728 x 90

ระบบโดยสารสาธารณะ เสี่ยงคุกคามทางเพศ

img

จากที่องค์การสหประชาชาติระบุว่า การสร้างเมืองที่ปลอดภัยเพื่อทุกคน นับเป็นพื้นฐานไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ซึ่งประเทศไทยได้ร่วมลงนามและให้คำมั่นร่วมกันกับประเทศอื่นๆ  ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติเมื่อเดือน ก.ย. 58

โครงการรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงจึงเกิดขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในประเด็นปัญหาการคุกคามทางเพศ ซึ่งยังมีผู้หญิงในเขตเมืองที่ใช้รถโดยสารสาธารณะจำนวนมากที่เสี่ยง หรือเคยถูกคุกคามทางเพศระหว่างเดินทางมาแล้ว ในขณะเดียวกันนี่เป็นครั้งแรกที่มีการรวบรวมสถิติตัวเลขที่ชัดเจน ผ่านโครงการวิจัยสำรวจสถานการณ์การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานคร ปี 2560 ขึ้นเพื่อชี้ให้เห็นถึงจำนวนผู้ที่ถูกคุกคามทางเพศ

พบผู้ถูกคุกคามทางเพศ 35% 
โดยเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ได้สนับสนุนการวิจัยสำรวจปัญหาการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะ มีนักวิชาการจากคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการสำรวจผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในเขตกรุงเทพฯ ทั้งหญิง ชาย และเพศอื่นๆ รวม 1,645 คน โดยถามเกี่ยวกับประสบการณ์ทั้งที่ตนเองเคยถูกคุกคาม และการเห็นผู้โดยสารอื่นถูกคุกคามทางเพศ พบว่า 35% หรือมากกว่า 1 ใน 3 ระบุว่าตนเองเคยถูกคุกคามทางเพศขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยผู้หญิงตกเป็นเป้าของการคุกคามทางเพศมากที่สุดคือ 45% 

พฤติกรรมลวนลามด้วยสายตาเจอมากที่สุด 
ลักษณะพฤติกรรมการคุกคามทางเพศ ที่ผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ เจอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 
1. ลวนลามด้วยสายตา เช่น มองช้อนใต้กระโปรง มองหน้าอก 18.8%   
2. ตั้งใจเบียดชิด แต๊ะอั๋ง ลูบคลำ 15.4% 
3. ผิวปาก แซว 13.9% 
4. พูดจาแทะโลม เกี้ยวพาราสี 13.1%
5. พูดลามก ชวนคุยเรื่องเพศ 11.7% 
ลักษณะพฤติกรรมการคุกคามทางเพศ
นอกจากนี้ยังพบการคุกคามรูปแบบอื่นที่ถือว่าร้ายแรง เช่น ใช้อวัยวะเพศถูไถ โชว์อวัยวะเพศ หรือ  สำเร็จความใคร่ให้เห็น 4.6% เปิดภาพลามกหรือคลิปโป๊ให้เห็น 3% ตามตื้อ  หรือสะกดรอยตาม 2.9% 

พบเหตุคุกคามทางเพศบนรถเมล์สูงเป็นอันดับหนึ่ง
ประเภทของขนส่งสาธารณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจพบเจอการคุกคามทางเพศมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ รถเมล์ 50%,  มอเตอร์ไซค์รับจ้าง 11.4%, รถแท็กซี่ 10.9%, รถตู้ 9.8%, และรถไฟฟ้า BTS 9.6% โดยมี ข้อสังเกตว่ารูปแบบขนส่งสาธารณะใดที่มีผู้ใช้บริการมาก มักมีเหตุการณ์คุกคามทางเพศสูงมากตามไปด้วย 

ส่วนวิธีการรับมือหรือตอบโต้เมื่อถูกคุกคามทางเพศนั้น พบว่ามีผู้ที่เคยถูกคุกคามใช้วิธีการนิ่งเฉย หลีกเลี่ยง หรือเดินหนี 25% และมีการแจ้งพนักงานประจำรถ เพียง 14.6%  
เหตุการณ์คุกคามทางเพศ
แนะเพิ่มมาตรการแก้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้น
ดร. วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ กล่าวว่า สิ่งที่เราสนใจคือปฏิกิริยาของคนรอบข้างที่พบเห็นเหตุการณ์ จากการสำรวจพบว่ามีผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะถึง 35% หรือ 1 ใน 3 ที่ระบุว่าเคยเห็นเหตุการณ์การคุกคามทางเพศเกิดกับผู้โดยสารอื่นที่ร่วมเส้นทาง ทางเครือข่ายเชื่อว่าคนรอบข้างคือผู้ที่จะมีส่วนช่วยหยุดยั้งการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้มาก จึงจัดการรณรงค์ “ถึงเวลาเผือก” เพื่อกระตุ้นให้คนในสังคม  ช่วยกันคิดหาวิธีการแทรกแซง สร้างทักษะในการแทรกแซงเพื่อหยุดพฤติกรรมการคุกคามทางเพศที่เห็นตรงหน้า และเป็นการส่งสารไปถึงผู้ที่มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศผู้อื่นว่าสังคมไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าว และจะช่วยกันสอดส่องป้องกันเพื่อลดปัญหาการคุกคามทางเพศ 

ด้านคุณรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบายองค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่า อยากเห็นการจัดการในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดยหลายประเทศทำแล้วได้ผล เช่น ประเทศญี่ปุ่น  มีการจัดขบวนรถไฟฟ้าสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ในประเทศอังกฤษมีการจัดตั้งสายด่วนเพื่อร้องเรียนเรื่องการคุกคามและมีเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ทันทีเมื่อมีการแจ้งเหตุ นอกจากนี้อีกหลายประเทศยังมีการทำแอพพลิเคชั่นสำหรับการแจ้งเหตุการถูกคุกคามหรือลวนลามทางเพศด้วย หากนำระบบต่างๆ มาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม จะสามารถทำให้ กทม. เป็นเมืองที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน 

ขณะที่คุณจรีย์ ศรีสวัสดิ์ ตัวแทนจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า แนวทางแก้ปัญหา สิ่งแรกต้องแก้ที่ทัศนคติ และควรรณรงค์ให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อผู้ที่กระทำ ซึ่งปัจจุบันกฎหมายกับการละเมิดทางเพศในส่วนของกฎหมายอาญาเขียนกว้างไป ทางที่ดีควรแบ่งชั้นความผิดหรือแก้กฎหมายการคุกคามให้ชัดเจน รวมไปถึงการคุกคามทางโซเชียลมีเดียที่มีการพิมพ์ข้อความในเชิงเหยียดเพศ คุกคาม ก็ถือว่ามีความผิดเช่นกัน ตรงนี้จะทำให้ผู้ที่กระทำเกิดความเกรงกลัวมากขึ้น 
วิธีรับมือเมื่อถูกคุกคามทางเพศ
เสนอ 3 แนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม 
ทั้งนี้องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายรณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง เตรียมเสนอ 3 มาตรการที่จะช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ต่อภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 
1. การสอดส่องดูแลความปลอดภัย ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายในตัวยานพาหนะ ป้ายรถ ท่าเรือโดยสาร และสถานีรถโดยสาร ซึ่งจะช่วยตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในตัวยานพาหนะและบริเวณป้ายรถ ท่าเรือและสถานี และยังใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด หากมีผู้กระทำการคุกคามทางเพศหรือมิจฉาชีพอื่นๆ ก่อเหตุบน ยานพาหนะโดยสารและบริเวณต่างๆ พนักงาน เจ้าหน้าที่ หรือผู้ควบคุมศูนย์จะเห็นได้ชัดเจนและสามารถช่วยยับยั้งสถานการณ์ได้ทันท่วงที 
2. การแจ้งเหตุการคุกคามทางเพศ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีการจัดการเพื่อรองรับการแจ้งเหตุที่มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว เข้าถึงง่าย ติดตามผลได้ หากเกิดเหตุคุกคามทางเพศหรือเหตุอื่นๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน และเมื่อมี การแจ้งเหตุการคุกคามทางเพศ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพนักงานสอบสวนควรปฏิบัติต่อผู้ถูกกระทำอย่างเหมาะสม รับฟังอย่างปราศจากอคติ มีการดำเนินการเอาผิดผู้กระทำผิดอย่างสมควร เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก  
3. การอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลการบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ มีการอบรมพนักงานของหน่วยงานให้สามารถสังเกตพฤติกรรมคุกคามทางเพศต่างๆ และมีกระบวนการขั้นตอน และแบบแผนปฏิบัติเพื่อยับยั้งและแจ้งเหตุอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้จะมีการนำเสนอผลการวิจัยและข้อเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนว่าควรจะดำเนินการในลักษณะใดต่อไปเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องนี้ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมอันเป็นประโยชน์ต่อผู้โดยสารในเมืองทุกคน  


คุณรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบายองค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย  
“เราอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศ เพราะแม้ภาครัฐจะมีกล้องวงจรปิด มีช่องทางการร้องเรียนหรือมาตรการป้องกัน แต่ถ้าคนที่อยู่ร่วมกันในเมืองไม่ช่วยเป็นหูเป็นตา ไม่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ปัญหาอาจไม่ได้รับการแก้ไข สิ่งที่ดีที่สุดคือเพื่อนร่วมทางหรือคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าคนที่ตกเป็นเหยื่อไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรืออาจยังไม่ตระหนักว่ากำลังถูกคุกคามอยู่ แต่ถ้าเพื่อนร่วมทางเห็นสถานการณ์และยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ถูกคุกคาม เชื่อมั่นว่าจะสามารถยับยั้งปัญหาการคุกคามบนระบบขนส่งสาธารณะได้” 


คุณวรวรรณ ตินะลา ผู้เคยประสบเหตุการณ์ถูกคุกคามบนรถโดยสารสาธารณะ  
“หากพูดถึงในแง่นโยบายของภาครัฐในส่วนของความปลอดภัยจากการถูกละเมิด ที่ผ่านมามีเพียงแคมเปญรณรงค์ พอนำมาปฏิบัติจริงกลับไม่เห็นผล เป็นเพียงกระแสชั่วครั้งชั่วคราว ตรงนี้อยากให้ภาครัฐเพิ่มบทลงโทษให้รุนแรงมากกว่าเดิม  เพราะที่ผ่านมาโทษเบา อีกทั้งผู้ถูกกระทำก็ไม่กล้าพูด หรือแจ้งความเพราะอาย  ทำให้ผู้กระทำผิดได้ใจ” 


คุณจรีย์ ศรีสวัสดิ์ ตัวแทนจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล 
“การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนควรเป็นการเดินทางที่ปลอดภัย สบายใจ โดยเฉพาะผู้หญิง และเพศทางเลือก แต่ปัจจุบันนี้การเดินทางแต่ละครั้งต้องมีความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดการคุกคาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน ที่มีการเบียดเสียด ซึ่งผู้กระทำมักใช้โอกาสนี้คุกคามทางเพศ กลายเป็นความเครียดซ้ำเติมจากเดิมที่ต้องเครียดกับเรื่องอื่นอยู่แล้ว ทำให้คุณภาพชีวิตต่ำลง สำหรับแนวทางการแก้ปัญหา สิ่งแรกต้องแก้ที่ทัศนคติ โดยการทำประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้นว่าการคุกคามทางเพศเป็นสิ่งที่ผิด ควรให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเข้มข้นต่อผู้ที่กระทำ ถัดมาคือความต่อเนื่องในนโยบายของภาครัฐ”  

[English]
Risk of Sexual Harassment Deemed High on Thailand’s Public Buses

With respect to the UN Sustainable Development Goals (SDGs), it takes safe cities to help achieve this aim and Thailand has joined many countries in an agreement to pursue such a plan.  Accordingly, the campaign to promote a women-friendly city has been introduced to help the public accurately understand the issue of sexual harassment, particularly when many women in the city areas continue to fall prey while riding public buses.

According to a survey led by Safe Cities for Women Thailand, 35% of 1,645 respondents, who regularly use public transportation in Bangkok, admitted they, at least once, experienced sexual harassment, with 45% of them being women.

The survey also found five different patterns of sexual harassment on public transportation, including staring or leering, deliberate contact or groping, wolf whistling, aggressive flirtations, and comments or remarks with sexual innuendos.

And, public buses have been found as the place where sexual harassment has taken place the most, while motorcycle taxis, taxis, passenger vans and BTS Skytrain have all been noted as the locations that victims often reported.

Despite such undesirable experiences, the survey suggested that most victims usually decided to stay quiet or walk away while only 14.6% reported to the incidents to bus conductors.

An expert from the Safe Cities for Women Thailand network suggested that witnesses will be the most effective people to help stop sexual harassment on public transportation and, accordingly, introduced an initiative “It’s Time to be Nosy” to encourage members of the public to interfere in any acts deemed as sexual harassment.

In addition, activists have proposed measures to tackle this problem, including stringent surveillance, timely reporting of sexual harassment and more training for staff of all public transport systems to promptly act when needed.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments