728 x 90

เวิลด์คัพฟีเว่อร์ ใช้จ่ายสนั่น 6 พันล้านบาท

img

อานิสงส์จากการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซีย นอกจากคนไทยจะได้รับความบันเทิงแล้ว ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเม็ดเงินสะพัดกว่า 6,685 ล้านบาท ขณะเดียวกันกระแสเวิลด์คัพก็มาพร้อมกับการลักลอบเล่นการพนันที่ประมาณการณ์วงเงินสูงถึง 5 หมื่นล้านบาท

คนไทยเชียร์บอล ภาคธุรกิจได้เฮ
ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซียเป็นเจ้าภาพ เริ่มคิกออฟกันตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา และจะฟาดแข้งกันไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ ด้วยความที่ฟุตบอลเป็นกีฬายอดนิยมของคนไทย จึงทำให้เป็นที่สนใจของคอบอลในบ้านเราทั้งขาประจำและขาจรที่มีการติดตามเกมการแข่งขันตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือน 

โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่าคนไทยจะรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลกหนนี้ อยู่ที่ประมาณ 10.96 ล้านคน จึงคาดว่าบรรยากาศรับชมการถ่ายทอดสดจะมีความคึกคักกว่าในครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงระยะเวลาของการแข่งขันที่เอื้อต่อการรับชมของคนไทย ซึ่งคู่แรกจะเริ่มถ่ายทอดสดเวลา 19.00 น. และคู่สุดท้ายของวันดึกสุดเวลา 01.00 น. ส่วนคู่ชิงชนะเลิศเตะกันตอน 4 ทุ่ม ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาไพร์มไทม์ อีกทั้งหลายทีมในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย มีฐานแฟนบอลคนไทยเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นทีมชาติเยอรมนี แชมป์เก่า, บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย, อังกฤษ, สเปน รวมไปถึงอาร์เจนตินา

นอกจากนี้ฟุตบอลโลกยังช่วยให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของไทยเพิ่มขึ้น โดย 96% ของผู้ชมฟุตบอลโลกครั้งนี้มีแผนการใช้จ่ายเงินซื้ออาหารและเครื่องดื่ม ออกไปชมตามสถานที่ที่มีจัดให้ชมการแข่งขัน รวมถึงซื้อเสื้อทีมฟุตบอล และไปรษณียบัตรชิงโชค คาดว่าจะเกิดเม็ดเงินไปยังธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่เกี่ยวข้องเป็นมูลค่าประมาณ 6,685 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเวลาปกติ 

สำหรับสินค้าและธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์โดยตรง อาทิ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจร้านอาหารและธุรกิจฟาสต์ฟู้ดเดลิเวอรี่ เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬา ขณะที่ธุรกิจที่ไม่ได้รับแรงหนุนโดยตรงก็จะใช้จังหวะนี้ในการโปรโมทสินค้า จัดกิจกรรมการส่งเสริมการขาย อย่างการทายผลฟุตบอลโลกเพื่อชิงรางวัล ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาอยู่ที่ประมาณ 7,980 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 680 ล้านบาทจากช่วงเวลาปกติที่ในเดือนมิถุนายนเม็ดเงินโฆษณาจะหดตัวลง 

ทั้งนี้ ทิศทางของการใช้จ่ายยังขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของเกมการแข่งขัน ซึ่งในกรณีทีมที่มีฐานแฟนบอลในไทยสูงเข้ารอบลึกๆ มากเท่าไร ก็อาจจะส่งผลให้การใช้จ่ายมีความคึกคักเพิ่มมากขึ้น

บอลโลก VS พนันบอล ปัญหาที่สกัดไม่ออก
แม้ฟุตบอลโลกจะช่วยสร้างความสนุกและสีสันให้กับแฟนบอลในไทย แต่ก็มีคอบอลจำนวนมากที่ไม่เพียงแค่ติดตามเกมการแข่งขันอย่างเดียว แต่ยังติดปลายนวมด้วยการเล่นพนันทายผลฟุตบอล จากการสำรวจของสำนักวิจัยซูเปอร์โพล ระบุว่ามีผู้ที่ตั้งใจจะเล่นทายพนันบอลโลกครั้งนี้กว่า 5.76 ล้านคน ด้วยวงเงินเฉลี่ย 8,920 บาทต่อคนตลอดทัวร์นาเมนต์ ซึ่งคาดว่าวงเงินหมุนเวียนในธุรกิจผิดกฎหมายกว่า 5.14 หมื่นล้านบาท โดยส่วนใหญ่นิยมแทงผ่านเว็บไซต์พนันบอล

ขณะที่กรุงเทพโพล เผยผลการสำรวจว่า คนที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ 51.6% จะเสี่ยงทายผลบอลหรือพนันผลบอลการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยนิยมส่งไปรษณียบัตรหรือกิจกรรมทายผลอื่นๆ ขณะเดียวกันพบข้อมูลที่น่าสนใจคือ กลุ่มพนักงานเอกชนเล่นพนันบอลมากที่สุด ทั้งช่องทางออนไลน์และโต๊ะบอล โดยที่กลุ่มนักเรียนนักศึกษา นิยมแทงบอลออนไลน์รองจากพนักงานเอกชน ส่วนกลุ่มค้าขาย/ทำงานส่วนตัวมักแทงกับโต๊ะบอลเท่ากับพนักงานเอกชน

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล มูลนิธิสถาบันวิจัยความสุขชุมชนและความเป็นผู้นำ วิเคราะห์ว่าการเล่นพนันฟุตบอล สะท้อนค่านิยมที่ชอบเสี่ยงทายของคนไทย ด้วยเพราะหวังรวยทางลัด หรือต้องการเล่นเพื่อความบันเทิง แต่เท่าที่ได้ศึกษาวิจัยมาก็พบว่านำไปสู่ความสูญเสียมากกว่า ทั้งเสียทรัพย์สิน คนรัก จนถึงขั้นเสียอนาคตจากการหาเงินโดยมิชอบ ไม่ว่าจะขายบริการทางเพศ จนถึงก่ออาชญากรรม เพื่อนำเงินมาใช้หนี้พนันบอล จนเป็นวังวนที่สร้างความสูญเสียต่อสังคม โดยตัวเลขที่น่าตกใจคืออายุเฉลี่ยของคนพนันบอลครั้งแรกอยู่ที่ 17 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชน และอายุน้อยที่สุดที่เริ่มเล่นลดลงจาก 10 ขวบมาอยู่ที่ 8 ขวบ

ตำรวจเดินเกมรุก ซัลโวพนันออนไลน์
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คิกออฟเปิดศูนย์ป้องกันปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันทายผลการแข่งขันฟุตบอล โดยเน้นไปที่เว็บรับพนันออนไลน์ ซึ่งมีฐานข้อมูลของเว็บไซต์ที่มีเซิร์ฟเวอร์ในและต่างประเทศ ส่วนกรณีเว็บเพจ โดยเฉพาะเพจทางเฟซบุ๊ก ซึ่งพบว่ามีการขึ้นข้อความโฆษณาเชิญชวนให้เล่นพนันทายฟุตบอลทางเว็บไซต์ จะมีการพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. การพนันฯ และ พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หรือไม่ หากพบว่ามีการกระทำผิดจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงประสานทาง ปปง. ดำเนินการยึดทรัพย์สินต่อไป นอกจากนั้นยังจับตากิจกรรมทายผลฟุตบอลเป็นพิเศษด้วย

ในส่วนการป้องกันเยาวชนไม่ให้เข้ามาเกี่ยวข้องกับการพนันบอลได้มีการดำเนินการขับเคลื่อน 2 มิติ คือ
1. ให้คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) เป็นตัวแทนภาคประชาสังคมในพื้นที่ขับเคลื่อนให้พ่อแม่ผู้ปกครองต้องลงมาดูบุตรหลานตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2548 และ
2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งมีโรงเรียนในสังกัด 3 หมื่นแห่ง เอาจริงในการตรวจสอบเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษากว่า 4 แสนคน สกัดการพนันผ่านสมาร์ทโฟน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีเครื่องมือในการตรวจสอบเว็บไซต์ต่างๆ


โดยตั้งแต่การปราบพนันบอลช่วงก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น สามารถจับกุมการพนันบอลทางอินเทอร์เน็ต 7 คดี มีผู้ต้องหาที่เป็นเจ้ามือ 18 คน และผู้เล่น 23 คน ยึดเงินสดรวม 148,696 บาท มูลค่าเงินในโพยรวม 377,038 บาท ส่วนกรณีที่มีเน็ตไอดอลโพสต์ข้อความ ไลฟ์สตรีมสด เชิญชวนเล่นการพนันออนไลน์ ได้ตรวจสอบเฟซบุ๊กกว่า 100 คน และทราบตัวแล้ว 10 คน โดยจะออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา ตามความผิด พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2475 ต่อไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐคงต้องแสดงถึงความเข้มงวดเอาจริงในการกวาดล้างการพนันฟุตบอล แม้จะมีการตั้งศูนย์ปราบปรามฯ แต่เสียงจากคนกรุงเทพฯ กว่า 77.7% ไม่เชื่อมั่นต่อการปราบปรามโต๊ะพนันบอลได้ ขณะเดียวกันสิ่งสำคัญคือคอบอลทั้งหลายที่ต้องมีส่วนในการให้ความร่วมมือ เพราะที่สุดแล้วคำตอบก็มีอยู่ว่าใครเป็นคนที่ต้องพบกับความสูญเสีย 


พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
“สำหรับศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทายผลพนันฟุตบอลออนไลน์ ยินดีเปิดรับฟังและรับแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชนและเอกชน ซึ่งถือว่ามีส่วนสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยในอนาคตเตรียมพิจารณาตั้งศูนย์ดังกล่าวถาวร เพื่อดำเนินการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังต่อเนื่อง”
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ดร.นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล
“การพนันฟุตบอลนับว่าควบคุมได้ยาก แต่เราก็ต้องเรียกร้องและเตือนกันต่อไป ซึ่งเบื้องต้นผู้ปกครองควรต้องดูแลบุตรหลานตัวเองไม่ให้ยุ่งกับการพนัน ในเวลาเดียวกันก็ต้องไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับวังวนของการเล่นพนันเองด้วย ภาครัฐเองก็ต้องออกมาตรการที่เข้มงวดและไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะการสำรวจที่ผ่านมาพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปราบปรามอย่างจริงจัง สกัดกั้นไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง และต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่ช่วงกระแสฟุตบอลโลกเท่านั้น”
ดร.นพดล  กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล

[English]
Thais Expected to Spend THB6Bil duringWorld Cup 2018

The World Cup 2018 is not only entertaining Thai football fans greatly, but also giving a big boost to the local economy with an estimated 6.68 billion baht in domestic spending.

Since the kick-off on June 14 in Russia, football fans have engaged in a series of matches of Thais’ favorite sport that will continue until July 15.  

Kasikorn Research Center forecast that around 10.96 million Thais would be watching all games throughout the period — a considerable large group of audience due to favorable broadcast hours, which normally start at 7 p.m. Thailand time until 1 a.m. of the next day.  The final match’s schedule is even more favorable as it has been set at 10 p.m., a prime time for Thais.

In terms of economic boost, it is estimated that 96% of World Cup 2018 audience would spend substantially on food and beverages or go out to enjoy the matches at public venues as well as to buy shirts of their favorite teams and lucky draw postcards in hopes of winning big prizes from guessing which team will be the winner this time.

In addition, advertising business has been set to reap the World Cup boon when around 7.98 billion baht is expected to be spent by businesses that are and are not directly benefit from the World Cup phenomenon.

However, a survey by Super Poll projected that over 5.7 million people will engage in the prediction of the this year’s winner and each will likely spend around 8,920 baht — leading to an estimated 51.4 billion baht to spending through football betting websites.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments