728 x 90

ไบโพลาร์ โรคฮิตใกล้ตัวคนเมือง

img

จากสภาวะสังคมเมืองในปัจจุบันที่ค่อนข้างกดดัน ส่งผลให้คนไทยประมาณร้อยละ 10-15 มีปัญหาด้านสุขภาพจิต แต่มีเพียง 1% เท่านั้นที่มาพบแพทย์ ในขณะที่ผู้ป่วยโรคอารมณ์แปรปรวนหรือ “ไบโพลาร์” มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และคนไข้ 1 ใน 5 สามารถฆ่าตัวตายได้สำเร็จ แต่ที่น่ากังวลคือ ยังมีคนอีกจำนวนมากที่ไม่ทราบว่าตนเองป่วย และไม่กล้ามาพบแพทย์

แกะสาเหตุผู้ป่วยไบโพลาร์
ปัจจุบัน โรคไบโพลาร์ มีการพูดถึงในวงกว้างมากขึ้น ทั้งจากเหตุการณ์ข่าวทำร้ายตัวเองและทำร้ายผู้อื่น รวมถึงการออกมายอมรับว่าตนเองป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ของดารานักแสดงในวงการบันเทิงทั้งในและต่างประเทศ

โดยรายงานล่าสุดจากกรมสุขภาพจิต และคลังข้อมูลการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ทั้งสิ้น 32,502 คน จากผู้ป่วยจิตเวชทั้งหมด 712,359 คน หรือร้อยละ 4.5 โดยสถิติพบว่า คนไข้ 1 ใน 5 สามารถฆ่าตัวตายได้สำเร็จ

ไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) เป็นโรคที่ทำให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ มีอารมณ์สองขั้วที่เปลี่ยนแปลงไปมาอย่างชัดเจน แบบที่หนึ่งคือมีพฤติกรรมแบบเศร้า และแบบที่สองมีอาการพลุ่งพล่าน หรือแมเนีย โดยอารมณ์ของผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นช่วงๆ ไป อาจมีอาการแบบแรกคือแบบเศร้าก่อน แล้วสักพักก็จะมีอาการแมเนีย บางคนอาจมีอาการแบบแมเนียก่อน แล้วจึงมีอาการแบบเศร้าขึ้นมา หรืออาจจะสลับกับอาการปกติต่อเนื่องกันไป ซึ่งผู้ป่วยไบโพลาร์นั้นสามารถทำกิจวัตรประจำวัน หรือทำงานได้เป็นปกติ

รศ.นพ.ชวนันท์ ชาญศิลป์ นายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยถึงสาเหตุของการเกิดโรคไบโพลาร์ว่า มีอยู่หลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งทางพันธุกรรม สิ่งแวดล้อม หรือการเลี้ยงดู โดยทางพันธุกรรมนั้น ครอบครัวที่พ่อแม่ป่วยโรคนี้ ลูกก็จะมีโอกาสเสี่ยงเป็นไบโพลาร์มากกว่าคนอื่น รวมไปถึงการเลี้ยงดู หากทำให้เด็กเกิดความเครียด หรือไม่สามารถปรับตัวได้ ก็เสี่ยงที่จะเกิดการกระตุ้นให้เกิดโรคได้มากขึ้น

ส่วนสิ่งแวดล้อม เป็นตัวสำคัญที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในสมองทำให้การควบคุมอารมณ์เปลี่ยนไป โดยผู้ป่วยโรคไบโพลาร์ จะมีอารมณ์แปรปรวนที่ผิดปกติแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ได้แก่ อารมณ์เศร้าหรืออารมณ์รื่นเริงสนุกสนานผิดปกติ ในช่วงระยะอารมณ์ซึมเศร้าจะมีอาการแบบนี้ติดๆ กันนานถึง 2 สัปดาห์-1 เดือน ผู้ป่วยจะมีอารมณ์เศร้า หดหู่ ร้องไห้ง่าย เบื่ออาหาร รู้สึกว่าชีวิตตนเองไม่มีคุณค่า มองตัวเองในแง่ลบ และมีความคิดฆ่าตัวตาย

ส่วนในช่วงที่มีอารมณ์รื่นเริง จะสนุกสนานผิดปกตินานติดๆ กัน 2 สัปดาห์-1 เดือนเช่นกัน ผู้ป่วยจะอารมณ์ดีมากกว่าปกติ คึกคัก มีความมั่นใจ แต่ขาดความยับยั้งชั่งใจ หากถูกห้ามปรามหรือขัดขวางจะหงุดหงิด ฉุนเฉียว ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีอาการหลงผิด คิดว่าตนเองมีพลังวิเศษ มีความสามารถเหนือคนอื่น จนถึงมีภาวะหวาดระแวงได้

เปิดใจผู้ป่วยไบโพลาร์ที่รักษาได้
แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าโรคไบโพลาร์สามารถรักษาหายขาดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ผู้ป่วยไบโพลาร์ที่ยอมรับการรักษาก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ดังเช่นคนปกติ 

ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า การสร้างความเข้าใจกับสังคมในเรื่องของจิตเวชเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องช่วยกัน เพราะโรคนี้สามารถรักษาได้หากได้รับการติดตามและดูแลอย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกันก็สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ถึงร้อยละ 80-90 โดยมีหลายปัจจัยเป็นตัวกระตุ้น เช่น เหตุการณ์ที่สะเทือนใจ เหตุการณ์พลิกผันในชีวิตซึ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อน ภาวะความเครียดรุมเร้า ตลอดจนการใช้สารเสพติด เป็นต้น ดังนั้น การรักษาด้วยการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องจึงสำคัญที่สุด

ทั้งนี้ ผู้ป่วย ญาติ และสังคม จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคและการรักษา โดยผู้ป่วยเองต้องปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด ขณะที่ญาติต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบ ให้กำลังใจ และมีการสื่อสารที่ดีในครอบครัว ตลอดจนสังคมก็ต้องเข้าใจ ให้โอกาส และลดอคติ มองผู้ป่วยจิตเวชและไบโพลาร์ไม่ต่างจากผู้ป่วยโรคอื่นๆ ที่สามารถรักษาได้

ด้านดีเจเคนโด้-เกรียงไกรมาศ พจนสุนทร ในฐานะที่เคยป่วยเป็นไบโพลาร์ ได้แชร์ประสบการณ์เพื่อจุดประกายคนที่กำลังป่วยหรือคนที่มีโอกาสเป็นโรคนี้ ว่า “ช่วงที่ผมป่วยระยะ Mania มีอาการถึงขั้นคิดว่าตัวเองเป็นผู้วิเศษ บางคนถึงขั้นคิดว่าตัวเองเหาะเหินเดินอากาศได้ ขึ้นไปบนตึกแล้วกระโดดลงมาเพราะคิดว่าตัวเองบินได้ ส่วนด้านพฤติกรรมก้าวร้าว ผมเคยถึงขั้นชี้หน้าว่าผู้ร่วมงานด้วยถ้อยคำรุนแรงและหยาบคาย และเมื่อเข้าสู่ระยะ Depressed จะเริ่มรู้สึกว่าไม่อยากทำอะไร ร้องไห้ ถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ก็จะเกิดความเสียหายทางร่างกายและจิตใจของทั้งตัวเองและครอบครัว”

เช่นเดียวกับ คุณสุภาภรณ์ คำนวณศิลป์ หนึ่งในผู้ที่เคยป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ ได้ให้ความเห็นว่า “ตอนแรกคนรอบข้างคิดว่าเราเป็นบ้า เป็นคนเหวี่ยงวีน เราพยายามควบคุมอารมณ์แต่ทำไม่ได้  เพราะไบโพลาร์เกิดจากสารเคมีในสมองไม่เท่ากัน มีอาการขึ้นๆ ลงๆ เวลามีความสุขก็สุขสุดๆ แต่ถ้ามีอะไรสะกิดปั๊บมันจะดิ่งเลย อยากฆ่าตัวตายเดี๋ยวนั้น จนรู้สึกว่าเริ่มรับมือไม่ไหวก็เลยไปหาหมอ ซึ่งคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เข้าใจโลกมากขึ้น”

ด้านแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ได้ตระหนักและรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับโรคภัยต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยโรคไบโพลาร์ ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นกระแสในสังคมทำให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น จึงได้เปิดตัว “โครงการอุ่นรัก อุ่นใจไบโพลาร์ Healthy mind, Happy life” เพื่อสร้างพลังในเชิงบวกให้กับกลุ่มผู้ป่วยและครอบครัวผู้ป่วย และสร้างความเข้าใจให้แก่คนในสังคมได้รับรู้และเข้าใจอาการของผู้ป่วยไบโพลาร์มากยิ่งขึ้น โดยโครงการดังกล่าวจะมุ่งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องผ่านกิจกรรมการสัญจรให้ความรู้เกี่ยวกับโรคไบโพลาร์ทั่วประเทศ

ดังนั้น เพื่อให้การรักษาผู้ป่วยไบโพลาร์มีประสิทธิผล ทั้งผู้ป่วยและครอบครัวควรได้รับความรู้ความเข้าใจ ทั้งเรื่องธรรมชาติของโรค ปัจจัยเสี่ยง การรักษา วิธีการป้องกันการกลับไปเป็นซ้ำ การจัดการกับปัญหาในชีวิตตลอดจนส่งเสริมให้มีการสื่อสารที่มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มความร่วมมือในการรักษาและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะผู้ป่วยไบโพลาร์ “ไม่ใช่คนบ้า ไม่ใช่คนโรคจิต” แต่จัดอยู่ในกลุ่มของโรคทางอารมณ์ที่สามารถรักษาได้ด้วยยาและจิตบำบัด
__________
ศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์  - นายกแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ
“การสร้างความเข้าใจกับสังคมในเรื่องของจิตเวชเป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องช่วยกัน เพราะโรคนี้สามารถรักษาได้หากได้รับการติดตามและดูแลอย่างเหมาะสม สังคมจึงจำเป็นต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกับโรคและการรักษา โดยผู้ป่วยเองต้องปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด ขณะที่ญาติต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด รวมทั้งหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบ ให้กำลังใจ และมีการสื่อสารที่ดีในครอบครัว ตลอดจนสังคมต้องเข้าใจ ให้โอกาส และลดอคติ มองผู้ป่วยจิตเวชและไบโพลาร์ไม่ต่างจากจากผู้ป่วยโรคอื่นๆ ที่สามารถรักษาได้”

[English]
Rising Cases of Bipolar Disorder among Thais
The latest report from the Department of Mental Health shows there are currently 32,502 patients with bipolar disorder in Thailand, or around 4.5% of psychiatric patients in the country.  The report also suggested that every one in five people with bipolar disorder has committed suicide.

Bipolar disorder, also known as manic-depressive illness, is a brain disorder that causes unusual shifts in mood, energy, activity levels, and the ability to carry out day-to-day tasks.

The Psychiatric Association of Thailand said that there are many causes of bipolar disorder, including heredity, environment and a person’s upbringing.

While there is still no known cure to bipolar disorder, patients, who agree to receive treatment, can still live a normal life like everyone else.  However, if exposed to stimuli, their conditions may resurface.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments