728 x 90

ได้ฤกษ์เปิดใช้ อุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธิน รองรับรถยนต์ 200,000 คัน/วัน

img

งานก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธิน เป็นงานที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างไปพร้อมกับการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดในกรุงเทพมหานคร ซึ่ง รฟม. ได้เร่งรัดงานก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนตุลาคม 2561 และพร้อมที่จะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป

สร้านอุโมงค์ทางลอดแก้รถติดแยกรัชโยธิน
กว่าที่ระบบขนส่งมวลชนทางรางจะมีโครงข่ายครอบคลุมตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ คนกรุงเทพฯ ต้องใช้เวลาหลายปีในการรับมือกับวิกฤติจราจร ด้วยระยะทางของถนนที่มีอยู่จำกัด ขณะที่ปริมาณรถยนต์ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความจำเป็นในการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทำให้พื้นที่สัญจรยิ่งลดน้อยลงไปอีก  โดยเฉพาะในจุดที่เป็นทางแยกหลัก อย่างเช่น แยกรัชโยธิน ซึ่งเป็นหนึ่งในแยกที่มีปริมาณการจราจรหนาแน่น และอยู่ในพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายเส้นทาง การก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน (ตามแนวถนนรัชดาภิเษก) จึงเป็นทางเลือกในการใช้แก้ปัญหาการจราจรบริเวณแยกรัชโยธินอย่างเบ็ดเสร็จ

โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม (คค.) ได้ทำการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ส่วนต่อขยาย) ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ - คูคต พร้อมผนวกงานก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินให้เป็นส่วนหนึ่งของงานก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย จากนั้นในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 56 ได้มีมติมอบหมายให้ รฟม. เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว และอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินไปในคราวเดียวกัน ซึ่งถือเป็นอุโมงค์แห่งที่ 3 ที่ รฟม. รับผิดชอบการก่อสร้าง โดยก่อนหน้านี้ รฟม. ได้รับผิดชอบการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกห้วยขวางและอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกสุทธิสาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคลหรือรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางซื่อ

สำหรับอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน (ในแนวถนนรัชดาภิเษก) เป็นอุโมงค์ทางลอด ขนาด 4 ช่องจราจรไปกลับ มีความยาว 1,085 เมตร กว้าง 16.80 เมตร และมีความสูงของช่องทางลอด 5.25 เมตร โดยจำกัดความสูงของรถไว้ไม่เกิน 5.00 เมตร เริ่มดำเนินการก่อสร้างในระยะแรกด้วยการรื้อย้ายสะพานรถยนต์ข้ามแยกในแนวถนนรัชดาภิเษก (สะพานรถยนต์ข้ามแยกเดิม) โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2 เดือน คือระหว่างเดือนธันวาคม 59 – มกราคม 60 และตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 60 เป็นต้นมา เป็นขั้นตอนการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน โดยมีกำหนดแล้วเสร็จใน 24 เดือน

ใช้เทคนิคใหม่ก่อสร้างได้เร็วบรรเทาปัญหาจราจร
เดิมทีนั้นแผนการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 62 แต่เพื่อให้การก่อสร้างแล้วเสร็จโดยเร็วและเพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรต่อประชาชน รฟม. จึงมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการปรับขั้นตอนการก่อสร้าง โดยเริ่มก่อสร้างหลังคาอุโมงค์ก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อให้สามารถเปิดการจราจรด้านบนหลังคาอุโมงค์ได้ก่อน

หลังจากนั้นจึงเริ่มสร้างผนังอุโมงค์ และ ทำการขุดเจาะดินจากปลายอุโมงค์ทั้งสองด้านเข้ามาบรรจบกันที่บริเวณกลางอุโมงค์ ควบคู่ไปกับการก่อสร้างผิวจราจรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในขั้นตอนของการทำผนังอุโมงค์ รฟม. ได้นำเทคนิคการก่อสร้างรูปแบบใหม่เข้ามาใช้ ที่เรียกว่า การสร้างผนังแบบเข็มพืดคอนกรีตอัดแรงหล่อสำเร็จ Concrete Corrugated Sheet Piles Wall หรือ CCSP Wall  มาใช้แทนแบบการหล่อในที่ เพื่อลดเวลาการก่อสร้าง ทำให้ขั้นตอนการก่อสร้างผนังอุโมงค์ทางลอดเร็วขึ้น 25%นอกจากนี้วิธีดังกล่าวยังลดการใช้พื้นผิวจราจร และช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรบนท้องถนนในระหว่างการก่อสร้าง

ติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกป้องกันอุบัติเหตุ-น้ำท่วม
ในส่วนของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในอุโมงค์นั้น รฟม. ได้ติดตั้งระบบไฟไฮเทค ซึ่งจะคำนวนค่าความจ้าของแสงธรรมชาติภายนอกแล้วนำมาปรับใช้ไฟก่อนออกอุโมงค์ให้มีระดับเท่ากัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการตาพร่ามัว และลดการเกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังมีเครื่องปั่นไฟสำรอง จัดเตรียมไว้รองรับกรณีเกิดไฟฟ้าดับชั่วคราวด้วย

อีกทั้งยังมีระบบระบายอากาศภายในอุโมงค์ ซึ่งจะมีตัวจับปริมาณคาร์บอนไดร์อออกไซค์ที่เกิดจากท่อไอเสีย. รถยนต์ เมื่อถึงเกณฑ์ที่กำหนดหรือมีค่าที่สูงเกินพัดลมระบายอากาศจะทำงานทันที  รวมถึงติดตั้งระบบระบายน้ำรอบแนวอุโมงค์เพื่อสูบน้ำตามระดับที่กำหนด เช่น ความสูง 1 เมตร 1.30 เมตร เพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมขังภายในอุโมงค์ พร้อมทั้งติดตั้งระบบกักเก็บน้ำสำหรับดับเพลิงในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินได้  ถือว่าเป็นมาตรการรองรับกรณีน้ำท่วมและเพลิงไหม้เป็นอย่างดี  นอกจากนั้นยังติดตั้งกล้องซีซีทีวี และโทรศัพท์ฉุกเฉินให้สามารถใช้แจ้งเหตุได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ ผู้รับจ้างก่อสร้าง คือ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จะส่งมอบงานให้ทาง รฟม. ในวันที่ 31 ตุลาคม 61 และทาง รฟม. จะเปิดให้ประชาชนใช้สัญจรผ่านอุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธินอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป   โดยรวมแล้วใช้เวลาในการก่อสร้าง 21 เดือน เร็วกว่าแผนงานที่วางไว้ 3 เดือน จากเดิมที่ทำแผนเร่งรัดการก่อสร้างไว้มีกำหนดแล้วเสร็จในเดือนกัมภาพันธ์ 62

รองรับรถยนต์ได้มากกว่า 2 แสนคัน/วัน

อุโมงค์ทางลอดบริเวณแยกรัชโยธิน สามารถรองรับปริมาณรถยนต์เฉลี่ยกว่า 200,000 คัน/วัน เมื่อเปิดใช้อย่างเป็นทางการ จะสามารถคลี่คลายปัญหาการจราจรที่คับคั่งบริเวณแยกรัชโยธิน ถนนพหลโยธิน และถนนรัชดาภิเษก ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณจราจรบนถนนรัชดาภิเษกที่วิ่งผ่านแยกรัชโยธินกว่า 120,000 คัน/วัน จะสามารถวิ่งผ่านแยกรัชโยธินได้อย่างสะดวกและรวดเร็วขึ้น รวมถึงจะช่วยระบายการจราจร ของถนนโดยรอบโครงการ อาทิ ถนนลาดพร้าว-วังหิน ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนเกษตร-นวมินทร์ ถนนรามอินทรา ถนนลาดพร้าว ได้อีกด้วย

ที่สำคัญในอนาคต "แยกรัชโยธิน" จะสามารถลบสถิติการเป็นตำนานของ 1 ใน 10 แยกซดน้ำมันได้ เนื่องจากจะมีสะพานรถยนต์ข้ามแยกรัชโยธิน (ในแนวถนนพหลโยธิน) เปิดให้บริการในเดือนธันวาคม 61 นี้ ซึ่งจะยิ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ทำให้การจราจรบนถนนพหลโยธิน และถนนวิภาวดีรังสิต มีความคล่องตัวมากขึ้น


รวมถึงในปี 63 จะเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (เหนือ) ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ – คูคต ซึ่งจะเติมเต็มโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น สามารถเชื่อมโยงการเดินทางเข้าสู่สถานที่สำคัญในใจกลางกรุงเทพมหานครได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งย่านธุรกิจการค้า ชุมชนที่อยู่อาศัย สถานศึกษา วัด และโรงพยาบาล

อีกทั้งยังช่วยเสริมจุดเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ เช่น รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าสายสีชมพู รถไฟฟ้าสายสีเหลือง และรถโดยสารประจำทาง ขสมก. ทำให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางที่หลากหลาย และมีอาคารจอดแล้วจร (Park&Ride)  อำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งมวลชน ทางถนน ทางราง ทางน้ำ และอากาศ ให้เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน สามารถรองรับการเดินทางทุกรูปแบบ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน
__________
นายภคพงษ์ ศิริกันทรมาศ - ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
"รฟม.ได้เร่งรัดการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกรัชโยธิน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่-คูคต โดยใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 21 เดือน เร็วกว่าแผนงานเดิมที่วางไว้ 3 เดือน จากกำหนดเดิมที่กำหนดจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 62 สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ในการเร่งรัดการดำเนินงานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรที่คับคั่งในแนวถนนพหลโยธินรวมถึงถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นถนนวงแหวนรอบใน และเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของประชาชน"

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments