728 x 90

เตือนคนไทยกินเค็มเกินมาตรฐานโลก 2 เท่า

img

ในเมนูอาหารที่คนไทยรับประทานแต่ละวันมีปริมาณโซเดียมอยู่เกือบ 2 ช้อนชา ซึ่งเกินค่าที่ WHO กำหนด ขณะเดียวกันข้อมูลผลสำรวจพบว่าอาหารสตรีทฟู้ดในกรุงเทพฯ เค็มจัด อีกทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปซองเดียวมีโซเดียมเท่ากับปริมาณทั้งหมดที่ควรบริโภคต่อวัน 

คนไทยกินเค็มเกินมาตรฐานโลก 2 เท่า
หากลองถอดส่วนผสมในเมนูบนโต๊ะอาหารจะพบว่าขณะนี้คนไทยมีการบริโภคโซเดียมในปริมาณที่สูง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญของการเกิดโรคที่เกิดจากพฤติกรรม (Non-Communicable Diseases: NCDs) นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การเกิดความเคยชินต่อรสเค็ม หรือพฤติกรรมติดเค็ม ทำให้บริโภคอาหารโซเดียมสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

จากข้อมูลพบว่าคนไทยบริโภคโซเดียมมากกว่า 3,500 มิลลิกรัม (มก.) ต่อวัน ซึ่งมีแนวโน้มดีขึ้นจากเมื่อ 8 ปีที่แล้วที่มีการบริโภคถึง 4,350 มิลลิกรัม/วัน แต่ยังคงเกินกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ให้บริโภค 2,000 มก./วัน หรือ 5 กรัม เท่ากับ 1 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณเกือบ 2 เท่า ทั้งนี้ WHO ยังได้ตั้งเป้าว่าภายในปี 2568 จะต้องลดให้ได้ประมาณ 2,000 - 3,000 มก./วัน

ลดเค็ม ลดโรค ช่วยชาติ
โซเดียม เป็นส่วนประกอบหนึ่งของเกลือ และอยู่ในอาหารรสเค็มทุกชนิด โดยมีประโยชน์ต่อระบบการทำงานของร่างกายหลายส่วน เช่น ปรับสมดุลของเหลวและเกลือแร่ใน  ร่างกาย ช่วยส่งกระแสไฟฟ้าไปตามเส้นประสาทให้ทำงานเป็นปกติ ช่วยการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ แต่ในทางกลับกัน หากกินอาหารที่มีโซเดียมมากเกินไปทำให้เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาต่อสุขภาพ

ศ.นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ นายกสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย เผยว่าปัจจุบันโรคไตเป็นปัญหาสำคัญระดับโลก โดยพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรังประมาณ 11 ล้านคน ต้องรับการล้างไตและการปลูกถ่ายไต โดยมีผู้ที่ต้องล้างไตราว 1 แสนคน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 2.5 แสนบาท/คน/ปี ซึ่งการล้างไตอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์การรักษาทั้ง 3 กองทุนสุขภาพ โดยปี 2560 สปสช. เสียค่าบำบัดทดแทนไตประมาณ 3 พันล้านบาท ซึ่งคาดว่าภายใน 5-10 ปีข้างหน้า จะเสียค่าใช้จ่ายเป็น 1.7 หมื่นล้านบาท จึงต้องป้องกันไม่ให้เกิดโรคไตวายเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการลดการบริโภคเค็มลงจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยลงได้

ขณะที่ ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดบริโภคเค็ม กล่าวว่าเครือข่ายลดบริโภคเค็มมีการประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนให้ผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อลดเค็มให้แก่ผู้บริโภค โดยให้ผู้ประกอบการอาหารติดฉลาก “ทางเลือกสุขภาพ” โดยมีผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองแล้วทั้งสิ้น 633 ผลิตภัณฑ์แบ่งเป็น กลุ่มอาหารมื้อหลัก 10 ผลิตภัณฑ์ เครื่องปรุงรส 12 ผลิตภัณฑ์ อาหารกึ่งสำเร็จรูป (บะหมี่และโจ๊ก) 22 ผลิตภัณฑ์ ขนมขบเคี้ยว 30 ผลิตภัณฑ์ กลุ่มเครื่องดื่ม 458 ผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์นม 81 ผลิตภัณฑ์ และไอศกรีม 20 ผลิตภัณฑ์


เผยจานเด็ดสตรีทฟู้ดเค็มจัดเสี่ยงสุขภาพ
สตรีทฟู้ดถือเป็นวัฒนธรรมการกินที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน และยังดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก แต่จากงานวิจัยในโครงการโซเดียมและโซเดียมคลอไรด์ในอาหาร Street Foods โดย ดร.เนตรนภิส วัฒนสุชาติ นักวิจัยเชี่ยวชาญจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งเก็บข้อมูลทั้งหาบเร่แผงลอยริมบาทวิถีและในตลาด รวมถึงศูนย์อาหารจากเขตต่างๆ ของ กทม. แบ่งเป็นกับข้าว 27 ชนิด อาหารจานเดียว 29 ชนิด และอาหารว่างและขนม 20 ชนิด พบว่าอาหารสตรีทฟู้ดส่วนใหญ่มีปริมาณโซเดียมต่อน้ำหนักหน่วยขาย (ถุงหรือกล่อง) ในระดับเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยกับข้าวและอาหารจานเดียวส่วนมากเกินกว่า 1,500 มก./ถุง

โดยประเภทกับข้าว ชนิดแกง (แกงจืดวุ้นเส้น แกงไตปลา แกงเขียวหวาน ต้มยำ