728 x 90

เหตุผลที่เด็กไทยควรเรียนเขียนโปรแกรมตั้งแต่ประถม

img
โดย++ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี Pantip.com, นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย

อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา บารัค โอบามา ประกาศโครงการ Computer Science For All ตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนชาวอเมริกันทุกคนมีโอกาสเรียนวิชาวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ได้ฝึกทักษะการเขียนโปรแกรมตั้งแต่เด็ก

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ลี เซียนลุง ประกาศว่าสิงคโปร์จะเป็น Smart Nation ที่ใช้เทคโนโลยีสร้างความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการรับลูกทันทีด้วยการส่งเสริมให้มีการเรียนการสอนเขียนโปรแกรมภาษา Python ในระดับมัธยม

ผมเรียนเขียนโปรแกรมครั้งแรกตั้งแต่ ป.6 ภาษาที่เรียนตอนนั้นชื่อภาษา Logo บนหน้าจอสำหรับเขียนโปรแกรมมีรูปสามเหลี่ยมสีเขียวที่ถูกเรียกว่าเต่า เรามีหน้าที่ป้อนคำสั่งว่าจะให้เต่าเดินหน้าหรือถอยหลัง เลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวากี่องศา เต่าจะเดินตามคำสั่งเราแล้วลากเส้นตามไปด้วย เช่น ถ้าเราสั่งเต่าเดินหน้า 100 หน่วย เลี้ยวขวา 90 องศา เดินหน้า 100 หน่วย เลี้ยวขวา 90 องศา เดินหน้า 100 หน่วย เลี้ยวขวา 90 องศา และเดินหน้า 100 หน่วย เราจะเห็นเต่าเดินเป็นรูปสี่เหลี่ยม

การสั่งให้คอมพิวเตอร์ทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เป็นพื้นฐานของการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน ในต่างประเทศมีองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรชื่อ Code.org ที่สนับสนุนโดยบริษัทดิจิทัลยักษ์ใหญ่ของโลก เช่น Microsoft, Facebook, Google ซึ่งมีเป้าหมายให้นักเรียนทุกคนในทุกโรงเรียนมีโอกาสได้เรียนเขียนโปรแกรม เช่นเดียวกับที่เรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ Code.org จึงพัฒนาโครงการ Hour of Code ขึ้นมาเพื่อให้เด็กทั่วโลกได้ลองเข้าไปเรียนและฝึกเขียนโปรแกรมผ่านหน้าเว็บได้ฟรีที่ https://code.org/learn

Hour of Code ประกอบด้วย “เกม” ที่ฝึกให้เด็กเขียนโปรแกรมหลายสิบเกม เกมเหล่านี้เป็นเหมือนขนมที่ดึงดูดให้เด็กสนใจอยากลองเล่น โจทย์ของเกมแต่ละด่านมีเป้าหมายให้เด็กใช้ความคิดและจินตนาการในการป้อนคำสั่งอย่างมีตรรกะเพื่อให้ตัวละครในเกมบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนด เมื่อเด็กได้ฝึกฝนการเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐานในเกมเหล่านี้แล้ว เขาจะมีแรงบันดาลใจที่จะฝึกเขียนโปรแกรมที่ใช้พัฒนาเป็นซอฟต์แวร์ของจริง ไม่ว่าจะเป็นซอฟต์แวร์ที่อยู่ในรูปแบบแอพบนมือถือ ซอฟต์แวร์ในรูปของเว็บ หรือซอฟต์แวร์ที่ใช้ในองค์กรต่างๆ

ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุค 4.0 ที่ต้องการแรงงานภาคเทคโนโลยีจำนวนมาก ในยุค 1.0 คือยุคเกษตรกรรม เรามีแรงงานภาคการเกษตรมากมาย ทำให้ไทยเป็นประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรอันดับต้นๆ ของโลก ในยุค 2.0 ที่เป็นอุตสาหกรรมเบา และยุค 3.0 ที่พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมหนัก เราก็มีแรงงานภาคอุตสาหกรรมอยู่จำนวนมาก เราสามารถผลิตสินค้าส่งออกได้มากมาย แต่ปัจจุบันเรากำลังเผชิญหน้าความเสี่ยงที่น่ากลัว แรงงานของเราไม่ใช่แรงงานราคาถูกเหมือนสมัยก่อน ทำให้ภาคอุตสาหกรรมของเราสู้ราคาของจีนไม่ได้ ภาคเกษตรกรรมก็แข่งกับเวียดนามลำบาก อีกทั้งเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่กำลังเข้ามามีบทบาททั้งในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม จะมีแรงงานจำนวนมากที่ต้องตกงานในอีกสิบปีข้างหน้า

ประเทศไทยจะแข่งขันในยุค 4.0 ไม่ได้เลยถ้าเราไม่สามารถสร้างเทคโนโลยีของตัวเองได้ ลองสังเกตสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา iPhone, Android, Samsung, Google, Facebook, LINE, Windows สิ่งเหล่านี้เป็นเทคโนโลยีต่างชาติทั้งนั้น เราเป็นประเทศนำเข้าเทคโนโลยี แต่ผลิตเทคโนโลยีส่งออกไปขายได้น้อยมาก สาเหตุหนึ่งคือการขาดแคลนแรงงานผู้ผลิตเทคโนโลยีอย่างโปรแกรมเมอร์

ในแต่ละปี มหาวิทยาลัยต่างๆ ผลิตบัณฑิตในภาคเทคโนโลยีออกมาไม่น้อย แต่มีคนที่จบมาทำงานเป็นโปรแกรมเมอร์น้อยมาก โปรแกรมเมอร์ฝีมือดีก็มักจะถูกดึงดูดด้วยเงินเดือนสูงลิบของบริษัทต่างชาติ สำหรับโปรแกรมเมอร์บริษัทไทยทั่วๆ ไป ปัจจุบันเงินเดือนเริ่มต้นส่วนใหญ่ก็ไม่ต่ำกว่าสองหมื่นบาท และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตสูงขึ้นด้วยอัตราที่เร็วกว่าสายงานอื่นๆ

ในอีกสิบปีข้างหน้า จะมีหลายอาชีพที่มีความเสี่ยงตกงานสูง ครูอาจตกงานเพราะยุคนี้มีความรู้ให้เลือกเรียนบนอินเทอร์เน็ตมากมาย แต่โปรแกรมเมอร์ที่พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจะอยู่ได้ คนขับรถอาจตกงานเพราะมีรถขับเคลื่อนอัตโนมัติเข้ามาแทนที่ แต่โปรแกรมเมอร์ที่สร้างรถขับเคลื่อนอัตโนมัติจะอยู่ได้ พนักงานธนาคาร นักบัญชีอาจตกงาน แต่โปรแกรมเมอร์ที่พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการเงินจะอยู่ได้

ใครมีลูกอยู่ในวัยประถม ผมคิดว่าควรให้เขาได้ลองเขียนโปรแกรมบน Hour of Code ถ้าอยู่ในระดับมัธยมต้น ควรได้ลองเขียนโปรแกรมสร้างเป็นเว็บหรือแอพบนมือถือ อนาคตมีเส้นทางอาชีพการงานที่ดีรอเขาอยู่ครับ

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments