728 x 90

เจาะตลาดโฮ(ส)เทล รับกระแสนักท่องเที่ยว FIT โต

img

ไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 38 ล้านคนในปี 2561 ขณะที่กระแสไทยเที่ยวไทยก็โตต่อเนื่อง รับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมที่พักได้รับอานิสงส์ที่ดีตามไปด้วย โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กและโฮสเทล ที่ไม่ต้องพึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มทัวร์มากนัก แต่จะเน้นไปที่นักท่องเที่ยวกลุ่ม FIT ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โรงแรมไทยโตไม่หวั่นกระแสฝุ่น
ภาพรวมของธุรกิจโรงแรมไทยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 จากสมาคมโรงแรมไทย พบว่า มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) ที่ประมาณ 80% ซึ่งหากพิจารณาเป็นรายพื้นที่พบว่า กรุงเทพฯ มีอัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80-85% เนื่องจากเดือนก.พ.เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ทำให้มีนักท่องเที่ยวคึกคักตลอดทั้งเดือน

สำหรับพื้นที่ภาคเหนืออยู่ในเกณฑ์ดีมาโดยตลอดเช่นกัน แม้จะมีปัญหาฝุ่นควัน โดยมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยประมาณ 80% โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ส่วนพื้นที่ภาคใต้ จังหวัดภูเก็ตซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80-90%  (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 1)


นางสาวศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ นายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจในช่วงต้นปี 2562 นี้ คือ พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป มักเลือกเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น กลายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตนเอง หรือ FIT ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมจำนวนมากได้รับอานิสงส์ที่ดีตามไปด้วย มีรายได้มากขึ้น ไม่โดนจำกัดด้วยกลุ่มทัวร์ที่มักจะใช้บริการราคาต่ำกว่า โดยพบว่าโรงแรมขนาด 70-80 ห้องจำนวนมากในกรุงเทพฯ สามารถรับนักท่องเที่ยวด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพากรุ๊ปทัวร์ และหลายรายสามารถหาลูกค้าได้เองถึง 100%


คนไทยจ่ายหนัก ราคาที่พักหลักพัน
ผลสำรวจดัชนีราคาห้องพักจาก Hotels.com เผยให้เห็นว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระดับโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวทั่วโลกจ่ายเงินค่าห้องพักเพิ่มขึ้น 3% ในปี 2561 สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยจ่ายค่าห้องพักภายในประเทศปี 2561 เฉลี่ยต่อคืน 1,720 บาท ขณะที่จ่ายค่าห้องพักต่างประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 4,437 บาทต่อคืน โดยดัชนีราคาห้องพักเป็นเครื่องบ่งชี้ทิศทางสำหรับอุตสาหกรรม ซึ่งปีนี้เห็นการเติบโตของการใช้จ่ายห้องพักในการท่องเที่ยว แม้ว่าจะมีปัจจัยที่ท้าทายหลายประการ ทั้งภาวะเศรษฐกิจและภัยธรรมชาติ แต่การเติบโตนับเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมนี้ยังเดินหน้าต่อไปได้ในอนาคต

สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศที่คนไทยยอมจ่ายค่าห้องพักสูงที่สุดในปี 2561 ได้แก่ ชะอำ 3,131 บาท/คืน หัวหิน 3,127 บาท/คืน และ ภูเก็ต 2,903 บาท/คืน  ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศที่คนไทยจ่ายค่าห้องพักสูงสุดปี 2561 ได้แก่ กรุงนิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา 8,418 บาท/คืน กรุงลอนดอน, สหราชอาณาจักร 7,644 บาท/คืน และ กรุงปารีส, ฝรั่งเศส 7,438 บาท/คืน (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 2)


โฮ(ส)เทล ที่พักยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
ด้านอีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ข้อมูลห้องพักในกรุงเทพมหานครบนเว็บไซต์ tripadvisor.com ที่มีจำนวนห้องพักถึง 1.4 แสนห้อง และมีข้อความแสดงความคิดเห็น (รีวิว) จากนักท่องเที่ยวทั้งไทยเทศกว่า 5.4 แสนข้อความ พบว่า ห้องพักส่วนใหญ่ตั้งอยู่ใกล้ย่านธุรกิจและย่านท่องเที่ยว โดยเฉพาะแถวนานา พร้อมพงษ์ และชิดลม ขณะที่ระดับดาวของโรงแรมมีความสัมพันธ์กับคะแนนรีวิวในทางบวก (โรงแรมหรูขึ้น รีวิวดีขึ้น) ส่วนที่พักแบบโฮสเทล (Hostel) นั้น ระดับดาวไม่มีความสัมพันธ์กับคะแนนรีวิวชัดเจนนัก

สำหรับสัดส่วนที่พักที่ได้คะแนนรีวิวมากกว่า 4 จากคะแนนเต็ม 5 พบว่าอยู่ในย่่านสยามสูงสุด 93% รองลงมาราชดำริ 92% พญาไท 75% เอกมัย 72% และ ชิดลม 72%

ส่วนระดับดาวของโรงแรม (Hotel Star) มีความสัมพันธ์กับคะแนนรีวิวจากนักท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มให้คะแนนกับ Facility ที่ดีขึ้นตามระดับดาว เช่น ราคาโรงแรม 1,226 บาท ได้ 3.4 ดาว โรงแรมราคา 1,703 ได้ 3.6 ดาว โรงแรมราคา 3,142 ได้ 4.0 ดาว และ โรงแรมราคา 7,042 บาท ได้ 4.3 ดาว

ขณะที่โฮสเทลนั้น ระดับดาวไม่มีความสัมพันธ์กับคะแนนรีวิวชัดเจนนัก หรืออาจกล่าวได้ว่าลูกค้าโฮสเทลไม่ได้มีความคาดหวังต่อ Facility ของโฮสเทล แต่จะให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆ เช่น บรรยากาศ การบริการ เช่น ราคาที่พักเฉลี่ย 695 บาท ได้ 3.9 ดาว ที่พักราคา 952 ได้ 4.3 ดาว และที่พักราคา 1,384 บาท ได้ 4.1 ดาว (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 3)


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือโฮสเทล ที่พักที่มีรีวิวคะแนนดีมักจะมีราคาเฉลี่ยสูงกว่าที่พักในระดับเดียวกันที่ได้คะแนนรีวิวน้อย สำหรับโรงแรมรีวิวดีจะมีราคาสูงกว่า 13%-39% ส่วนโฮสเทลรีวิวดีจะมีราคาสูงกว่า 19%

โดยคาดว่าการที่ที่พักรีวิวดีราคาสูงกว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับรีวิวของผู้ที่เคยใช้บริการ นั่นหมายความว่า ผู้ให้บริการควรให้ความสำคัญกับการสร้างความประทับใจแก่ผู้มาพักมากขึ้น เพราะจะส่งผลกับความนิยมในอนาคต

รัฐพยุงเศรษฐกิจออก ส่งมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว
ล่าสุด กระทรวงการคลังได้จัดทำมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อพยุงเศรษฐกิจช่วงกลางปี 2562 โดยออกมาตรการ เพิ่มเงินในโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 14.5 ล้านคน โดยเพิ่มเป็น 500 บาททุกราย ในเดือน พ.ค. - มิ.ย. 2562 แทนโครงการ ยิ่งเที่ยว ยิ่งเท่ ช่วยเปย์ เมืองรอง แจกให้ประชาชนคนละ 1,500 บาท

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการเกี่ยวข้องกับภาษี ซึ่งไม่ต้องใช้งบประมาณสนับสนุนโดยตรง ได้แก่ มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยจะมีการขยายเวลาให้สามารถนำค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบริการนำเที่ยว ค่าที่พักโรงแรม โฮมสเตย์ และสถานที่พักไม่ได้เป็นโรงแรม มาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจริง ซึ่งเดิมทีได้สิ้นไปแล้วเมื่อเดือน ธ.ค.ปีก่อน พร้อมทั้งจะมีการขยายวงเงินลดหย่อนให้มากกว่า 15,000 บาทด้วย เพื่อจูงใจให้เกิดการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ


รวมถึงมาตรการขยายระยะเวลาเปิดจุดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในกรุงเทพฯและปริมณฑลแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปอีก 6 เดือน มีผลตั้งแต่เดือนเม.ย.-ก.ย. 2562 เพื่อต้องการอำนวยความสะดวกและกระตุ้นให้ชาวต่างชาติเกิดการใช้จ่ายเงินขณะท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่ม สำหรับข้อมูลการใช้สิทธิของนักท่องเที่ยวต่างชาติขอคืนภาษีในช่วง 6 เดือนแรก มีไปแล้วกว่า 5,000 ราย มูลค่าภาษีคืนเกือบ 4 ล้านบาท

ซึ่งผลจากการออกมาตรการกระตุ้นให้ เกิดการจับจ่ายด้านการท่องเที่ยวนี้ จะส่งให้ธุรกิจที่พัก ทั้งโรงแรม โฮสเทล โฮมสเตย์ รวมถึงสถานที่พักไม่ได้เป็นโรงแรมในประเทศไทย เติบโตไปในทิศทางที่ดีขึ้น อันจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้นตามไปด้วย
____________________
คุณศุภวรรณ ถนอมเกียรติภูมิ - นายกสมาคมโรงแรมไทย 
“ปี 2562 นี้ พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป มักเลือกเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการโรงแรมจำนวนมากได้รับอานิสงส์ที่ดีตามไปด้วย เพราะไม่โดนจำกัดด้วยกลุ่มทัวร์ที่มักจะใช้บริการราคาต่ำกว่า โดยพบว่าโรงแรมขนาด 70-80 ห้องจำนวนมากในกรุงเทพฯ สามารถรับนักท่องเที่ยวด้วยตนเองได้โดยไม่ต้องพึ่งพากรุ๊ปทัวร์ และหลายรายสามารถหาลูกค้าได้เองถึง 100%”


[English]
Thailand’s Hotel Sector Remain Strong in 2Q19
Thailand’s hotel business reported the occupancy rate of 80% in the first quarter of 2019.  In Bangkok, the rate was around 80%-85% and that has been attributed to the Chinese New Year festival.

In Thailand’s North, business has been good, especially in Chiang Mai, and the occupancy rate has also been at 80%, despite the haze problem.  In the South, the occupancy rate in Phuket has been 80%-85% 

The Thai Hotels Association said that travelers have recently been more active in FIT (Free Independent Travel) and this shift has been a boon for the growing number of hotels, particularly those in Bangkok with no more than 80 rooms, as they could easily fill up all rooms without having to deal with travel agents or tour companies.

A survey by Hotels.com suggested that global travelers paid 3% higher for lodging in 2018 in spite of challenges from economic conditions and natural disasters.

Meanwhile, SCB Economic Intelligence Center’s analysis of hotel rooms in Bangkok, based on tripadvisor.com, showed there has been no clear correlation between the number of stars and travelers’ review of each establishment.  Also, travelers have barely had any expectation about hostels’ facilities, but have paid more attention to other factors such as ambience and service.  

The government has recently planned a new incentive program to promote tourism in provinces marked as “secondary” travel destinations, which focuses on the 1,500-baht cash handout to each Thai to spend electronically in 55 such provinces to boost business and domestic consumption.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments