728 x 90

สงกรานต์ปีนี้คาด! เงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท โพลเผยคนกรุงเลือกอยู่กทม.

img

สถานการณ์การท่องเที่ยวไทยจากดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในไตรมาส 2 คาดตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยกว่า 9 ล้านคน ส่วนคนไทยหนีฝุ่นพิษเที่ยวนอก 13% ขณะที่ช่วงสงกรานต์ยังคึกคัก คาดเม็ดเงินสะพัด 2 หมื่นล้านบาท พร้อมดันสงกรานต์เมืองรองเป็นจุดหมายใหม่

ทิศทางท่องเที่ยวไทยไตรมาส 2/62 ผู้ประกอบการยังมองมุมบวก
อุุตสาหกรรมการท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหรกรรมหลักที่สร้างรายได้ และชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย โดยสถานการณ์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 อาจต้องร่วมมือช่วยกันอย่างมากจากทุกภาคส่วน หลังจากสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เผยถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 1/2562 พบว่า อยู่ที่ระดับ 98 ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงปกติ แม้ว่าจะใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้ที่ 100 แต่ก็สะท้อนสถานการณ์ที่ค่อนข้างทรงตัว

จากการสำรวจผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความกังวล และประเมินสถานการณ์ต่ำกว่าปกติ มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรม รวมถึงเศรษฐกิจไทยยังซบเซา ทำให้กำลังซื้อลดลง

อย่างไรก็ดี มีการประเมินว่าสถานการณ์ในไตรมาสนี้จะดีขึ้น จากที่ ททท. มีการส่งเสริมการท่องเที่ยว และกิจกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจ จึงคาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ ในไตรมาสที่ 2/2562 เท่ากับ 100 ในระดับปกติ โดยผู้ประกอบการกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจสปาและนวด และธุรกิจขายของที่ระลึก เป็นกลุ่มที่คาดว่าสถานการณ์ดีกว่าปกติค่อนข้างมาก ส่วนธุรกิจขนส่งและธุรกิจนำเที่ยวคาดการณ์ว่าต่ำกว่าปกติค่อนข้างมาก ส่วนปัจจัยที่ยังมีความกังวล คือปัญหามลพิษ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของคนไทย รวมทั้งเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว และธุรกิจท่องเที่ยวแข่งขันรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ พบว่า ผู้ประกอบการเน้นปรับกลยุทธ์การตลาดและประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้น แต่ 40% ระบุว่าอาจจะปรับเพิ่มราคาห้องพักและสินค้าต่างๆ ในช่วงเทศกาล รวมถึงค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่รุนแรงในช่วงนี้ จำนวน 51% ชี้ว่าไม่ได้รับผลกระทบ และบางส่วน 16% ได้ลงทุนระบบกรองอากาศ 


ภาพรวมชาวต่างชาติพึงพอใจ ติง ถนน-รถไฟ-แท็กซี่ ต้องปรับปรุง
ขณะเดียวกัน สทท. ยังได้ประเมินว่าในไตรมาสที่ 2/2562 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.28 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.62% จากไตรมาส 2/2561 เป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มอาเซียน 2.66 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.31%, กลุ่มเอเชียตะวันออก 4.03 ล้านคน เพิ่ม 3.07% และกลุ่มยุโรป 1.15 ล้านคน ขยายตัว 3.60% และคาดว่าในปี 2562 จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมา  ท่องเที่ยวในไทย ประมาณ 40.64 ล้านคน เพิ่มขึ้น 6.17% จากปี 2561 ก่อให้เกิดรายได้ 2.2 ล้านล้านบาท เติบโต 9.36%

ทั้งนี้ ในไตรมาส 1/2561 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 74% มีความพึงพอใจในการมาเที่ยวประเทศไทย คิดเป็นคะแนนรวม 4.02 เต็ม 5 โดยพึงพอใจในหลายด้าน เช่น สถานที่ท่องเที่ยว, อาหารไทย, สปาและนวด, และที่พัก เป็นต้น แต่ด้านการคมนาคมยังคงไม่เป็นที่พึงพอใจ ทั้งด้านสาธารณูปโภคคมนาคม (ถนน รถไฟ) และด้านคุณภาพการบริการ (แท็กซี่) นอกจากนั้นยังเสนอว่า ควรมีการปรับปรุงในด้านความสะอาดของอาหารไทยมากที่สุด รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของอาหาร ส่วนปัญหามลพิษทางอากาศส่งมีผลกระทบต่อแผนการเดินทางท่องเที่ยวในไทยบ้าง โดยมีการเปลี่ยนแผนการเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่มีปัญหามลพิษทางอากาศ แต่ยังไม่รุนแรงจนต้องลดจำนวนวันท่องเที่ยวลง

ส่วนคนไทยวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ช่วงไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 24% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ขณะที่จำนวน 13% มีการวางแผนไปท่องเที่ยวต่างประเทศ สำหรับสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดขึ้นนั้น มีผลต่อการตัดสินใจไปท่องเที่ยว ซึ่งบางส่วนลดการเดินทางท่องเที่ยวลง รวมถึงตัดสินใจไปท่องเที่ยวต่างประเทศแทน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาล 


คาดสงกรานต์เงินสะพัด 2.1 หมื่นล้านบาท
ขณะที่บรรยากาศช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2562 นี้ นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าจากการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ คาดการณ์ว่าจะก่อให้เกิดรายได้รวมกว่า 20,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยนักท่องเที่ยวต่างประเทศ จะเดินทางเข้ามาไทยประมาณ 546,000 คน เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดรายได้ 10,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากการใช้เวลาพำนักเฉลี่ย 3.25 วัน มีค่าใช้จ่ายต่อคนเฉลี่ยวันละ 5,790 บาท เพิ่มขึ้น 4% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น เป็นข้อจำกัดให้นักท่องเที่ยวต้องระมัดระวังการใช้จ่าย ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่จะมาจากตลาดระยะใกล้ เช่น กลุ่มอาเซียน, จีน, ไต้หวัน และอินเดีย เป็นต้น หลังจากได้ขยายมาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival (VoA) ถึงสิ้นเดือน เม.ย. นี้

ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย จะมีการเดินทางภายในประเทศมากกว่า 3.11 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3% มีการใช้จ่ายสร้างรายได้หมุน  เวียนกว่า 10,697 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% และมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยทั่วประเทศ 75% นับว่าเป็นการขยายตัวไม่มากนัก เมื่อเทียบกับเทศกาลสงกรานต์ปีที่แล้ว

โดยเฉพาะการเดินทางท่องเที่ยวในภาคเหนือ มีแนวโน้มลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากปัญหาหมอกควัน ที่ในปีนี้มีความรุนแรง โดยมีการเผยแพร่ข่าวว่า จ.เชียงใหม่ ติดอันดับเมืองที่มีฝุ่นละอองมากที่สุดอันดับ 1 ของโลก ทำให้สร้างความกังวลแก่นักท่องเที่ยว บางส่วนได้ยกเลิกการเดินทางเข้าพื้นที่หรือเปลี่ยนเป้าหมายเดินทางไปพื้นที่อื่นแทน จึงคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวไทยไปเยือนภาคเหนือลดลง 11.45% อยู่ที่ 4.85 แสนคน-ครั้ง รายได้ลดลง 6.34% เหลือ 1,699 ล้านบาท อัตราเข้าพักเฉลี่ย 75%


ดันสงกรานต์เมืองรอง เปิดจุดหมายใหม่
ขณะเดียวกันยังพบพฤติกรรมการท่องเที่ยวของคนไทยเริ่มเปลี่ยนไป ไม่นิยมเดินทางระยะไกลในช่วงดังกล่าว เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด และอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งกลุ่มที่เดินทางระยะไกลเป็นผู้ที่กลับภูมิลำเนา โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ถือโอกาสเดินทางท่องเที่ยวพร้อมกับครอบครัว ร่วมงานสงกรานต์ในพื้นที่จังหวัดของตนเองหรือใกล้ ส่วนกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงเลือกไปท่องเที่ยวต่างประเทศ จากอานิสงส์ที่มีวันหยุดยาว และค่าเงินบาทแข็งค่า

อย่างไรก็ตาม ททท. ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองอย่างต่อเนื่อง ด้วยการกระจาย การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในเมืองท่องเที่ยวรอง 3 พื้นที่ ได้แก่ ตาก ระนอง และมุกดาหาร เพื่อนำเสนอพื้นที่ใหม่ๆ ช่วยสร้างความน่าสนใจเป็นทางเลือกแก่นักท่องเที่ยว และแก้ปัญหาความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนการจัดงานในอีก 10 พื้นที่ซึ่งมีเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ได้แก่ กรุงเทพฯ, จ.พระนครศรีอยุธยา, จ.ฉะเชิงเทรา, จ.ชลบุรี, จ.เชียงใหม่, จ.สุโขทัย, จ.ลำปาง, จ.อุดรธานี, จ.สงขลา และ จ.ภูเก็ต


ช่วงสงกรานต์ คนกรุงเลือกอยู่ กทม.
เมื่อเจาะลึกเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ในกรุงเทพฯ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าบรรยากาศการจับจ่ายของคนกรุงในปีนี้น่าจะดีขึ้น ปัจจัยหนุนจากวันหยุดติดต่อกันถึง 5 วัน ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2562 ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินสะพัดกว่า 25,000 ล้านบาท ขยายตัว 3.6% เมื่อเทียบกับช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว แยกเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (อาหารและเครื่องดื่ม) 9,650 ล้านบาท, ค่าที่พัก เดินทาง 6,650 ล้านบาท, ชอปปิง 4,600 ล้านบาท, ทำบุญไหว้พระ 2,050 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ เช่น ให้เงินผู้ใหญ่ในครอบครัว, ค่าเที่ยวสถานที่ต่างๆ, ดูหนังฟังเพลง, เล่นน้ำ เป็นต้น 2,050 ล้านบาท โดยใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 5,800 บาทต่อคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 5,600 บาท/คน

โดยพบว่ากว่า 56% เลือกวางแผนทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ รองลงมาคือ กลับบ้านต่างจังหวัด 23% และท่องเที่ยว 21% ซึ่งเป็นที่สังเกตว่า ระยะหลังคนกรุงหันมาทำกิจกรรมอยู่ในกรุงเทพฯ มากขึ้น จากเดิมที่นิยมกลับบ้านต่างจังหวัด โดยส่วนใหญ่มักทำกิจกรรมอยู่ภายในบ้านมากกว่านอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดเลี้ยงสังสรรค์ พักผ่อนภายในบ้าน เพราะสภาพอากาศในเดือนเมษายนที่ร้อนอบอ้าว จึงหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือหากเป็นกิจกรรมนอกบ้าน ก็จะไปเดินเล่น ชอปปิงตามห้างสรรพสินค้า หรือท่องเที่ยวระยะใกล้ๆ จากความไม่สะดวกในการเดินทาง

อีกทั้งในปีนี้พื้นที่ทางภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นจังหวัดยอดฮิตในช่วงสงกรานต์ ได้รับผลกระทบจากปัญหาฝุ่นละออง ทำให้คนกรุงเทพฯ บางส่วนมีการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทาง โดยหันมาทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ หรือท่องเที่ยวในจังหวัดใกล้เคียงมากขึ้น เช่น จ.ชลบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.ระยอง เป็นต้น ขณะที่กิจกรรมที่คนกรุงเทพฯ สนใจทำในช่วงสงกรานต์นั้นก็แตกต่างกันไปตามเจเนอเรชัน แต่พบว่า กลุ่ม Gen Y และ Gen X ที่อยู่ในวัยทำงานมีศักยภาพและการตัดสินใจในการจับจ่าย และยังให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดเม็ดเงิน ทั้งการจัดเลี้ยงสังสรรค์และชอปปิง

แน่นอนว่าประโยชน์จากการท่องเที่ยว คือการได้เบรกพักผ่อน สร้างความรื่นเริงใจและเติมพลังให้ชีวิต ทั้งยังช่วยให้เกิดผลบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการกระจายรายได้สู่ภาคส่วนต่างๆ อย่างในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ที่มีการจัดงานทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศ เชื่อว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนมีความสุขอย่างถ้วนหน้า 
____________________
คุณชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร - ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
“ขอเสนอให้ภาครัฐร่วมมือกับ สทท. พัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยว เพื่อช่วยในการลดมลพิษและสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว สนับสนุนภาคประชาชน และผู้ประกอบการในการดูแลรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยว กำหนดมาตรการให้สิทธิประโยชน์ทั้งทางภาษีและไม่ใช่ภาษี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กิจกรรมประเพณีต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ผู้ประกอบการและประชาชนได้รับทราบและมีการวางแผนล่วงหน้า”


[English]
2019 Songkran Holiday Spending Expected at THB20Bil
The Tourism Council of Thailand (TCT) said that the confidence index of the tourism business operators in the first quarter of this year stood at 98, a normal level that is close to its estimate of 100.  However, TCT still detected some worries in the industry, due to fiercer competition, slow economic conditions and weaker local purchasing power.

Despite this, TCT is hopeful the index will rise to 100 in the second quarter of 2019, on the back of more promotional activities by the Tourism Authority of Thailand (TAT), which should help boost the number of foreign arrivals to increase 4.62% to 9.28 million during the months of April and June.  For 2019, TCT projects the total number of foreign tourists in 2019 will grow 6.17% to 40.64 million, with their spending expected to rise 9.36% to around 2.2 trillion baht.

During the upcoming Songkran holiday (April 12-16), TAT expects tourist spending by local and foreign holiday-makers to grow 10% to 20.98 billion baht although the stronger baht may make foreign visitors more cautious about their expenditures.

According to TAT, more travelers from ASEAN, China, Taiwan and India will likely arrive in Thailand during the Thai New Year holiday, thanks to the government’s extension of the visa on arrival (VOA) waiver program to the end of April.  For domestic travelers, TAT noted that visits to the North look likely to fall substantially due to the haze problem.

Meanwhile, Kasikorn Research Center said that more than half of Bangkok residents will likely remain in the capital city during the five-day holiday.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments