728 x 90

เปิดผลเลือกตั้ง กทม. ปี 62 ส.ส. หน้าใหม่ คว้าชัยถึง 23 ที่นั่ง

img

เปิดที่นั่งว่าที่ ส.ส. กรุงเทพฯ หลัง กกต. แถลงผลอย่างเป็นทางการ โดยพลังประชารัฐ ปักธงในเมืองหลวง 12 ที่นั่ง รวม 8.45 แสนเสียง ส่วนอนาคตใหม่-เพื่อไทย จูงมือคว้า 9 ที่นั่งเท่ากัน แต่ประชาธิปัตย์พลิกไร้เก้าอี้นั่ง ที่สำคัญ 2 ใน 3 เป็นว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2562 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เกิดการพลิกโฉมหน้าครั้งใหญ่ โดยเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ 100% ปรากฏว่าจาก 30 เขตเลือกตั้งในกรุงเทพฯ พรรคพลังประชารัฐ สามารถกวาดคะแนนเสียงเป็นอันดับ 1 ได้ ส.ส. ไปมากที่สุด 12 ที่นั่ง รวม 845,365 เสียง ตามมาด้วยอันดับ 2 พรรคอนาคตใหม่ คว้า 9 ที่นั่ง 807,942 เสียง และ พรรคเพื่อไทย ได้ 9 ที่นั่ง 604,699 เสียง แบ่งเป็น ผู้สมัคร ส.ส. ชาย 21 คน และผู้สมัคร ส.ส. หญิง 9 คน

แต่ประเด็นที่ร้อนแรงคือการที่ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งครองแชมป์ ส.ส. กรุงเทพฯ มายาวนาน และถือเป็นฐานเสียงที่เหนียวแน่นของพรรค กลับต้องพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ไม่ได้แม้แต่ที่นั่งเดียว โดยได้คะแนนเสียงในอันดับ 4 จำนวน 469,820 เสียง ที่น่าสนใจคือหลายเขตเป็นว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่ ที่กำลังจะได้ตำรงตำแหน่งเป็นสมัยแรก โดยพบว่ามีถึง 2 ใน 3 หรือจำนวน 23 คน​ ซึ่งมีทั้งนักการเมืองท้องถิ่นที่เลื่อนขั้นลงสมัครเลือกตั้งสนามใหญ่ จนถึงผู้สมัครหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่เวทีการเมือง โดยกำลังจะเข้าสู่สภาได้เป็นครั้งแรก ซึ่งว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่ในแต่ละเขตจะเป็นใครบ้างนั้นสรุปดังนี้

ส.ส. หน้าใหม่ พปชร. ยึด กทม. ชั้นใน พื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ถือเป็นฐานเสียงหลักของพรรคประชาธิปัตย์ ที่เชื่อกันว่ายากจะมีพรรคใดเจาะได้ หากแต่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้กลับถูกบุกมาแย่งเก้าอี้ ส.ส. แบบไม่มีเหลือ ซึ่งเป็นผลงานของว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่ ของพรรคพลังประชารัฐ ตั้งแต่ เขต 1 น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ อดีต ส.ก. พระนคร 2 สมัย ภรรยาของนายชัยวุฒิ ธนาคารนุสรณ์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์สู่เวทีเลือกตั้งสนามใหญ่ ชูนโยบายตลาดวัฒนธรรมประชารัฐ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมย่านเก่า จนคว้ามาได้ 22,246 เสียง เหนือ น.ส.นพมาศ การุญ พรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 18,091 เสียง

ส่วน เขต 2 น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ หรือ ดร.ส้ม ผู้มีดีกรี Miss intelligent จากเวทีนางสาวไทย ปี 2552 รวมถึงอาจารย์พิเศษด้านอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม และเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการหลายชุดในรัฐสภา ชูประเด็นแก้รถติดโดยนำระบบ AI มาช่วยกำหนดสัญญาณไฟจราจร โดยเฉพาะพื้นที่เขตปทุมวัน บางรัก และสาทร ควบคู่กับขยายระบบขนส่งมวลชนรถ-ราง-เรือ ทำให้ได้มา 26,909 เสียง เบียด น.ส.พัสวี ภัทรพุทธากร พรรคอนาคตใหม่ ที่มี 26,636 เสียง, เขต 4 นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา อดีต ส.ก.คลองเตย ที่ย้ายจากพรรคประชาธิปัตย์  เสนอสร้างสวนสาธารณะ 50 สวนทั่ว กทม. แก้ปัญหามลภาวะทางอากาศ จนได้คะแนนสนับสนุน 27,620 เสียง เหนือนายกรณ์ จตุวิมล พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมี 25,588 เสียง, เขต 6 น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ผู้บริหารแวดวงอสังหาฯ ดีกรีปริญญาโท ด้านการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยเยล ซึ่งได้เสนอมาตรการสู้ฝุ่น ระยะสั้นให้ข้าราชการทำงานที่บ้าน ออกหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ดูแลกลุ่มเสี่ยงและแจกหน้ากากอนามัย ปิดโรงงานไม่ได้มาตรฐาน ระยะยาวเพิ่มอากาศดีจากการปลูกต้นไม้ 50 เขต 50 สวน จนได้มา 28,690 เสียง เหนือนายคริส โปตระนันทน์ พรรคอนาคตใหม่ ที่มี 23,980 เสียง

เขต 7 น.ส.ธนิกานต์ พรพงษาโรจน์ นักธุรกิจในแวดวงพลาสติกและอะคริลิก เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เพื่อนร่วมรุ่นกับนายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ในสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งต้องการพัฒนาเรื่องการศึกษาและการท่องเที่ยวเป็นลำดับแรก ได้รับ 25,180 เสียงเหนือ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนาทยุทธ์ หรือผู้กองมาร์ก รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่มี 23,998 เสียง, เขต 8 นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ส.ก. ลาดพร้าว ที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ คว้าคะแนนไป 29,090 เสียง เหนือ ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง พรรคเพื่อไทย ซึ่งมี 26,122 เสียง และโค่นแชมป์เก่า นายสรรเสริญ สมะลาภา ได้สำเร็จ และเขต 9 นายสิระ เจนจาคะ เจ้าของธุรกิจบ้านทรงไทยย่านแจ้งวัฒนะ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ผู้คัดค้านการเปิดกาสิโน และแกนนำคนสำคัญของ กปปส. ได้รับ 34,907 เสียง ล้มช้างแชมป์เก่านายสุรชาติ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย ที่มี 32,115 รวมถึง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ จากพรรคประชาธิปัตย์

ส่วน อนาคตใหม่ สอดแทรกได้ไป 1 ที่นั่ง ในเขต 3 น.ส.วรรณวรี ตะล่อมสิน ผู้บริหารบริษัทผลิตเครื่องฟอกอากาศและสุขภาพ ที่อยากผลักดันนโยบายการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โดยชนะเลือกตั้งสมัยแรกจากคะแนน 28,444 เสียง เหนือนายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 25,148 เสียง และโค่น ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ส.ส. เก่าจากประชาธิปัตย์

ขณะที่ พรรคเพื่อไทย ได้ที่นั่งจากว่าที่ ส.ส. เขต 5 นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ อดีต ส.ก. ห้วยขวาง 5 สมัย และประธานสภากรุงเทพฯ คว้ามา 27,897 เสียง เบียดชนะ น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต พรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 27,667 เสียง อย่างฉิวเฉียด


โซนเหนือ-ตะวันตก ส.ส. เก่ายังเหนียว เพื่อไทยถูกแบ่งเค้ก
โซนกรุงเทพฯ เหนือ รวมถึงฝั่งตะวันตก พื้นที่สำคัญของพรรคเพื่อไทย ซึ่งครั้งนี้นับว่า ส.ส. เก่ายังรักษาที่นั่งเอาไว้ได้อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น เขต 10 นายการุณ โหสกุล เป็นอันดับ 1 ด้วยจำนวน 30,800 เสียง เหนือนางกนกนุช กลิ่นสังข์ พรรคพลังประชารัฐ​ ที่มี 22,067 เสียง, เขต 11 น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ คว้าที่ 1 ด้วย 34,679 เสียง ทิ้งห่วงนายเอราวัณ วานิชย์หานนท์ พรรคอนาคตใหม่ที่ได้ 27,629 เสียง, เขต 12 นายอนุสรณ์ ปั้นทอง 30,254 คะแนน ชนะนายเอราวัณ  วานิชย์หานนท์ ซึ่งมี 27,629 เสียง, เขต 14 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ได้ 31,445 เสียง เหนือนายณริช ผลานุรักษา พรรคพลังประชารัฐ ที่มี 25,908 เสียง, เขต 16 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ยึดที่ 1 ด้วย 31,481 เสียง เอาชนะ น.ส.เกศกานดา อินช่วย พรรคพลังประชารัฐ มี 29,304 เสียง และเขต 18 น.ส. ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครองที่ 1 แน่น 35,361 เสียง ทิ้งห่าง นายเอกฤทธิ เจียกขจร พรรคอนาคตใหม่ ที่มี 22,346 เสียง

ส่วนว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่จากพรรคพลังประชารัฐ แย่งชิงมาได้ในเขต 13 น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ได้รับ 27,489 เสียง เหนือนายตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส พรรคเพื่อไทย ที่ได้ 23,912 เสียง รวมถึงไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ แกนนำ New Dem จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้อันดับ 4, เขต15 นายชาญวิทย์ วิภูศิริ อดีต ส.ก. ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทยมาเป็น 1 ใน 25 กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ คว้ามา 31,551 เสียง เบียดชนะนายวิชาญ มีนชัยนันท์ พรรคเพื่อไทย แชมป์เก่าอดีต ส.ส. 4 สมัย ที่มี 30,123 เสียง, เขต 17 นายศิริพงษ์ รัสมี อดีตประธาน ส.ข. หนองจอก ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทย ได้ 25,329 คะแนน เบียดนายไพโรจน์ อิสระ เสรีพงษ์ พรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส. 2 สมัย ที่มี 24,610 เสียง และเขต 19 นายประสิทธิ์ มะหะหมัด อดีต ส.ก. เขตสะพานสูง ซึ่งย้ายจากพรรคเพื่อไทยอีกคน คว้า 28,203 เสียง เหนือนายสุรกฤณ ลิมปรัทกาญจนา พรรคอนาคตใหม่ ได้ 23,554 เสียง

สำหรับว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่จากพรรคอนาคตใหม่ สามารถชิงที่นั่งได้ในเขต 20 นายมณฑล โพธิ์คาย อดีตตำรวจชุมชนและมวลชนสัมพันธ์ สน.คลองตันที่เคยลงสมัคร ส.ก. กวาดคะแนน 40,483 เสียง เหนือนายธันวา ไกรฤกษ์ พรรคพลังประชารัฐ 29,557 เสียง รวมทั้งสร้างฝันร้ายให้กับนายสามารถ มะลูลิม แชมป์เก่าแห่งพรรคประชาธิปัตย์ แบบหักปากกาเซียน และเขต 21 นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ หนุ่มไอทีที่เติบโตในพื้นที่ ซึ่งหวังผลักดันเรื่องเศรษฐกิจดิจิทัลและเปิดข้อมูลรัฐด้วยระบบไอทีเพื่อป้องกันการทุจริต จนคว้าคะแนน 35,702 เสียง เหนือ น.ส.จักรีรัตน์ แสงวารี จากพรรคพลังประชารัฐ​ ที่ได้ 28,944 เสียง และโค่นแชมป์เก่า นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ แบบเหนือความคาดหมาย

ด้านตะวันตก-ฝั่งธน ส.ส. ใหม่ยึด อนาคตใหม่มาแรง
เขตเลือกตั้งในฝั่งกรุงเทพฯ ด้านตะวันตก  และฝั่งธนบุรี พรรคอนาคตใหม่ ถือว่าได้รับความนิยมมากที่สุด 6 เขต ได้แก่ เขต 22 เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร มัคคุเทศก์และผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ซึ่งมุ่งมั่นต่อสู้กับกลุ่มทุนผูกขาด จนเข้าสู่สภาเป็นครั้งแรกด้วย 34,368 เสียง เหนือนายศันสนะ สุริยะโยธิน พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งได้ 27,421 เสียง, เขต 23 นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี คว้ามาได้ 27,651 เสียง เบียดเอาชนะ น.ส. ทิพานัน ศิริชนะ พรรคพลังประชารัฐ ที่มี 26,015 เสียง, เขต 24 นายทศพร ทองศิริ อดีตเจ้าหน้าที่สินเชื่ออาวุโส ที่ชูการจัดโซนนิ่งค้าขายโดยการทำประชาพิจารณ์ ออกกฎห้ามจอดพื้นที่ซอยและริมถนนเพื่อแก้ปัญหาจราจร จนได้มา 38,409 เสียง เหนือตัวเต็งอย่าง นายไกรเสริม โตทับเที่ยง ทายาทปุ้มปุ้ยจากพรรคพลังประชารัฐ ที่ได้ 29,154 เสียง,​ เขต 25 นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ นักธุรกิจรับเหมาระบบไฟฟ้าและเครื่องกลวัย 28 ปีได้รับ 38,340 เสียง โค่นแชมป์เก่า นายสากล ม่วงศิริ อดีต ส.ส. ที่ย้ายจากพรรคเพื่อไทยไปอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีเพียง 23,425 เสียง, เขต 27 นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ หรือทนายบิลลี่ พิธีกรร่วมของรายการกฎหมายหน้า 1 ช่อง 10 ทีวีรัฐสภา ได้ 29,545 เสียง เบียดเอาชนะ พ.ต.ท.  วันชัย ฟักเอี้ยง พรรคเพื่อไทย ที่มี 28,367 เสียง แถมโค่นนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ แชมป์เก่าจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ และเขต 28 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เจ้าของธุรกิจ Cloud ERP (ซอฟต์แวร์สำหรับจัดการและวางแผนทรัพยากรภายในองค์กร) รายแรกๆ ของไทย ได้ 29,590 เสียง เบียดนายกฤชนนท์ อัยยปัญญา พรรคพลังประชารัฐ ที่มี 29,413 เสียง

ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้เก้าอี้จากว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่ ในเขต 26 นายวัน อยู่บำรุง เจ้าของวลีใจพึ่งถึงได้ ลงล้างตาคว้าที่นั่ง ส.ส. สมัยแรกได้สำเร็จ ด้วยคะแนน 30,538 เสียง เหนือนายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ พรรคอนาคตใหม่ ที่ได้ 27,244 เสียง และเขต 29 นางสุภา   ภรณ์ คงวุฒิปัญญา หรือซ้อตุ๊ก อดีตกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีกรุงเทพฯ ก็ล้างตาได้สำเร็จอีกคน ได้รับ 28,765 เสียง เหนือนายณพงศ์ นพเกตุ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งมี 24,662 เสียง

ส่วน พรรคพลังประชารัฐ ได้ว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่ ในเขต 30 นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ผู้บริหารการศึกษา อดีต ส.ก.บางพลัด และโฆษกกระทรวงศึกษาธิการ สมัยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ เป็นรัฐมนตรี ซึ่งชูให้พื้นที่วัดเป็น Co-Working Space จนคว้าที่นั่ง ส.ส. สมัยแรกได้ 31,394 เสียง เหนือนายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ 25,745 เสียง

ทั้งหมดนี้คือโฉมหน้าของว่าที่ ส.ส. หน้าใหม่ ซึ่งยังคงต้องรอติดตามการรับรองผลจาก กกต. ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคมต่อไป                     
____________________

[English]

New Representatives Take over Bangkok at 2019 General Election
The latest general election has seen interesting developments in Thai politics, especially with no more Democrat Party representative won a single seat in Bangkok.

The Election Commission has announced on March 28 that official counts showed the Palang Pracharat Party (PPRP) won the highest number of seats of 12 out of 30 available seats and the highest votes of 845,365 in Bangkok at the March 24 election, followed by the Future Forward Party (FWP) with nine seats and 807,942 votes, and the Pheu Thai Party (PT) with nine seats and 604,699 votes.

The Democrat Party (DEM) won no seat for one of its strongholds, although some of its former members, who moved to joined the country’s oldest party deflecting members to join PPRP

According to the EC’s result, two-thirds of constituency MP candidates that won the latest poll are new to national politics.

In the inner area of Bangkok, where DEM has dominated for decades, most seats were won by candidates from PPRP, who moved from DEM, including Kankanit Haewsanti (Constituency 1), Patcharin Khamsiripong (Constituency 2), Pada Vorakanon (Constituency 6), Thanikarn Pornpongsaroj (Constituency 7) and Kasidech Chutmun (Constituency 8).

In Bangkok’s northern and western parts, PT have maintained most of its support, such as Karun Hosakul (Constituency 10), Anudith Nakornthap (Constituency 11), Polpoom Wipatpoomprathet (Constituency 14), Jirayu Huangsap (Constituency 16) and Theerarat Samrejvanich (Constituency 18).

In Thonburi area, FWP has proven to be the most popular among voters with wins in Constituency 22, 23, 24, 25, 27 and 28.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments