดือนมากถึง 145,000 บาท

ส่วนงานบริการด้านการแพทย์ เช่น เภสัชกร, แพทย์ฝึกหัด, พยาบาล, เจ้าหน้าที่เทคนิคทางการแพทย์ เป็นต้น และสายงานวิศวกรรม ที่ติดอันดับสายงานเงินเดือนสูงในทุกระดับงาน จะมีอัตราเงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยเกือบ 2 หมื่นบาท สำหรับระดับเจ้าหน้าที่ และมีเงินเดือนมากสุดถึง 140,000 บาท ในระดับผู้บริหาร (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 1)


เผยสายงานที่ตลาดต้องการปี 62
คุณวรวุฒิ วาริการ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงรายงานว่า สอดคล้องกับผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในไทย ปี 2561ของ ETDA โดย 1 ใน 5 กิจกรรมที่คนไทยใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงสุด ได้แก่ การซื้อสินค้าและบริการทางออนไลน์ ที่โตต่อเนื่องกันถึง 2 ปีซ้อน ซึ่งไม่เพียงสร้างมูลค่าแก่อีคอมเมิร์ซไทย แต่ยังเพิ่มโอกาสการจ้างงาน ด้วยการเกิดตำแหน่งงานใหม่ ไม่ว่าจะเป็นงานพัฒนาซอฟต์แวร์หรือแพลตฟอร์มเพื่อการซื้อขายออนไลน์ งานวางแผนร้านค้าออนไลน์ งานโลจิสติกส์ออนไลน์ งานการตลาดดิจิทัล รวมทั้งฝ่ายขายและงานวิเคราะห์ข้อมูลผลิตภัณฑ์และผู้บริโภค ด้านสายงานการผลิต อย่างงานผลิตทั่วไป งานพัฒนาสินค้า งานตรวจสอบคุณภาพ รวมถึงงานวางแผนและควบคุมการผลิต ที่มาแรงในปีนี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของผู้ประกอบการในไทย ต่อการก้าวสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ที่เน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีขับเคลื่อน รองรับความต้องการใหม่ๆ ของพฤติกรรมผู้บริโภค

นอกจากนี้ จ๊อบส์ ดีบี ยังได้เปิดเผยถึง 10 สายงานที่ตลาดงานต้องการในปี 2562 โดยอันดับ 1 คือ งานขาย งานบริการลูกค้า และพัฒนาธุรกิจ 17% รองลงมาอันดับ 2 งานไอที-อีคอมเมิร์ซ 12% อันดับ 3 งานวิศวกรรม 10%  อันดับ 4 งานธุรการและงานทรัพยากรบุคคล 9% อันดับ 5 งานบัญชี 8% อันดับ 6 งานการตลาดและงาน PR 8% อันดับ 7 งานธนาคาร งานการเงิน 5% อันดับ 8 งานท่องเที่ยว งานโรงแรม งานบริการอาหารและเครื่องดื่ม 5% อันดับ 9 งานขนส่ง 4% และอันดับ 10 งานการผลิต 4%


5 สายงานมาแรงจากท่องเที่ยวไทยบูม
อานิสงส์จากการเติบโตของการท่องเที่ยวไทย ซึ่งในปี 2561 มีรายได้กว่า 2 ล้านล้านบาท จากนักเที่ยวต่างชาติกว่า 38 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% ได้ส่งต่อมายังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง โดยเฉพาะตลาดงาน ที่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมมีความต้องการแรงงานอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลงานในธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม เดือนมีนาคม 2562 โดย JobThai พบความต้องการแรงงานมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. สายงานขาย ตำแหน่งที่เปิดรับมากที่สุดคือ พนักงานขายแพ็คเกจทัวร์ท่องเที่ยว เงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 15,000-35,000 บาท (ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น) 2. สายงานล่าม/มัคคุเทศก์/จองห้อง/จองตั๋ว ตำแหน่งเจ้าหน้าที่จัดทัวร์ (Tour Operation) เงินเดือนเฉลี่ย 13,000-25,000 บาท (ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น) และ เจ้าหน้าที่สำรองห้องพักและบัตรโดยสารเครื่องบิน (Reservation / Ticketing) เงินเดือนเฉลี่ย 15,000-24,000 บาท (ไม่รวมค่าคอมมิชชั่น) 3. สายงานอาหาร-เครื่องดื่ม ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟ เงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท (ไม่รวม Service Charge) และ พ่อครัว เงินเดือนเฉลี่ย 10,000-15,000 บาท 4. สายงานบัญชี ตำแหน่งพนักงานบัญชี เงินเดือนเฉลี่ย 12,000-35,000 บาท และ 5. สายงานช่างเทคนิค คือ ช่างไฟฟ้า และ ช่างซ่อมบำรุง เงินเดือนเฉลี่ย 11,000-15,000 บาท

ฟรีแลนซ์ไม่ได้ครองโลก
หลายปีที่ผ่านมากระแสการทำงานฟรีแลนซ์ ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งในกลุ่มคนที่เรียนจบใหม่ กระทั่งผู้ที่ทำงานประจำ มีข้อมูลที่น่าสนใจจากการสำรวจของ Economic Intelligence Center ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ อีไอซี พบว่า มนุษย์เงินเดือนชาวไทย 79% อยากเปลี่ยนมาทำงานอิสระ ไม่ว่าจะเป็นงานฟรีแลนซ์หรือเปิดธุรกิจเอง ที่น่าคิดคือ 1 ใน 3 ของกลุ่มที่ได้รายรับมากกว่า 1 แสนบาท/เดือน ก็อยากออกไปทำงานอิสระเช่นกัน แต่กลุ่มคนทำงานประจำก็ยังคงครองตลาดแรงงานอยู่ โดยมีสัดส่วน 74% ขณะที่คนทำงานอิสระ มีเพียง 21% อาจสะท้อนได้ว่าไม่ใช่ทุกคนที่อยากเปลี่ยนมาทำงานอิสระจะทำได้อย่างใจคิด เนื่องจากความไม่แน่นอนเรื่องรายได้ ความไม่มั่นคงด้านการงาน หรือขาดสวัสดิการ ประกอบกับอาจจะไม่ได้ค่าตอบแทนสูงอย่างที่วาดฝันไว้ โดยพบว่าคนสมัครงานฟรีแลนซ์ เรียกเงินเดือนระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของงานประจำทั่วไป และยังเรียกเพิ่มมากขึ้นทุกปี โดยปี 2561 ผู้สมัครงานฟรีแลนซ์เรียกเงินที่ 20,900 บาท/เดือน เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่เรียก 18,600 บาท/เดือน เทียบกับค่าจ้างงานประจำซึ่งเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ปี 2561 อยู่ที่ 18,637 บาท/เดือน จากปี 2559 ที่ 18,503 บาท/เดือน ซึ่งถ้าเปลี่ยนมาทำงานอิสระ คนทำงานประจำ 96% ระบุว่าต้องการรายได้เพิ่มขึ้น  50%-70%

อีกทั้ง คนทำงานฟรีแลนซ์ที่มีรายรับสูงมีจำนวนน้อยมาก ส่วนใหญ่มีรายรับต่อเดือนต่ำกว่ากลุ่มอื่นๆ ซึ่งพบว่า 18% ของคนทำงานฟรีแลนซ์ มีรายได้ต่ำกว่า 9,000 บาท/เดือน เทียบกับคนทำงานประจำ มีสัดส่วนเพียง 4% และธุรกิจส่วนตัว 1% ในขณะที่รายได้สูงกว่า 100,000 บาท/เดือน คนทำงานฟรีแลนซ์มีเพียง 5% เทียบกับคนทำงานประจำ 8% และธุรกิจส่วนตัว 12%

จึงอาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คนทำงานฟรีแลนซ์ไม่ได้มีจำนวนเยอะ ขณะที่เหตุผลส่วนใหญ่ที่คนเลือกทำงานประจำคือ ความมั่นคงด้านการงานและการเงิน รองลงมาคือสวัสดิการ วันเวลาทำงานที่แน่นอน โอกาสเติบโต รวมถึงการมีสังคมในการทำงาน อย่างไรก็ตาม ข้อดีของงานฟรีแลนซ์ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายของงาน อิสระในการบริหารจัดการเวลา หรือการไม่ต้องพบเจอกับปัญหาดราม่าในที่ทำงาน ก็ทำให้คนจำนวนไม่น้อยยอมแลก ที่น่าสนใจคือ คนส่วนใหญ่เมื่อก้าวเข้าสู่วงการนี้แล้ว พอใจกับสิ่งที่ทำอยู่และอยากทำต่อไปเรื่อยๆ ตรงข้ามกับเหล่ามนุษย์เงินเดือนที่ตอบว่าอยากเปลี่ยนงานกันเป็นส่วนมาก


ชี้อาชีวะไทยช่วยสร้างชาติได้
ปัจจุบันภาครัฐกำลังให้ความสำคัญแรงงานอาชีวะ ซึ่งเป็นจะกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเกิดขึ้นของระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดย ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผอ.วิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เผยถึงข้อมูลในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าไทยยังจ้างแรงงานทักษะต่ำถึงปานกลางเป็นแรงงานเข้มข้นถึง 84% ขณะที่ใช้แรงงานระดับช่างเทคนิค และแรงงานวิชาชีพเพียง 16% ขณะที่ในเอเชีย รวมถึงประเทศที่พัฒนาแล้ว ใช้แรงงานระดับสูงถึง 60-70%  

ขณะที่มีคนอยู่ในภาคเกษตรมากกว่า 14 ล้านคน ซึ่งผลิตภาพต่ำสุดและเกือบไม่เปลี่ยนแปลงในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีเพียงภาคอุตสาหกรรม ที่คนทำงานไม่เกิน 6 ล้านคน มีผลิตภาพแรงงานสูงสุด รองลงมาคือ ภาคบริการ มีคนมากกว่า 17 ล้านคน ดังนั้นถ้าจะเร่งเพิ่มผลิตภาพด้วยการพัฒนาแรงงานที่มีทักษะสูง ต้องเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมเป็นลำดับแรก ซึ่งพบว่าในรอบ 10 ปีสามารถเพิ่มผลิตภาพได้มากกว่า 30%

ทั้งนี้ สังเกตว่ามีการใช้แรงงานระดับ ปวช. และ ปวส. เพิ่มขึ้นจากปี 2550-2560 จาก 9.5% เป็น 11.9% แต่อุตสาหกรรมไทยยังจ้างแรงงานสายอาชีพน้อยมาก และจากทิศทางการใช้กำลังคนในอดีต ทำให้เห็นการเพิ่มสัดส่วนการใช้กำลังคนอาชีวศึกษาในภาคอุตสาหกรรมมากขึ้น แต่ยังไม่เป็นไปตามกรอบความคาดหวังของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้อาชีวะสร้างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวโน้มการส่งเสริมอุตสาหกรรม 4.0 ภายใต้การส่งเสริมตามกรอบ EEC จำเป็นต้องใช้แรงงานอาชีวศึกษา ถึง 173,705 คน ซึ่งยังผลิตกำลังคนไม่เพียงพอ (Excess demand) อีกถึง 55,462 คน หรือ 32%

จากการศึกษาพบว่าคุณภาพของผู้กำลังเรียนในวิทยาลัยของรัฐและเอกชนเกือบ 1 ล้านคน มีปัญหาเชิงคุณภาพคือ 1. คุณภาพของผู้สมัครเรียนคะแนนไม่สูงนัก 2. คุณภาพของผู้สอนยังไม่ดี ขาดประสบการณ์ 3. หลักสูตรการเรียนการสอนไม่ทันสมัย ส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักสูตรฐานสมรรถนะ และ 4. อุปกรณ์ล้าสมัย ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน โดยเน้นที่การรับเด็กเรียนดีแต่ยากจน หรือให้ทุนในสาขาที่ต้องการจนถึงระดับ ปวส. หรือรับผู้จบ ปวช. เข้าทำงานพร้อมเรียนไปด้วย สถานประกอบการกับวิทยาลัยเทคนิคในเขตพื้นที่ต้องเป็นความร่วมมือกัน ซึ่งจำเป็นต้องอุดหนุนค่าเล่าเรียนและที่พัก พร้อมการันตีมีงานทำ ได้เงินเดือนสูง เทียบเท่าปริญญาตรีสายทั่วไป

ตัวอย่างที่ดีคือการสร้างความร่วมมือวิทยาลัยเทคนิคไทยกับวิทยาลัยโพลีเทคนิคจีน โดยสภาสถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานคร ที่ปรับหลักสูตรร่วมกันให้นักเรียน ปวส. ไทย ไปศึกษาและฝึกงานในจีนเป็นเวลา 1 ปี เพื่อเรียนรู้และฝึกใช้เครื่องมือที่ทันสมัย ในสาขาคอมพิวเตอร์ ICT แอนิเมชัน ภาพยนตร์ การซ่อมบำรุงรถไฟและการขับรถไฟความเร็วสูง การซ่อมบำรุงอากาศยาน การสร้างและฝึกบังคับโดรน เป็นต้น ผู้จบการศึกษาจากโครงการไทย-จีน การันตีมีงานให้ทำ เงินเดือนสูงกว่าในไทย ได้ Co-certificate เพื่อทำงานบริษัทไทยหรือบริษัทจีนในไทยได้ จะเห็นว่าโลกให้ความสนใจกับผู้เรียนสายอาชีพอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าอาชีวะสร้างชาติได้จริง
______________________
คุณวรวุฒิ วาริการ - ผู้จัดการประจำประเทศไทย จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย)
“นอกจากความรู้ความสามารถที่ตรงสายงานจะมีผลต่ออัตราเงินเดือนแล้ว สิ่งสำคัญที่ผู้หางานในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลไม่ควรมองข้าม ก็คือ การติดอาวุธลับสร้างความได้เปรียบ ด้วยการพัฒนาทักษะให้รอบด้าน โดยเฉพาะทักษะด้านความเข้าใจและการจัดการข้อมูล เสริมความรู้ด้านดิจิทัล ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ ต่อยอดความเชี่ยวชาญในสายงานให้แตกแขนงทั้งเชิงลึกและเชิงกว้าง และมีทัศนคติเชิงบวก ซึ่งถือเป็นปัจจัยสนับสนุนให้มีความโดดเด่นและสร้างมูลค่าที่เหนือกว่าผู้สมัครงานคนอื่นๆ ได้”


คุณแสงเดือน ตั้งธรรมสถิตย์ - ผู้ร่วมก่อตั้งและหัวหน้าผู้บริหารด้านปฏิบัติการ JobThai
“ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ดังนั้นเมื่อมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวประเทศไทยมากขึ้น ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและโรงแรมจึงมีความต้องการแรงงานที่เพิ่มขึ้น คาดว่าความต้องการแรงงานของภาคธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรมยังคงมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยปัจจัยบวกไม่ว่าจะเป็นฤดูท่องเที่ยวของไทย ที่มีเทศกาลสงกรานต์ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการภาครัฐในการกระตุ้นการท่องเที่ยว การออกแคมเปญการท่องเที่ยวทั่วไทย ท่องเที่ยวเมืองรอง เป็นต้น ซึ่งปัจจัยทั้งหมดเหล่านี้ล้วนกระตุ้นความต้องการแรงงานได้เป็นอย่างดี”


[English]
Thailand’s Employment Market Analysis and Outlook for 2019
A report from JobsDB (Thailand), which asked employees of various levels about their income, showed people working in e-commerce, medical services and engineering are currently being paid the highest no matter what level they are.  

According to the survey, e-commerce staff gets paid from 21,787 baht to 145,000 baht per month.  For those medical services and engineering, their starting salary is nearly 20,000 baht before it goes up along the level of jobs to 140,000 baht.

JobsDB said that the findings are in line with a report from Electronic Transactions Development Agency (ETDA) that suggested using internet to purchase goods and services has been one of the top-5 online activities and it has grown continuously in the past two years.  Such a development not only added value to Thailand’s e-commerce business but helped create jobs of many kinds, ranging from software development to online-store planning, and product and consumer behavior analysis.

Meanwhile, Thailand’s booming tourism has lent support to the employment market.  And JobThai revealed that employers from travel and hotel businesses have been hiring more in March, with the highest demand for travel package sales staff, who each makes an average of 15,000-35,000 baht (excluding commission) per month.  

Other job openings with high demand for manpower were tour operation (average salary of 13,000-25,000 baht, excluding commission), reservation/ticketing (average salary of 15,000-24,000 baht, excluding commission), waiter/waitress (average salary of 10,000 baht, excluding service charge), cooks (average salary of 10,000-15,000 baht), accountants (average salary of 12,000-35,000 baht), and electricians and maintenance staff (average salary of 11,000-15,000 baht).

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments