728 x 90

เปิดแผนปรับปรุงสถานีสะพานตากสิน ขยายทางเป็นทางคู่ ปักหมุดเสร็จปี 65

img

สถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน เป็นสถานีหนึ่งที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงผู้โดยสารฝั่งธนบุรี และผู้โดยสารจากเรือโดยสารในแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าสู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร แต่ด้วยข้อจำกัดที่มีช่องทางเดินรถเพียง 1 ช่องทาง ส่งผลให้เกิดความล่าช้า จึงจำเป็นต้องขยายช่องทางวิ่งเป็นทางคู่ สู่ประสิทธิภาพในการขนส่งที่ดียิ่งขึ้น

สถานีสะพานตากสินกับจุดอ่อนที่ต้องแก้ 
จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีลม เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 ในขณะนั้นสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (Saphan Taksin Station) มีสถานะเป็นเพียงแค่สถานีปลายทาง ต่อมาในปี 2552 ได้เริ่มเปิดให้บริการส่วนต่อขยายสายสีลม ช่วงสถานีสะพานตากสิน (S6) - สถานีวงเวียนใหญ่ (S8) และในปี 2556 ต่อขยายเพิ่มเติมถึงสถานีปลายทางที่สถานีบางหว้า (S12) ประกอบกับสถานีนี้เป็นจุดเชื่อมต่อกับท่าเรือสาทร ทำให้มีผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

แต่จุดอ่อนของสถานีที่มีลักษณะเป็นคอขวดยิ่งเห็นผลชัดเจนขึ้น ด้วยช่องทางเดินรถที่มีเพียง 1 ช่องทาง ทำให้ขบวนรถไฟฟ้าต้องจอดรอเพื่อสับหลีก ก่อนเข้าสู่สถานีเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสารต่อไปยังสถานีต่างๆ ทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งต้องใช้เวลารอประมาณ 10-15 นาที

กรุงเทพมหานครได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่ก่อให้เกิดความแออัดในการใช้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจและสังคม จึงผลักดันให้มีการพิจารณาความจำเป็นในการปรับปรุงสถานีสะพานตากสิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งให้ดียิ่งขึ้น

โดยในปี 2560 ได้มีการหารือระหว่างกระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร และ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC โดยบริษัทที่ปรึกษาได้นำเสนอให้ที่ประชุมทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) ซึ่งเป็นสถานีชั่วคราวมาแต่เดิม มีลักษณะเป็นทางวิ่งเดี่ยว รถไฟฟ้าต้องจอดสับรางทุกครั้งที่จะเดินรถผ่าน ทำให้ความถี่ในการเดินรถไฟฟ้าไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นต้องขยายช่องทางเดินรถบนสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินทั้งสองฝั่ง คือฝั่งไปพระนครและฝั่งไปธนบุรี 

ขยายพื้นที่สะพานตากสินทดแทน

โครงการการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) จากทางวิ่งเดี่ยว (Single Track) เป็นทางวิ่งคู่ (Double Track) จะมีโครงสร้างสถานีที่ยื่นล้ำเข้าไปในพื้นที่ของสะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน จึงจำเป็นต้องขยายพื้นที่สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสินทดแทน ทั้งฝั่งไปพระนคร (ทิศใต้) และฝั่งไปธนบุรี (ทิศเหนือ) เพื่อเพิ่มพื้นผิวการจราจรให้มีขนาดและจำนวนช่องจราจรเท่าเดิม

โดยจะทำการขยายพื้นที่สะพานสมเด็จพระเจ้าตากสิน จากปัจจุบันที่ทั้งสองฝั่งทิศใต้และทิศเหนือมีความกว้างฝั่งละประมาณ 12.05 เมตร (ฝั่งละ 3 ช่องจราจร) ให้ขยายพื้นที่ออกไปด้านข้าง มีขนาดความกว้าง 1.80 เมตร และยาวประมาณ 225 เมตร เพื่อเพิ่มพื้นผิวการจราจรให้มีขนาดเท่าเดิม และให้กระทบกับโครงสร้างสะพานเดิมน้อยที่สุด ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ให้ใช้พื้นที่ได้เรียบร้อยแล้ว

ในระหว่างการก่อสร้างจะยังคงเปิดพื้นที่สะพานบางส่วนให้รถวิ่งได้ โดยจะมีการเตรียมการติดตั้งโครงสร้างเพื่อกั้นเขตก่อสร้าง (Safety Site Protection) ซึ่งบริเวณที่เป็นพื้นที่ก่อสร้างจะติดตั้งผ้าใบทึบ ผ้าใบโปร่งแสง หรือวัสดุอื่นที่มีคุณสมบัติป้องกันวัสดุร่วงหล่น และป้องกันการฟุ้งกระจายบริเวณการก่อสร้างสะพานส่วนต่อขยาย

เพิ่มทางวิ่งจากทางเดี่ยวเป็นทางคู่ 

หลังจากดำเนินการขยายพื้นที่สะพานทดแทนแล้วเสร็จ จะดำเนินการเพิ่มจำนวนทางวิ่ง ซึ่งได้มีการทำทางวิ่งเผื่อไว้แล้วเพื่อรองรับการปรับปรุงทางวิ่งเพิ่มเติม แสดงให้เห็นว่าอีกหนึ่งทางวิ่งที่ทำเผื่อไว้นั้นจะทับกับพื้นชานชาลาพอดี ดังนั้นเมื่อต้องเพิ่มจำนวนทางวิ่งจึงจำเป็นต้องรื้อชานชาลาเดิมทั้งหมดออกก่อน แล้วทำการเพิ่มทางวิ่งโดยวางรางขนาด 1.435 เมตร เพิ่มอีก 1 รางให้เป็นทางคู่

จากนั้นจะก่อสร้างชานชาลาทั้งฝั่งไปสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี (ข้ามแม่น้ำฝั่งไปธนบุรี) และฝั่งไปสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ (ฝั่งไปพระนคร) ขนาดความกว้างฝั่งละ 4.50 เมตร และยาว 90.20 เมตร (ขนาดเท่าชานชาลาเดิม) โดยจะทำการก่อสร้างคานชั้นชานชาลา ก่อสร้างพื้นชั้นชานชาลา ก่อสร้างหลังคาคลุมชานชาลา ก่อสร้างบันไดขึ้น-ลง ชานชาลา และลิฟต์ รวมถึงติดตั้งราวกันตก ระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้าส่องสว่าง และรางระบายน้ำทั้งหมด 

จัดมาตรการดูแลด้านสิ่งแวดล้อม 

ในการปรับปรุงสถานีตามแนวทางข้างต้น ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2540 โดยจัดทำเป็นรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ส่วนช่องนนทรี-สาทร) กรณีปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) ซึ่งได้ทำการประเมินผลกระทบทั้งในระยะการก่อสร้าง ระยะดำเนินการรวมถึงจัดทำมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมไว้แล้ว และได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับข้อกังวลจากประชาชนในพื้นที่ เช่น สมาคมไหหลำแห่งประเทศไทย ที่มีความกังวลเรื่องแรงสั่นสะเทือนจากการก่อสร้างว่าจะกระทบต่อศาลเจ้าเจียวเอ็งเบี้ยวที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ก่อสร้าง เนื่องจากศาลเจ้าก่อสร้างด้วยเสาไม้ ขณะที่เขตคลองสานมีความกังวลในเรื่องการก่อสร้างกระทบต่อคุณภาพอากาศของเขตคลองสาน ที่เดิมทีก็สูงเกินจากค่ามาตรฐานอยู่แล้ว รวมถึงผลกระทบต่ออาคารตึกแถวเก่า ผลกระทบด้านการจราจรระหว่างการก่อสร้าง ผลกระทบจากอุบัติเหตุระหว่างการก่อสร้าง และการอำนวยความสะดวกสำหรับนักเรียนโรงเรียนอัสสัมชัญที่จะได้รับผลกระทบจากการจะต้องเดินทางไกลขึ้น เป็นข้อเสนอที่ผู้จัดทำโครงการจะนำไปพิจารณาเพื่อหาแนวทางแก้ไขและมาตรการรองรับให้มีความครบถ้วนต่อไป

งดใช้สถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน 32 เดือน 

หลังจากจัดทำรายละเอียดครบถ้วนทุกด้านแล้ว จะนำส่งรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ส่วนช่องนนทรี-สาทร) กรณีปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อเสนอ  คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมชุดที่เกี่ยวข้อง รวมถึง กก.วล. เพื่อให้ความเห็นชอบและอนุมัติการดำเนินงานต่อไป

เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว บีทีเอส จะเร่งจัดหาผู้ดำเนินการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน โดยกำหนดกรอบเวลาการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 32 เดือน หรือประมาณ 2 ปี 8 เดือน ในกรอบวงเงินลงทุน 1,100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้ในปี 2565

ทั้งนี้ในระหว่างการดำเนินการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน (S6) จะยกเลิกสถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) เป็นการชั่วคราว แต่รถไฟฟ้ายังคงวิ่งให้บริการประชาชนตามปกติ โดยเมื่อถึงสถานีตากสิน (S6) รถจะไม่จอดให้ผู้โดยสารขึ้น - ลง รถจะวิ่งผ่านสถานีตากสิน ไปจอดให้ประชาชนขึ้น - ลงที่สถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ (S5) และสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี (S7) แทน

ส่วนประชาชนที่ใช้บริการขึ้น - ลงที่สถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) ที่ปกติมีผู้โดยสารใช้บริการประมาณ 40,000 คน-เที่ยว/วัน จะมีการจัดรถ Shuttle Bus รับ - ส่งประชาชนระหว่างสถานีรถไฟฟ้าตากสิน (S6) กับสถานีรถไฟฟ้าสุรศักดิ์ (S5) และสถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี (S7) ทดแทน เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

เมื่อดำเนินการปรับปรุงสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะช่วยให้การสัญจรไปมาระหว่างฝั่งธนบุรีและฝั่งพระนครที่เป็นพื้นที่ธุรกิจขนาดใหญ่มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และจะมีส่วนช่วยในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางของประชาชนที่อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงให้หันมาใช้บริการรถไฟฟ้ามากขึ้นอีก ซึ่งจะส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น
__________
คุณสมพงษ์ เวียงแก้ว - รองปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.)
“ปัจจุบันสถานีรถไฟฟ้าสะพานตากสิน มีข้อจำกัดในการเดินทาง เพราะมีช่องทางเดินรถเพียง 1 ช่องทาง ทำให้ความถี่ในการเดินรถไฟฟ้าไม่เพียงพอ และต้องจอดรอเพื่อสับรางตลอด ซึ่งปกติผู้โดยสารจะต้องเสียเวลารอประมาณ 10-15 นาที จึงจำเป็นต้องขยายช่องทางเดินรถให้เป็นทางคู่เพื่อแก้ปัญหาคอขวด หากไม่ติดอุปสรรคใดๆ คาดว่า สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 1 ปีจากนั้นก็จะเริ่มก่อสร้างได้ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 32 เดือน หรือ 2 ปี 8 เดือน โดยบีทีเอสจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายการก่อสร้างทั้งหมด 1,100 ล้านบาท”

[English]

BTS’s Saphan Taksin Station to soon be equipped with double-track system
When the BTS’s Silom Line started operations on December 5, 1999, the Saphan Taksin Station was one of the terminal stations.  Ten years later, the expansion of the line relinquished this station from its original duty and led to a significant in the traffic.

But, this station’s bottleneck design and single track has long meant an estimated delay of 10-15 minutes for train commuters on both banks of Chao Phraya River.

Having recognized the issue and the rising need for a solution as such a situation could result to significant economic and social losses, the Bangkok Metropolitan Administration (BMA) in 2017, held a discussion with the Ministry of Transport and Bangkok Mass Transit System Public Company Limited (BTSC) about how to add another track to this station, which has long been operating with a single-track system.

The discussion concluded that the Taksin Bridge must first be expanded in order to allow for the construction of the double-track system without costing motorists the road surface.

But the planners construction of a new track and the platforms, after the bridge expansion is completed, could not be quite simple.  Locals living in affected areas have expressed concerns over the impact from the project, including the tremor and the air pollution as well as accidents at the construction site.

Nevertheless, the environmental impact assessment report has been prepared and will be submitted to related agencies for approval in order for the project to be carried out.

The construction has been set with the budget of 1.1 billion baht and planned to be completed in 32 months, during which the Saphan Taksin Station will be temporarily closed before it is reopened tentatively in 2022.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments