728 x 90

TDRI เสนอปรับเพิ่มค่ารถติดนาทีละ 1 บาท ยุติปัญหา Taxi ปฏิเสธผู้โดยสาร-รายได้ไม่พอ

img

เพื่อแก้ปัญหารายได้ไม่พอจ่าย และยุติการปฏิเสธผู้โดยสาร TDRI จึงเสนอแนวทางออกคือควรอนุมัติให้ปรับเพิ่มค่ารถติด (กรณีที่รถเคลื่อนที่ได้ด้วยความเร็วไม่เกิน 6 กม./ชม.) ให้แก่ผู้ขับรถแท็กซี่นาทีละ 1 บาท คือปรับเพิ่มจากเดิมนาทีละ 2 บาทเป็นนาทีละ 3 บาท เพราะจะทำให้ผู้ขับรถมีรายได้เพิ่มขึ้นและสามารถแก้ปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสารได้ ภายใต้เงื่อนไขว่ารถแท็กซี่ที่จะได้รับสิทธนี้จะต้องจดทะเบียนเป็น TAXI OK 

ยอดร้องเรียนปัญหาสูง ข้อห้ามขึ้นค่าโดยสาร
จากที่กลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ ยืนยันที่จะยื่นข้อเรียกร้องต่อกระทรวงคมนาคมภายในเดือนพฤศจิกายน เพื่อขอให้พิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่รอบ 2 ที่คงค้างอยู่ 5% ตามที่รัฐบาลเคยให้สัญญาไว้เมื่อ 4 ปีที่แล้ว พร้อมขอให้ดำเนินการอย่างจริงจังกับกลุ่มรถแท็กซี่ป้ายดำผิดกฎหมาย ที่วิ่งให้บริการโดยเรียกผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาการแย่งชิงผู้โดยสาร กระทบต่อรายได้ รวมถึงส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

นายกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะโฆษกกรมการขนส่งทางบก ได้ชี้แจงว่า ข้อเรียกร้องจากผู้ขับรถแท็กซี่ ที่ต้องการให้ปรับขึ้นค่าโดยสารตามข้อตกลงที่ทำไว้กับรัฐบาล ที่ยังเหลืออีก 5% นั้น สืบเนื่องจาก เมื่อปี 2557 กรมฯ ได้กำหนดแนวทางการปรับอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารสำหรับรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน (รถแท็กซี่) ที่จดทะเบียนในเขตกรุงเทพมหานคร โดยให้ปรับเพิ่มขึ้น 13% ของอัตราค่าจ้างเดิม โดยกำหนดการปรับเป็น 2 ระยะ สำหรับระยะที่ 1 ให้ปรับค่าโดยสารไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2557 ในอัตรา 8% ส่วนการปรับค่าโดยสารระยะที่ 2 นั้น จะอนุมัติเมื่อผู้ขับขี่ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้ดีขึ้น

จากการติดตามประเมินผลพบว่า คะแนนความพึงพอใจผ่านแอปพลิเคชัน DLT Check in น้อยกว่า 70 % นอกจากนั้น ปริมาณข้อร้องเรียนผ่านศูนย์ 1584 เกี่ยวกับการปฏิเสธผู้โดยสารและการไม่ใช้มาตรค่าโดยสารไม่ลดลง จึงระงับการปรับอัตราค่าโดยสารไว้จนกว่าจะปรับปรุงพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้ได้รับการยอมรับจากประชาชน

TDRI ส่ง 2 แนวทางเลือกให้ขนส่งพิจารณา
ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบกได้ว่าจ้างสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ทำการศึกษาแนวทางการพัฒนาเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพการให้บริการรถแท็กซี่ รวมถึงโครงสร้างต้นทุนการประกอบการและอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมกับสภาพปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ทีดีอาร์ไอได้ส่งผลการศึกษาฉบับสมบูรณ์มาแล้ว ทางกรมฯ อยู่ระหว่างพิจารณาผล และจะจัดทำข้อสรุปนำเสนอต่อกระทรวงคมนาคมเพื่อพิจารณาเป็นลำดับต่อไป

จากการศึกษาข้อมูลของทีดีอาร์ไอพบว่า ปัจจุบันผู้ขับรถแท็กซี่มีรายได้ 1,564.55 บาท/วัน รายจ่าย 1,156.04 บาท/วัน คงเหลือรายได้หลังหักค่าใช่จ่าย 408.51 บาท/วัน ซึ่งสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำที่มีอัตรา 325 บาท/วัน เพียง 83.51 บาท

ที่ปรึกษาจึงมีความเห็นเสนอมาว่าเห็นควรปรับค่าโดยสารให้ผู้ขับรถมีรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ 1.5 เท่า คือควรให้ผู้ขับรถมีรายได้รวมประมาณ 1,643.54 บาท/วัน ซึ่งจะทำให้ผู้ขับรถเหลือรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายที่ 487/วัน โดยมีข้อเสนอในการปรับอัตราค่าโดยสาร 2 แนวทาง ดังนี้ 1.ให้คงอัตราค่าโดยสารตั้งต้นและอัตราค่าโดยสารตามระยะทางไว้ตามเดิม แล้วให้ปรับเพิ่มเฉพาะค่ารถติด (กรณีที่รถเคลื่อนที่ได้โดยมีความเร็วไม่เกิน 6 กม./ชม.) จากเดิมนาทีละ 2 บาท เป็นนาทีละ 3 บาท ซึ่งจะทำให้ผู้ขับรถมีรายได้รวม 1,708 บาท/วัน และมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้วที่ 552 บาท/วัน

แนวทางที่ 2.ยกเลิกค่ารถติด และคิดค่าโดยสารตามระยะเวลาในการเดินทางรวมในอัตรานาทีละ 1.50 บาท ซึ่งจะทำให้มีรายได้รวม 2,648 บาท/วัน โดยจะมีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายที่ 492 บาท/วัน 

TDRI เสนอเพิ่มค่ารถติดนาทีละ 1 บาทช่วยแก้ปัญหาได้
ทั้งนี้ที่ปรึกษาระบุว่าเห็นควรให้พิจารณาปรับอัตราค่าโดยสารตามแนวทางที่ 1 ซึ่งเห็นว่าเป็นแนวทางเหมาะสมที่สุด เพราะจะทำให้ผู้ขับรถมีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าแนวทางที่ 2 และจะสามารถแก้ปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสารได้ โดยให้ปรับเพิ่มเฉพาะรถที่จดทะเบียนเป็น TAXI OK เท่านั้น เนื่องจากมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัย ประกอบด้วย การติดตั้งระบบ GPS Tracking ติดตามพิกัดตำแหน่งรถ, ระบบยืนยันตัวตนผู้ขับรถ, กล้องบันทึกภาพในรถแบบ Snap Shot, ปุ่มฉุกเฉินเพื่อแจ้งเหตุร้องเรียน ให้บริการซึ่งถือเป็นต้นทุน และเป็นไปตามการยกระดับตามเงื่อนไขที่กำหนด ส่วนรถแท็กซี่เก่าจะคงอัตราค่าโดยสารเดิมไว้ ต่อเมื่อมีการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการตามเงื่อนไขของโครงการ TAXI OK แล้วจึงจะได้รับสิทธิในการปรับค่าโดยสารหากได้รับการอนุมติให้ปรับขึ้นในอนาคต

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กรมฯ จะสรุปผลการศึกษาส่งไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณา หากได้รับความเห็นชอบ จะจัดทำประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องกำหนดอัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสาร จากนั้นจะลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ประมาณ 30 วันก่อนมีผลบังคับใช้ต่อไป

TAXI OK โดนร้องเรียนน้อยกว่าแท็กซี่ทั่วไป 3 เท่า 
อย่างไรก็ดี กรมการขนส่งทางบกสนับสนุนให้ผู้ขับรถแท็กซี่เข้าร่วมโครงการ TAXI OK เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับการให้บริการ โดยจากการสำรวจสถิติการร้องเรียนของผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2560 ถึงกันยายน 2561 พบว่าข้อร้องเรียนของรถ TAXI OK มีสัดส่วนน้อยกว่ารถแท็กซี่ทั่วไปถึง 3 เท่า ทำให้เห็นได้ว่าการพัฒนาคุณภาพการให้บริการโดยเข้าร่วมระบบ TAXI OK ส่งผลให้เกิดการพัฒนาระบบและการให้บริการที่ดีได้อย่างยั่งยืน 

ขนส่งยังคุมเข้มรถแท็กซี่ป้ายดำ
ในส่วนของกรณีรถแท็กซี่ป้ายดำผิดกฎหมายที่ลักลอบให้บริการผ่านแอปพลิเคชันนั้น กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหน่วยทหาร ได้มีการเรียกผู้ประกอบการให้บริการรถยนต์ส่วนบุคคลผ่านแอปพลิเคชัน มาชี้แจงเพื่อให้หยุดการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมาใช้ในการรับจ้างซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย และจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นจริงจัง โดยจัดผู้ตรวจการลงพื้นที่ปฏิบัติการตรวจสอบและจับกุมอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

8 ข้อเสนอจัดระเบียบเรียกใช้บริการผ่านแอปฯ
ขณะที่ทีดีอาร์ไอได้เสนอแนวทางออกสำหรับกรณีรถเรียกใช้บริการผ่านแอปพลิเคชั่น ด้วยการส่งเสริมให้จดทะเบียนรถส่วนบุคคลที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันโดยปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับการให้บริการ พร้อมเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาในประเด็นต่างๆ ดังนี้
1.เสนอให้มีการจดทะเบียนรถยนต์ที่ให้บริการโดยมีมาตรการด้านความปลอดภัยควบคุมและต้องตรวจสอบสภาพรถตามที่กฎหมายกำหนด,
2.มีใบอนุญาตขับขี่สำหรับรถยนต์โดยผู้ขับขี่ที่ขอใบอนุญาตต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนดในกฎหมายรถยนต์,
3.การขออนุญาตประกอบการทุกข้อต้องเป็นนิติบุคคลและจดใบอนุญาตประกอบกิจการ โดยให้กรมการขนส่งทางบกกำกับดูแลเงื่อนไขการประกอบการ,
4.ผู้ประกอบการต้องมีการจดทะเบียนสถานประกอบการเพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้ตามระเบียบ
5.การจัดทำประกันภัยต้องจัดให้มีการประกันภัยขั้นต่ำในส่วนของผู้โดยสารและผู้ใช้ถนนร่วมกันเพื่อเป็นหลักประกันด้านความปลอดภัย,
6.การคุ้มครองแรงงานในปัจจุบันผู้ขับขี่รถยนต์ประเภทนี้ยังไม่ถือว่าเป็นลูกจ้างจึงยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานและประกันสังคม หากในอนาคตมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการกำกับดูแลให้เป็นการจ้างโดยคนขับรถมีสถานะเป็นลูกจ้างคนขับรถจะมีโอกาสได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน,
7.การกำหนดอัตราค่าโดยสารควรออกข้อกำหนดให้ผู้ประกอบการเปิดเผยวิธีการคำนวนค่าโดยสารและแจ้งราคาก่อนให้บริการรวมถึงกำหนดเพดานราคาให้สะท้อนกลไกตลาดที่เป็นจริงโดยรัฐมีอำนาจในการแทรกแซงในกรณีที่มีความจำเป็นหรือเมื่อเกิดสถานการณ์ผิดปกติ
8.การกำกับดูแลให้มีการแข่งขันในตลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลควรจัดตั้งองค์กรอิสระเพื่อทำหน้าที่ในการออกกฎหมาย กำหนดนโยบายกำกับดูแลออกใบอนุญาตเพื่อความโปร่งใสรวมถึงควรมีการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือรถแท็กซี่รูปแบบเดิมที่เก็บจากรูปแบบใหม่ด้วย

การจัดระเบียบรถแท็กซี่ จะจบลงที่ตรงไหน จะทำให้ OK กันได้ทุกฝ่าย และจะแก้ปัญหายอดฮิตตลอดกาลอย่างการปฏิเสธผู้โดยสารได้จริงหรือไม่ คงต้องรอติดตามและร่วมลุ้นกันไปอีกนาน
__________
คุณพีระพล ถาวรสุภเจริญ - อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)
“ขณะนี้กรมฯ ยังไม่ได้พิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสารรถแท็กซี่ ยังอยู่ในขั้นตอนการสรุปผลจากผลการศึกษาของทีดีอาร์ไอ ซึ่งการปรับค่ามิเตอร์นั้นมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมด้วย เช่นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อต้นทุน ทั้ง ราคาเชื้อเพลิง ระยะเวลาที่จราจรติดขัดที่ทำให้รถไม่เคลื่อนที่ อีกทั้งยังมีเรื่องคุณภาพบริการ ที่มีความสำคัญอย่างมากที่ต้องนำมาพิจารณา คือคุณภาพและต้นทุนต้องไปด้วยกัน คาดว่าจะพิจารณารายละเอียดทั้งหมดได้เรียบร้อยภายในเดือน พฤศจิกายน 61 จากนั้นจะเสนอต่อไปยังกระทรวงคมนาคมซึ่งยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการปรับค่ามิเตอร์ขึ้นหรือไม่ ต้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมพิจารณาอีกครั้ง”

[English]
TDRI proposes increase in taxi fare to dissuade drivers from rejecting passengers 
As taxi drivers in Bangkok continue their call on the Ministry of Transport to approve another 5% increase in taxi fare by the end of November and to take actions against unlicensed taxis and ride-hailing drivers, the Department of Land Transport (DLT) said that the fair increase will only be possible after taxi drivers improve their service quality and the public approves such a positive development.

Nevertheless, DLT has hired Thailand Development Research Institute (TDRI) to conduct a study on how to improve taxi service, both in terms of safety and quality, as well as on the cost structure and an appropriate fare structure that suits the present economic conditions.

According to TDRI, each taxi driver earns an average of 1,564.55 baht a day and has an average daily expense of 1,156.04 baht.  This means that a taxi driver should have about 408.51 baht left in the pocket — the amount that is 83.51 baht higher than the minimum daily wage of 325 baht.

With this finding, TDRI suggested that taxi fare rates should be increased to allow an average driver to have an amount that is 1.5 times higher than the minimum wage or to earn at least 1,643.54 baht a day.

TDRI proposed two options, including an increase in the charge for the time the car is stationary or stuck in traffic to 3.00 baht a minute from 2.00 baht a minute, and the cancellation of the stationary charge to use only the moving fare that incorporate a 1.50-baht-per-minute charge for the traveling time.  TDRI prefers its first option.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments