728 x 90

พนันออนไลน์ระบาด ป่วนยุคดิจิทัล

img

ปัจจุบันสื่อออนไลน์มีบทบาทต่อการได้รับข้อมูลข่าวสารของผู้คนมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้เผยแพร่เนื้อหาที่ส่งเสริมหรือเชิญชวนให้เล่นพนันออนไลน์มากกว่าสื่อกระแสหลัก โดยปัจจุบันเว็บไซต์พนันมีมากกว่า 200,000 เว็บไซต์ มีการใช้กลยุทธ์ทางการตลาดกระตุ้นให้สนใจและอยากเล่นอยากลองมากขึ้น โดยเฉพาะกับกลุ่มเด็กและเยาวชน

โพลชี้เยาวชนเกินครึ่งเล่นพนันเพราะอยากลอง 
ผลสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของวัยรุ่นและเยาวชนจำนวน 2,525 รายทั่วประเทศ เกี่ยวกับการพนันทายผลฟุตบอลออนไลน์ ทั้งในช่วงก่อนและหลังการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018  จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ โครงการยูรีพอร์ต ประเทศไทย โดยองค์การยูนิเซฟ พบประเด็นที่น่าสนใจคือ เยาวชนร้อยละ 57 เล่นอินเทอร์เน็ตวันละ มากกว่า 5 ชั่วโมง โดยร้อยละ 22 พบเห็นโฆษณาการพนันทุกครั้งในโลกออนไลน์ ขณะที่เยาวชนกว่าร้อยละ 18 เคยเข้าไปดูโฆษณาพนันนั้นๆ นอกจากนี้ร้อยละ 54 ยังระบุว่า สาเหตุที่เข้าไปเล่นเพราะแค่อยากลอง เล่นขำๆ ไม่จริงจัง ส่วนร้อยละ 48 ระบุว่า ตั้งใจเรียนรู้การเล่นพนันด้วยตนเอง


เมื่อสำรวจลึกลงไปถึงรายละเอียดของการเล่นพนันบอลในโลกออนไลน์ พบว่า กว่าร้อยละ 34 ระบุจำนวนเงินที่คิดจะลงเดิมพันครั้งแรกที่ 1-500 บาท และกว่าร้อยละ 17 ระบุว่า จะลงเดิมพันครั้งแรกมากกว่า 5,000 บาท ซึ่งเป็นคำตอบที่น่าสนใจมากทีเดียว ว่าเยาวชนกลุ่มนี้นำเงินมาจากไหน ซึ่งคำตอบที่ได้จากผลสำรวจพบว่า กว่าร้อยละ 55 ระบุว่า นำเงินส่วนตัวมาเล่น และร้อยละ 17 ได้เงินมาจากผู้ปกครอง ทั้งนี้ ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ คำตอบของเยาวชนที่บอกว่าเป็นเงินส่วนตัวนั้นอาจจะเป็นเงินที่ได้มาจากผู้ปกครองเช่นเดียวกัน

ส่วนกรณีการพบเห็นโฆษณาพนันบอลในโลกออนไลน์จะมีผลต่อการตัดสินใจลองเล่นไหม พบว่า ร้อยละ 87 ยืนยันว่า ไม่มีผล ร้อยละ 8 ระบุว่า ไม่แน่ใจ และร้อยละ 5 ระบุว่า มีผลแน่นอน (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ)


ด้านคุณรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยว่า การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของการพนันออนไลน์กลายเป็นปัญหาต่อการติดตามจับกุม ทั้งยังเกี่ยวพันกับปัญหาอาชญากรรมต่างๆ และยังอาจมีผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็กและเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติ สสส. จึงมุ่งเน้นการป้องกันและลดผลกระทบจากการพนันอย่างเต็มที่ โดยขยายความร่วมมือและทำงานกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งตอบสนองเป้าประสงค์ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเน้นการดำเนินงานให้เกิดผลลัพธ์สำคัญ 3 ด้าน คือ ด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนน ด้านการจัดการภัยพิบัติ และด้านการลดปัญหาจากการพนัน

คนไทยเล่นพนันสูงขึ้น
ปัญหาการพนันมีผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก เยาวชน และผู้สูงอายุ มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับการพนันมากขึ้น ทั้งทางออฟไลน์และออนไลน์

ศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ สำรวจสถานการณ์พฤติกรรม และผลกระทบการพนันในประเทศไทยทุก 2 ปี โดยปี 2560 พบว่า คนไทยร้อยละ 75.2 หรือเกือบ 40 ล้านคนเคยเล่นพนัน เกินครึ่งเริ่มเล่นพนันครั้งแรกตอนอายุไม่เกิน 20 ปี กลุ่มเริ่มเล่นพนันครั้งแรกอายุต่ำสุดที่ 7 ปี ประเภทการพนันที่เล่นมากที่สุด คือ สลากกินแบ่งรัฐบาลเนื่องจากมีการเพิ่มปริมาณสลากฯ แบบก้าวกระโดด ตามด้วย หวยใต้ดิน ไพ่ และพนันบอล ตามลำดับ

นอกจากนี้ยังพบว่า คนไทยเล่นพนันมากถึงร้อยละ 54.6 หรือเกือบ 29 ล้านคน เพิ่มขึ้น 1.5 ล้านคนเมื่อเทียบกับปี 2558 ในจำนวนนี้เป็นนักพนันหน้าใหม่ถึง 6 แสนกว่าคน ทั้งยังพบผู้หญิงเล่นมากขึ้น 1.3 ล้านคน และประมาณ 9 แสนกว่าคนมีหนี้จากการพนันสูงถึง 12,258 ล้านบาท เฉลี่ยคนละ 13,188 บาท 

ที่น่ากังวลใจพบว่า กลุ่มเยาวชนเล่นพนันมากขึ้นร้อยละ 17 โดยเฉพาะการพนันบอลเพราะได้เสียเงินง่ายและเร็ว ขณะที่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปเล่นพนันเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเนื่องจากการพนันที่แพร่หลาย มีเวลาว่าง แก้เหงา มีเงินเก็บ ดังนั้น คนใกล้ชิดจึงต้องพยายามชักชวนให้มาทำกิจกรรมในชุมชนมากขึ้น (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ)


ภาคีเครือข่ายร่วมมือเฝ้าระวัง
สถานการณ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าการพนันเป็นปัญหา ส่งผลกระทบต่อสังคม จำเป็นต้องเร่งแก้ไขและหามาตรการป้องกัน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนและผู้สูงอายุ ไม่ให้เข้าสู่วงจรนักพนัน รวมถึงหามาตรการช่วยเหลือผู้ติดพนันในกลุ่มวัยต่างๆ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบาย มาตรการและกลไกที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับการพนันต่อไป 

คุณธนากร คมกฤส เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน (มรพ.) เปิดเผยว่า โลก 4.0 ได้นำพาการพนันมาหาเด็กและเยาวชนผ่านช่องทางออนไลน์ ที่มีแนวโน้มเข้ามาแทนที่การพนันในช่องทางเดิมๆ ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเพราะการพนันออนไลน์มี 4 ด้านที่อันตรายครบถ้วน ทั้ง “ง่าย กระตุ้น ลุ้นถี่ และมีเดิมพันสูง”  คือ เข้าถึงได้ง่าย, กระตุ้นและปลุกเร้าด้วยสิ่งเย้ายวนหลากหลายรูปแบบ ทั้งการโฆษณาเชิญชวนด้วยพริตตี้ เน็ตไอดอล รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ, เปิดโอกาสให้เล่นพนันได้ถี่ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง และวางกับดักให้เดิมพันในปริมาณเงินที่มาก ยิ่งเล่นนานยิ่งลงเดิมพันมาก

“ความท้าทาย คือจะทำอย่างไรให้ผู้คนในสังคมที่การสื่อสารมาเร็วไปเร็วอย่างนี้มีโปรแกรม “คุ้มกัน” ที่ติดตั้งไว้ในตัวเอง เพราะไม่มีเทคโนโลยีใดที่จะคัดกรองสิ่งคุกคามที่มาทางออนไลน์ได้อย่าง 100% เรื่องที่ต้องเร่งช่วยกันทำคือสร้างการเรียนรู้ให้เด็กเยาวชนและครอบครัวเกิดการ “รู้ทัน” และคุ้มกันตัวเองได้”

ขณะที่เครือข่ายสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย ตื่นตัวกับการลดปัญหาจากการพนันบอลออนไลน์อย่างมาก  ล่าสุด ร่วมมือกับ สสส. และมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน สร้างสรรค์และจัดทำสื่อรณรงค์หลายรูปแบบ เช่น หนังสั้น 5 เรื่องจาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ และสามารถขยายผลได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยได้กำหนดในแผนงานของแต่ละพื้นที่ ทั้งระดับตำบล อำเภอ และจังหวัด ให้จัดกิจกรรมผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจังมากขึ้นในปี 2562

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการพนันในยุค 4.0 นี้ ยังไม่มีอะไรที่มากำกับดูแลเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนอย่างจริงจัง ดังนั้นหน่วยงานต่างๆ ควรร่วมมือกันสกัดกั้นการเข้าถึงพนันออนไลน์ของเด็กและเยาวชน โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น เช่นเดียวกับกฎหมายควบคุมการโฆษณาเหล้า-บุหรี่ ที่มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน 
__________
คุณรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ  - ผอ.สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส.
“เรามุ่งเน้นการป้องกันและลดผลกระทบจากการพนันอย่างเต็มที่ โดยขยายความร่วมมือและทำงานกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อมุ่งตอบสนองเป้าประสงค์ตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยเน้นการดำเนินงานให้เกิดผลลัพธ์สำคัญ 3 ด้าน คือ ด้านการจัดการความปลอดภัยทางถนน ด้านการจัดการภัยพิบัติ และด้านการลดปัญหาจากการพนัน”


[English]
Increasing Online Gambling Activities, Another Side of Digital Age

A recent Thai Health Promotion Foundation-UNICEF survey of 2,525 student and young people across Thailand about online football gambling before and after the 2018 World Cup showed 57% of them spent over five hours a day playing games on internet and 22% of them saw football gambling advertisements every time they logged on.  The survey also found 18% of young respondents actually clicked the ads while 54% said they checked out the sites because of curiosity.

It was also found that over 34% of online football gamblers spent an average of 1,000-1,500 baht on their first bets but at least 17% said their first bets were worth more than 5,000 baht.

When asked where these young people got money to gamble, some 55% said they used their own money while 17% said got it from their parents, although those who claimed to have used their own money should actually said it was their parents’.

The Thai Health Promotion Foundation said that the growing popularity of online gambling activities has already been problems for law enforcement officers to make an arrest while the prospects of other criminal activities could ensue and Thai youth’s brain development might be affected.

The latest biennial study jointly authored by Chulalongkorn University and Research Centre for Social and Business Development Co., Ltd. (SAB) suggested that 75.2% of Thais or almost 40 million of them gambled at least once while more than half of them made their first bets before they turned 20 years old and the youngest first-timer did so at the age of seven.

These findings simply call for immediate actions to mitigate any negative impact on the society, particularly when the digital age is here.

 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments