728 x 90

ยืดเวลาใช้ตั๋วร่วมอัพเกรดระบบเป็น EMV แมงมุม 4.0

img

แม้จะคอนเฟิร์มโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ว่ากำหนดเวลาของการใช้บัตรแมงมุมหรือระบบตั๋วร่วมจะไม่เลื่อน แต่ล่าสุดต้องขยับแผนการใช้งานอีกครั้ง เพื่อดำเนินการปรับระบบบัตรให้เป็นเทคโนโลยีแบบ EMV ตามความต้องการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งต้องใช้เวลาในการปรับปรุงระบบ 18 เดือน คาดว่าจะใช้ได้อย่างเต็มรูปแบบกับทุกโหมดการเดินทางในเดือนธันวาคม 2562 

โดยล่าสุด รฟม. ได้รายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ที่มีคุณพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน ว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม. ได้เห็นชอบแนวทางการนำระบบเทคโนโลยีบัตร EMV (Euro.Master.Visa) Contactless Smart Card (Open Loop) หรือระบบบัตรเครดิตดิจิทัล มาใช้ในระบบตั๋วร่วมแล้ว จากนี้จะดำเนินการในรายละเอียดต่อไป 

ทั้งนี้ที่ประชุมได้มอบหมายให้ รฟม. ดำเนินการหารือกับผู้ประกอบการ เกี่ยวกับการใช้ระบบ EMV เพื่อความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยเฉพาะเรื่องของค่าธรรมเนียมที่เบื้องต้น รฟม. เสนอตัวเลขที่ 0.8% คือ ใน 100 บาท ต้องเสียค่าธรรมเนียม 80 สตางค์ นั้นจะยืนยันที่อัตรานี้หรือจะมีการเปลี่ยน แปลงหรือไม่ รวมถึงให้ไปพิจารณาทบทวนรูปแบบองค์กรบริการจัดการระบบตั๋วร่วม (Common Ticketing Company : CTC) ด้วย เนื่องจากเมื่อปรับระบบเป็นเทคโนโลยี EMV แล้ว ค่าบริหารจัดการระบบ จะลดลงจากเดิมถึง 3 เท่า คือลดลงจาก 150 ล้านบาท/ปี เหลือเพียงแค่ประมาณ 50 ล้านบาท/ปี และไม่ต้องทำหน้าที่ในการจำหน่ายบัตร หรือทำการตลาด ทำให้บทบาทหน้าที่และค่าใช้จ่ายลดลง จึงไม่จำเป็นต้องจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน อาจเป็นแค่เพียงหน่วยธุรกิจ (Business Unit) ภายใน รฟม. เท่านั้น 

อัพเวอร์ชั่นเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค 
คุณเผด็จ ประดิษฐ์เพชร ผู้อำนวยการสำนักงานโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อธิบายว่า เทคโนโลยีบัตร EMV เป็นรูปแบบที่ สนข. ศึกษาไว้อยู่แล้ว แต่ในระยะแรกของการศึกษา EMV ยังไม่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย และยังมีข้อสงสัยในเรื่องความปลอดภัย สนข. จึงเลือกแนวทางโดยเริ่มที่จะใช้งานตั๋วร่วมแบบระบบปิด คือบัตรแมงมุม (Close Loop Mangmoom 2.0) ก่อน แล้วจึงจะพัฒนายกระดับเป็นแบบระบบเปิด คือ EMV เป็นแมงมุม 4.0 (Mangmoom 4.0) ในระยะต่อไป แต่จากการพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยี รฟม. จึงเสนอให้พัฒนาและใช้งานตั๋วร่วมเป็นระบบ EMV เลยจะคล่องตัวและมีข้อดีมากกว่า 

นอกจากนั้นยังเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้โดยสารด้วย คือสามารถนำบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่มีมาใช้แทนบัตรโดยสารได้ ไม่ต้องซื้อบัตรโดยสารใหม่ และไม่ต้องกังวลเรื่องการเติมเงินหรือเงินคงเหลือในบัตร เพราะระบบจะตัดเงินย้อนหลังลักษณะเดียวกับการซื้อสินค้า การแตะบัตรเข้าระบบก็รวดเร็วกว่า เพราะหัวอ่านจะทำแค่เช็คว่าบัตรที่มาแตะเป็นบัตรจริงหรือปลอม ใช้งานได้หรือไม่ ส่วนการคำนวณค่าโดยสารหรือตัดเงินจะทำภายหลัง ส่วนใครที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือเดบิตก็สมารถซื้อบัตรโดยสารประเภทอื่นที่ผู้ประกอบการจัดทำไว้ได้ 

ปรับใช้ระบบ EMV ลดต้นทุนได้ 50% 
สำหรับงบประมาณในการปรับปรุงระบบเป็นแบบ EMV รฟม. ประเมินไว้เบื้องต้นว่ารถไฟฟ้าทุกระบบจะใช้งบในการปรับปรุงเป็น EMV 218 ล้านบาท ถูกกว่าแบบแมงมุมที่ต้องใช้ 500 ล้านบาท ส่วนงบประมาณในการปรับฐานข้อมูลของระบบหลังบ้าน (การจัดการเรื่องค่าโดยสาร การตัดเงิน และอื่นๆ) อยู่ที่ประมาณ 240 ล้านบาท นอกจากนั้นในส่วนของการบริหารจัดการระบบในภาพรวมก็ลดลงประมาณ 50% เมื่อเทียบกันทั้ง 2 ระบบ โดยก่อนหน้านี้ประเมินไว้ว่าภายใน 20 ปีระบบแมงมุมเดิมจะใช้เงินลงทุนและบริหารจัดการระบบประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่เมื่ออัพเกรดเป็น EMV 4.0 จะเหลือ 2,000 ล้านบาท โดยมีเงินลงทุนขั้นต้น 623 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดำเนินงานปีแรก 49 ล้านบาท จากระบบเดิมมีเงินลงทุนขั้นต้น 1,086 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายดำเนินงานปีแรก 143 ล้านบาท  

ปี 61 ใช้งานบัตรแมงมุมบางส่วน  
ทั้งนี้ ในระยะแรกจะเป็นการใช้บัตรแมงมุมที่ออกแบบไว้เดิมก่อน ซึ่งจะเริ่มจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะมีการประกาศให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนำบัตรไปดำเนินการเชื่อมข้อมูลหรือปรับระบบบัตรที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงและ MRT สายสีน้ำเงิน ก่อนวันที่ 1 ก.ค.2561 นี้ ซึ่งจะทำให้ใช้งานได้กับระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง MRT สายสีน้ำเงิน และรถเมล์ที่ติดตั้งตัวอ่านบัตรเรียบร้อยแล้ว จากนั้นในช่วงเดือน ก.ค.-ต.ค. จะนำบัตรแมงมุม 4.0 จำนวน 200,000 ใบ ที่ สนข.จัดทำไว้แล้วส่งมอบให้ รฟม. นำมาแจกจ่ายให้ประชาชนรับไปใช้งาน จากนั้นตั้งแต่เดือน ต.ค. 2561 เป็นต้นไป จะขยายผลการใช้งานไปยังรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งขณะนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการปรับปรุงระบบแล้ว 140 ล้านบาท รวมถึงใช้งานได้กับรถเมล์ จำนวน 2,600 คัน และจะเพิ่มบัตร MRT Plus เข้ามาอีกด้วย ทั้งนี้ รฟม.จะดำเนินการด้านการปรับปรุงมาตรฐานบัตรและมาตรฐานระบบ เป็นรูปแบบ EMV ได้อย่างเต็มรูปแบบในเดือน ธ.ค. 2562 ซึ่งจะสามารถใช้งานได้กับทุกโหมดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น รถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ๆ รวมถึงเรือโดยสาร ทางด่วน และ มอเตอร์เวย์ 

ในส่วนของ รถไฟฟ้า บีทีเอส นั้น รฟม. จะหารือกับเอกชนก่อนว่าจะปรับปรุงระบบชั่วคราวเพื่อให้สามารถนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและบัตรแมงมุมในมาตรฐานเดิมมาใช้ได้ก่อนหรือไม่ หรือจะปรับปรุงระบบเป็นมาตรฐาน EMV และใช้งานในเดือน ธ.ค. 2562 ทีเดียวเลย   

บีทีเอสยังไม่คอนเฟิร์มใช้ระบบ EMV 
ขณะที่คุณสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC กล่าวว่า ยังไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ว่าจะปรับระบบเป็นแบบ EMV หรือไม่ ต้องศึกษารายละเอียดข้อมูลให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากรูปแบบเปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยหารือกันไว้ จึงต้องดูให้รอบคอบในหลายๆ ด้าน ทั้งเรื่องต้นทุนของการปรับระบบ ค่าธรรมเนียม รวมถึงเรื่องของข้อมูลในบัตรด้วย 

ด้านแหล่งข่าวจาก บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยว่าขณะนี้กำลังสำรวจระบบบัตรโดยสาร ของรถไฟฟ้าบีทีเอส ทั้งสายสีลม สายสุขุมวิท และส่วนต่อขยาย เพื่อดูว่าระบบที่ใช้อยู่จะต้องปรับปรุงเพื่มเติมมากน้อยเพียงใดเพื่อให้รองรับกับระบบ EMV ได้ รวมถึงต้องพิจารณาระบบในส่วนของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และรถไฟฟ้าสายสีทองด้วยว่าระบบบัตรโดยสารรองรับกับรูปแบบของ EMV แล้วหรือไม่ และต้องใช้งบประมาณเท่าใดในการปรับปรุง ซึ่งอาจต้องแบ่งส่วนระหว่างสถานีในเส้นทางสัมปทาน กับเส้นทางที่ กทม. กำกับดูแล 

เรือโดยสารเตรียมทำระบบรองรับ
ขณะเดียวกัน กรมเจ้าท่าก็มีแผนที่จะยกระดับท่าเรือและเรือโดยสารให้สอดรับกับแผนการพัฒนาระบบรางและการเชื่อมต่อกับบัตรโดยสารด้วย โดยคุณจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) กล่าวว่า ได้หารือกับบริษัท เรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด แล้ว  ซึ่งทางเอกชนกำลังดำเนินการปรับปรุงเรือโดยสารให้เป็นรูปแบบใหม่ และรองรับกับระบบบัตรโดยสาร ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อเรือ จำนวน 6 ลำ ใช้เวลาประมาณ 8-10 เดือน คาดว่าภายในปี 2562 จะสามารถนำมาให้บริการได้ โดยจะให้บริการตั้งแต่ท่าเรือพระนั่งเกล้าถึงท่าเรือสาทร ขณะที่กรมเจ้าท่าจะดูแลเรื่องการพัฒนาท่าเรือเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้า ซึ่งจะมีท่าเรือ หลักๆ คือ ท่าเรือสาทร ท่าเรือพระนั่งเกล้า ท่าเรือบางโพ ท่าเรือราชินี   

Mastercard โชว์พร้อมใช้บัตรจ่ายค่าโดยสาร 
ขณะที่ Mastercard ได้ออกบูธในงาน Bangkok FinTech Fair 2018 ที่จัดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้นำเสนอโซลูชันและแพลตฟอร์มด้านการเงินภายใต้แนวคิด Smart City พร้อมนำเสนอโซลูชันของการนำบัตรเครดิตหรือเดบิต Mastercard แบบ Contactless ไปใช้จ่ายค่าโดยสารรถไฟฟ้า และรถเมล์ โดยยกตัวอย่างการใช้งานที่มีแล้วในสิงคโปร์และลอนดอน ซึ่งมีข้อดีคือลดเวลาในการต่อแถวแลกเหรียญและซื้อบัตรโดยสารลงได้มาก และยังลดต้นทุนของผู้ให้บริการด้วย อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการนำเสนอโซลูชันเท่านั้น การตัดสินใจว่าจะใช้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการประสานงานใดๆ 

อย่างไรก็ตาม แม้ภาครัฐจะยังคงยืนยันเดินหน้าพัฒนาระบบตั๋วร่วมต่อ และปรับระบบให้ทันสมัยมากขึ้น แต่ก็เป็นอีกครั้งแล้วที่ต้องลุ้นกันว่าบัตรโดยสารที่จะเชื่อมโยงทุกระบบการเดินทาง พร้อมจ่ายครบทุกสิ่งให้จบได้ในบัตรเดียวนี้ กับกำหนดเวลาใช้งานที่ประกาศล่าสุดอีกครั้งนี้จะเป็นไปตามไทม์ไลน์นี้แน่นอนหรือไม่  


คุณสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC
“ยังไม่ได้รับแจ้งเรื่องการหารือจากทาง รฟม. หรือกระทรวงคมนาคม และยังตอบไม่ได้ว่าจะปรับเป็นรูปแบบ EMV หรือไม่ เพราะยังมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ทั้งเรื่องของค่าธรรมเนียมที่มีความแตกต่างกันของแต่ละธนาคาร เรื่องต้นทุนในการปรับระบบว่าถูกลงจริงหรือไม่ ที่ต้องระวังคือเรื่องข้อมูลของบัตรและผู้ถือบัตรจะรั่วไหลและไม่ปลอดภัย อีกทั้งต้องพิจารณาว่าจะมีผลกระทบกับผู้ถือบัตรแรบบิทที่มีอยู่กว่า 9 ล้านใบด้วยหรือไม่”
คุณสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC

คุณภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) 
“รฟม. จะพัฒนาตั๋วร่วม ในระบบบัตร EMV Contactless Smart Card (Open Loop) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบใหม่ โดยประเมินว่าจะใช้เวลาในการปรับปรุงหัวอ่าน ทดสอบระบบการใช้งานประมาณ 18 เดือน แต่จะเร่งรัดแผนเพื่อรองรับการใช้งานกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้ใช้งานกับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำ MRT สายสีม่วง และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ ภายในเดือน ก.ค.นี้ ส่วนรถเมล์จะใช้ได้หลังจากนั้นประมาณ 2-3 เดือน สำหรับระบบ EMV จะมีค่าลงทุนน้อยกว่ารูปแบบตั๋วร่วมเดิมประมาณ 30-40% และการหักจากบัตรเครดิตทำให้ผู้โดยสารที่เป็นนัก  ท่องเที่ยวต่างชาติสามารถใช้รถไฟฟ้ารวมถึงระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ได้สะดวกมากขึ้น”
คุณภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) 
“ที่เปลี่ยนมาใช้เทคโนโลยี EMV ต้องชี้แจงว่าเราได้ศึกษาเรื่องระบบตั๋วร่วมมาหลายปีแล้ว ซึ่งในขณะนั้นเทคโนโลยี EMV ยังไม่ได้รับการยืนยันในเรื่องความเสถียร และปลอดภัย แต่ปัจจุบันนี้มีความชัดเจนแล้ว และมีการใช้งานจริงที่ลอนดอนและสิงคโปร์ และยังมีอีก 127 เมืองทั่วโลกที่อยู่ระหว่างการนำมาใช้งาน ทั้งนี้ทาง รฟม. ต้องไปดำเนินการต่อตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ต้องเสนอ ครม. และปรับปรุงระบบ ซึ่งคาดว่าจะสามารถใช้บริการตั๋วร่วม EMV เต็มรูปแบบได้กับทุกโหมดการเดินทางในเดือนธันวาคม 2562”
คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)

[English]
Bangkok’s Days of Joint Public Transport Ticket Yet to Arrive

The Minister of Transport’s previous promise on the timing of the launch of the joint public transport ticket system, known as the Mangmoom Card, proves to be empty as the much-awaited project is to be delayed again by 18 months.

The Mass Rapid Transit Authority of Thailand (MRTA) has asked for the postponement of this project launch to as early as December 2019 to include the Euro.Mas.Visa (EMV) Contactless Smart Card (Open Loop) technology in the joint ticketing system, which its Board of Directors has recently approved.

In order to pursue this initiative, the MRTA will be discussing with relevant entrepreneurs about how to incorporate this technology and what needs to be done, including the fee, which the MRTA proposed a 0.8% rate, and the review of the Common Ticketing Company (CTC) plan because the EMV technology is expected to cut the system administrative cost by two-thirds to around 50 million baht a year and calls for a new business unit, instead of a joint venture, to run it.

The Office of Transport and Traffic Policy and Planning (OTP) added that it has been studying the EMG technology for some time but it has not been put into a broader use yet, while doubts over safety remained unresolved.

The MRTA has estimated the introduction of EMV to initially cost 218 million baht, compared with the 500-millon-baht planned budget for the launch of the Mangmoom Card.

Nevertheless, Bangkok Mass Transit System PCL, which operates the city’s Skytrain, remains undecided about the adoption of the EMV technology as it awaits more and clarified studies while considering all aspects before the final decision can be made.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments