728 x 90

ครัวเรือนคนกรุงเต็มใจจ่าย 385/ปี เพื่ออนุรักษ์ป่าชายเลนไทย

img

ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่ให้ความสนใจป่าบกซึ่งถือเป็นป่าต้นน้ำ แต่ทราบไหมว่า หญ้าทะเลที่ป่าชายเลนนั้น สามารถดูดซับและกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกถึง 2 เท่า อีกทั้งยังช่วยลดความเสียหายเมื่อเกิดภัยธรรมชาติ ซึ่งหากไม่มีการบริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนที่ดีพอ โอกาสที่จะสูญเสียพื้นที่ทรงคุณค่านี้ก็จะเพิ่มมากขึ้น

บางขุนเทียน ป่าชายเลนแห่งเดียวของ กทม.
ข้อมูลจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่า ปัจจุบันพื้นที่ป่าชายเลนตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีเนื้อที่ประมาณ 2,869,497 ไร่ ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็น พื้นที่คงสภาพป่าชายเลน 1,534,584 ไร่ และพื้นที่เปลี่ยนแปลงสภาพ  1,334,913 ไร่ พบทั่วไปตามชายฝั่งบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก ตลอดจนถึงภาคใต้ทั้งฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย ครอบคลุม 24 จังหวัดชายฝั่ง

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ป่าชายเลนตามมติ ครม. 42,770.79 ไร่ เป็นพื้นที่คงสภาพป่าชายเลน จำนวน 3,351.79 ไร่ พบอยู่ในบริเวณพื้นที่ป่าชายฝั่งทะเลของแขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 1)


โดยเมื่อปี 2561 พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กำหนดให้พื้นที่บริเวณชายฝั่งบางขุนเทียนเป็นศูนย์การเรียนรู้ป่าชายเลน สำหรับประชาชน นักเรียน-นักศึกษา หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน และนักท่องเที่ยวผู้สนใจ ได้ศึกษาเรียนรู้ถึงขั้นตอนการดำเนินงานฟื้นฟูระบบนิเวศ และการบำรุงรักษาทะเลกรุงเทพฯ ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมที่มีความสมดุลของระบบนิเวศ โดยปัจจุบันสามารถปลูกต้นโกงกางใบใหญ่ได้แล้วประมาณ 40 ไร่ โดย กทม. ตั้งเป้าปลูกเพิ่มอีก 400 ไร่  

เผย 16 พื้นที่คุ้มทุนในการอนุรักษ์
แม้ที่ผ่านมาพื้นที่คงสภาพป่าชายเลนในไทยมีเพิ่มขึ้นจากปี 2547 ที่ 1,458,174 ไร่ เป็น 1,534,584 ไร่ ในปี 2557 แต่โอกาสที่จะสูญเสียพื้นที่ก็มีเพิ่มขึ้นเช่นกัน หากไม่มีการปรับเปลี่ยนการบริหารจัดการทรัพยากร รวมถึงนโยบายการอนุรักษ์และการฟื้นฟูป่าชายเลน เนื่องจากสถานภาพของป่าชายเลนปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปมาก

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) วิเคราะห์มูลค่าเศรษฐกิจของระบบนิเวศป่าชายเลนด้านการประมง จากพื้นที่ 42 หมู่บ้านที่ทำประมง พบว่า สัตว์น้ำที่จับได้มีทั้งหมด 90 ชนิด ในจำนวนนี้มีทั้งสัตว์น้ำที่จับได้ทั้งในป่าชายเลน บริเวณหาดเลน และในบริเวณทะเลเปิด โดยประมาณร้อยละ 90 เป็นสัตว์น้ำที่ต้องอาศัยป่าชายเลน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มสัตว์น้ำที่อาศัยป่าชายเลนตลอดวงจรชีวิต และในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 2)


จากการคำนวณรายได้สุทธิ พบว่า พื้นที่ของป่าชายเลนในด้านการประมงที่มีมูลสูงสุด คือที่อำเภอเมืองสมุทรสงคราม ซึ่งเท่ากับ 5,015 บาทต่อไร่ รองลงมาคือ อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี 1,766 บาทต่อไร่

สำหรับมูลค่าในด้านการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนนั้น พบว่า ป่าชายเลนสามารถดูดซับและกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกถึง 2 เท่า โดยหญ้าทะเลสามารถดูดซับคาร์บอนได้ถึง 3 ส่วน ทั้งกิ่งใบ ลำต้น และราก

โดยงานวิจัยจาก สกว. ได้เปรียบเทียบต้นทุนทางสังคมของคาร์บอน (Social cost of Carbon) หมายถึง คาร์บอนฯ 1 ตัน หากถูกปล่อยออกไปสู่ชั้นบรรยากาศจะก่อให้เกิดความเสียหายคิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงถึงประมาณ 40 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่สูงมาก โดยพบว่า ประเทศไทยมีพื้นที่ที่คุ้มทุนในการอนุรักษ์ป่าชายเลน หรือสมควรจะอนุรักษ์ไว้ ทั้งหมด 16 อำเภอ 8 จังหวัด ซึ่งการรักษาป่าชายเลนไว้ก็เพื่อให้ไทยมีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต โดยต่อไปในอนาคตจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น เพราะผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Change ที่รุนแรงจะทำให้ราคาซื้อขายคาร์บอนเครดิตยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 3)

คนกรุงเต็มใจจ่ายเพื่ออนุรักษ์ 385 บาท/ปี
อย่างไรก็ตาม มูลค่าดังกล่าวนี้ยังเป็นสิ่งที่เข้าใจยาก และการที่บอกว่าป่าชายเลนสำคัญควรอนุรักษ์ไว้ก็ยิ่งเป็นเรื่องไกลตัว ดังนั้นการที่จะนำเงินมาอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนจึงต้องมีมาตรการที่ชัดเจน

จากผลสำรวจครัวเรือนทั้งในพื้นที่กรุงเทพ-มหานครและจังหวัดอื่น พบว่า มูลค่าความเต็มใจที่จะจ่ายต่อครัวเรือน สำหรับคนกรุงเทพฯ เท่ากับ 385 บาท/ปี ส่วนคนจังหวัดอื่นเท่ากับ 206 บาท/ปี เมื่อคูณกับจำนวนครัวเรือนทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดอื่น จะได้มูลค่าเท่ากับ 4,895.76 ล้านบาท หารด้วยพื้นที่ป่าชายเลน 1.5 ล้านไร่ ก็จะได้มูลค่า 3,199.85 บาทต่อไร่

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจจะจ่ายหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพื้นฐานทางเศรษฐกิจและสังคมที่แตกต่างกันของแต่ละคนที่จะให้ความสำคัญกับป่าชายเลนมากน้อยแค่ไหน และเต็มใจที่จะจัดสรรเงินส่วนหนึ่งมาสนับสนุนหรือไม่

แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ ป่าชายเลนนั้นมีประโยชน์ในการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ แหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ หากพื้นที่ป่าชายเลนลดลงหรือเสื่อมสภาพย่อมส่งผลโดยตรงต่อเศรษฐกิจ และที่สำคัญกว่านั้นคือ หากป่าชายเลนถูกทำลายจนลดน้อยลง จะส่งผลให้มีก๊าซที่เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์เรือนกระจกปริมาณมหาศาลถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศโลกมากขึ้น อันส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงขึ้น   

 


รศ.ดร.อรพรรณ ณ บางช้าง-ศรีเสาวลักษณ์ - นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม สกว.
“ระบบนิเวศป่าชายเลนเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ คนส่วนใหญจึงอาจจะมองข้ามความสำคัญของป่าชายเลน ในฐานะที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมจึงต้องมีการประเมินมูลค่าเศรษฐกิจของระบบนิเวศป่าชายเลนที่ไม่เคยมีการคำนวณเป็นมูลค่าที่เป็นตัวเงินมานานแล้ว เพื่อให้ปริมาณการใช้ประโยชน์และวิธีการใช้สะท้อนให้เห็นมูลค่าที่แท้จริงซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างหลักประกันของความยั่งยืนของทรัพยากรนี้”

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments