728 x 90

OTT อิสรภาพสื่อยุคดิจิทัล?

img

เมื่อสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นช่องทางหลักในการรับข่าวสารในยุคดิจิทัล เปิดอิสระให้ “ใครก็ได้” กระโดดเข้ามาทำเนื้อหาเกี่ยวกับ “อะไรก็ได้” ทำให้รัฐมีความตั้งใจที่จะเข้ามา “ดูแล” จึงเป็นที่น่าจับตามองว่า นโยบายยุคเก่าที่รัฐใช้ควบคุมสื่อยุคใหม่จะเหมาะสมกับ ไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นก้าวทันโลกให้หมุนไปข้างหน้าได้อย่างไร
สัดส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟน
คลื่นลูกใหม่ในวงการสื่อ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าการมาของอินเทอร์เน็ตเป็นประโยชน์ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างมาก ซึ่งรัฐบาลก็พยายามวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านภายในปี 2561 ขณะเดียวกัน "สื่อเก่า" ไม่เพียงปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลเท่านั้น แต่เกิด "สื่อใหม่" ขึ้นมาแบบที่ผู้บริโภคเองก็ไม่ทันตั้งตัว

ปัจจุบันแนวโน้มที่ผู้บริโภครับชมโทรทัศน์ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ แท็บเลต มีมากขึ้น พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโทรทัศน์แบบเดิม โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของผู้ประกอบการ OTT รายใหม่ๆ เช่น Facebook, Line TV, Youtube, Monomaxxx, iFlix, Netflix และ Hulu Plus เป็นต้น
กิจกรรมยอดฮิตในการใช้อินเตอร์เน็ต
การสื่อสารที่แพร่ภาพและเสียงโดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นหลัก หรือ OTT (Over the top) กำลังมาแรงเพราะเป็นธุรกิจที่ผู้ให้บริการไม่ต้องลงทุนเหมือนสื่อยุคเก่า อย่างทีวีดิจิทัลที่ต้องมีการประมูลและซื้อใบอนุญาต ผู้ให้บริการต้องจ่ายเพียงอย่างเดียว คือค่าอินเทอร์เน็ต ทำให้บุคคลทั่วไปหันมาเป็นผู้ให้บริการผลิตเนื้อหากันอย่างล้นหลาม 

ประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือ
ในยุคที่เราดูโทรทัศน์ หลายครั้งภาพเคลื่อนไหวต่างๆ เช่น บุหรี่ เหล้า และพฤติกรรมล่อแหลมถูกเซ็นเซอร์ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่ออรรถรสในการชมบ้างเป็นบางครั้ง แต่ในระบบ Uncensor บนโลกออนไลน์ ผู้บริโภคจะมีอิสรภาพในการรับชมเต็มที่ เนื่องจากอินเทอร์เน็ตขึ้นชื่อว่าเป็นโลกไร้พรหมแดน ให้อิสรภาพอันไร้ขีดจำกัดแก่ประชาชน ทั้งผู้ผลิตและผู้รับสื่อ ทำให้รัฐไม่สามารถจำกัดขอบเขตของเนื้อหาได้

ในทางกลับกันรัฐก็ต้องแบกรับความเสี่ยงจากเนื้อหาไม่พึงประสงค์ เช่น เนื้อหาที่เข้าข่ายวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เนื้อหาหมิ่นประมาทตามกฎหมาย และเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับผู้ชมบางกลุ่ม เป็นต้น

บริษัท เดอะนีลเส็นคอมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด เผยเม็ดเงินโฆษณาในสื่อประเภทต่างๆ ประจำปี 2558 พบว่า เม็ดเงินโฆษณาในอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 11.37% (1,058 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 950 ล้านบาท ในปี 2557) นับเป็นจำนวนเงินมหาศาล ซึ่งรัฐยังไม่สามารถเก็บภาษีในส่วนนี้ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะโฆษณาแฝงที่เจ้าของสินค้ามักจ้างเหล่าเน็ตไอดอล และ Youtuber มาขายสินค้าผ่านช่องทาง Facebook, Line, Instagram

นอกจากนี้ยังไม่ยุติธรรมต่อสื่อกระแสหลักที่ประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง ซึ่งสร้างรายได้ให้รัฐสูงถึง 50,862 ล้านบาท รวมทั้งรัฐยังไม่สามารถสร้างรายได้จากธุรกิจ OTT เพราะยังไม่มีมาตรการออกใบอนุญาตเหมือนทีวีดิจิทัล อีกทั้งยังทำให้รายได้ไหลออกนอกประเทศ เนื่องจากผู้ให้บริการส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ
สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยม
ปิดกั้นสื่อ ปิดตาคนดู?
การมาของ OTT ทำให้ผู้กำกับดูแลอุตสาหกรรมโทรทัศน์โดยตรง คือ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ต้องรีบหาแนวทางการกำกับดูแลแก้ปัญหาที่อาจกระทบต่อสังคมและอุตสาหกรรมในภายภาคหน้า

ล่าสุดจัดตั้งคณะอนุกรรมการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ OTT ขึ้นมา เรียกผู้ผลิตเนื้อหาลงสื่อโซเชียลที่มียอดติดตามเกิน 1 ล้านคนเข้าหารือ ไม่เพียงเท่านี้ ปัจจุบันยังมีกฎหมายหลายฉบับกำกับการให้บริการ OTT อย่าง พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ 2560 ที่ให้อำนาจรัฐในการพิจารณาเนื้อหาบนสื่อออนไลน์มากขึ้น

อันที่จริงต่อให้สื่อใหม่ในยุคต่อๆ ไปถูกควบคุมอีก ผู้ผลิตก็จะหาแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่สามารถถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์ ความแตกต่าง และความสดใหม่ออกมาให้ผู้บริโภครับชม ไม่เพียงแต่ความพยายามของสื่อเท่านั้น แต่คนเสพอย่างเราๆ เอง ก็คงไม่ยอมถูกริดลอนเสรีภาพในการรับชมข่าวสารเช่นกัน เพราะนั่นหมายถึงการยินยอมให้รัฐเข้ามาปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ อันเป็นตัวแปรสำคัญที่จะพาไทยก้าวสู่ ไทยแลนด์ 4.0


ปีเตอร์ เลิฟล็อค ผู้ก่อตั้ง Technology Research Project Corporate (TPRC)
“OTT เป็นเทคโนโลยีแนวคิดประชาธิปไตยที่มาพร้อมโลกออนไลน์ ช่วยเปิดเสรีภาพให้แก่ประชาชน แน่นอนว่า OTT มีทั้งข้อดีและข้อเสีย อีกทั้งยังใหม่ในสังคม แต่ทุกคนก็ควรลอง และควรได้สิทธิในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียมกัน”

วรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
“รัฐส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุค 4.0 ซึ่งเป็นยุคของดิจิทัลและนวัตกรรม โดยวางแผนไว้ว่า ร้อยละ 25 ของ GDP ต้องมาจากอุตสาหกรรมดิจิทัล มุ่งเน้นให้เกิดการเท่าเทียมกันในสังคม ผ่านการให้การศึกษาทางอินเทอร์เน็ต”

กฤษณ์ บุญญะรัง หรือ บี้ เดอะ สกา Youtuber
“ผมมองว่า OTT สามารถเป็นโอกาสของประเทศไทยได้ แต่ประเทศเราโฟกัสไปที่การควบคุมสื่อ ปิดกั้นและไม่เปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แทนที่จะพัฒนาการใช้สื่ออย่างสร้างสรรค์ผลักดันให้เยาวชนและสังคมได้ใช้สื่อที่ดี” 

[English]
OTT, Dilemma for Thai Government’s Push for Digital Era

When digital media means anyone can share and move news and information at lightning speed, the Thai government may be a crossroads as it is steering forward the Thailand 4.0 policy to help the country digitally catch up with the world but must be pondering ideas for the control.  Currently, over-the-top (OTT) content from such players as Facebook, Line TV, Youtube, Netflix and Hulu Plus are pulling more Thais away from traditional media, who just got into the digital era. But censorship-free content and consumers’ refusal to give up such freedom means government worries over social repercussions and falling tax revenue.

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments