728 x 90

Security บนสมาร์ทโฟน สิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

img
โดย++ ปีเตอร์กวง -พีระพล ฉัตรอนันทเวช พิธีกรรายการล้ำหน้าโชว์ กูรูมือถือที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเทเลคอมโดยอาชีพมากว่า 23 ปี

โทรศัพท์สมาร์ทโฟนเป็นอุปกรณ์ประจำตัวของเราทุกคนในยุคนี้ ข้อมูลสำคัญส่วนบุคคล อีเมล์งาน อีเมล์ส่วนตัว หรือแม้แต่ Social network ที่เราเล่นอยู่กับเพื่อนๆ เป็นประจำอย่าง Line Facebook Instagram รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ของครอบครัวและเพื่อนๆ แม้แต่การจดบันทึกรหัสลับต่างๆ ที่หลายคนก็บันทึกไว้ในโทรศัพท์ทั้งสิ้น ทำให้วันนี้เราต้องพึงระวังความปลอดภัยของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนของเราให้มาก เพราะถ้าเกิดหาย หรือโดนขโมย นอกจากที่เรากังวลว่าจะถูกโจรเอาไปขายต่อเพื่อให้ได้เงินมาดั่งที่เขาต้องการแล้ว ข้อมูลส่วนบุคคลต่างๆ ที่อยู่ในเครื่องก็จะพลอยถูกขโมยไป โดยที่เราไม่คาดคิดว่าข้อมูลเหล่านั้นจะกลายเป็นประโยชน์กับโจรห้าร้อย แล้วกลายเป็นความพลาดและเกิดความเสียหายแก่เราอย่างใหญ่หลวง

ทุกวันนี้สมาร์ทโฟนต่างๆ ล้วนแล้วแต่ถูกพัฒนามาให้มีระบบป้องกันการเข้าถึงได้อย่างหลากหลาย โดยผู้ผลิตพยายามที่จะให้ผู้ใช้สั่งฟังก์ชันเหล่านั้นขึ้นมาทำงาน เพื่อให้ผู้ใช้ได้สบายใจว่าต้องผ่านระบบการรักษาความปลอดภัยเหล่านั้นก่อนที่จะเข้าถึงข้อมูลหรือสามารถควบคุมเครื่องของเราได้ เพราะถ้าเขาเข้าถึงเครื่องของเราได้ เขาก็แค่รีเซ็ตเครื่องให้กลายเป็นเหมือนเครื่องใหม่ เสร็จแล้วก็สามารถเอาเครื่องสมาร์ทโฟนนั้นไปขายต่อให้ผู้อื่น บางคนมองเป็นเรื่องยุ่งยาก เสียเวลาถ้าจะเรียกใช้เครื่องเร็วๆ ก็ไม่ต้องใส่รหัสปลดล็อคสิ กลายเป็นประมาทไม่สั่งงานระบบความปลอดภัยให้ทำงานอย่างที่ควรเป็น เครื่องหายก็พลาดที่จะแก้ไขใดๆ ได้แล้ว วันนี้ผมจึงอยากมาแนะนำถึงระบบการรักษาความปลอดภัยที่วันนี้มีอยู่บนสมาร์ทโฟนกันครับ


1. รหัสแบบ PIN
รหัส PIN ด้วยเลข 4 หลักเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนคุ้ยเคยกันมาก แม้แต่รหัสบัตร ATM ก็ใช้เลข 4 หลักด้วยเช่นกัน ถือว่าเป็นระบบรักษาความปลอดภัยแบบที่ธรรมดาที่สุด (ใส่รหัส 4 หลักก็ยังดีกว่าไม่ใส่เลย) แต่ปัจจุบันรหัสแบบ PIN 4 หลักนั้นถือว่าเป็นการเข้ารหัสที่ง่ายที่สุดและอ่อนที่สุดครับ เพราะบางครั้งการแอบมองผู้อื่นใช้รหัส 4 หลักนี้ แค่เหลือบตามอง เราก็พอรู้พอเดาได้ละว่าเขาใช้รหัสอะไรกัน ถึงแม้ว่าวันนี้สมาร์ทโฟนบางยี่ห้อจะหันมาใช้ PIN 6 หลักกันแล้วก็ตาม แนะนำให้เปลี่ยนรหัสอยู่เรื่อยๆ เพื่อป้องกันคนใกล้ตัวมาแอบดู --> มีอยู่กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ซื้อเครื่องใหม่มาทำได้เลยไม่ต้องรอ

2. รหัสแบบ Pattern
ที่เป็นจุดๆ 9 จุดด้วยกัน แล้วให้เราลากนิ้วผ่านจุดต่างๆ ตามที่เราต้องการตั้งเป็นรหัส แบบนี้ถือว่ายากกว่าแบบ PIN ขึ้นมาหน่อย เพราะถ้าต้องมาเดาการลาก Pattern แล้วย่อมทำได้ยากกว่ามาก ยกเว้นมีคนแอบมองดูคุณเวลาปลอดล็อคด้วย Pattern เขาก็อาจจะจำได้แล้วนำมาปลดล็อคเครื่องของคุณทีหลัง แนะนำให้เปลี่ยนรหัสอยู่เรื่อยๆ เช่นกัน --> มีอยู่กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ทำได้เลยเช่นกัน

3. ระบบการสแกนลายนิ้วมือ (Finger Print Scan)
แบบนี้เป็นลักษณะการใช้อัตลักษณ์บุคคล หรือเรียกกันว่า Biometric ลายนิ้วมือของบุคคลนั้นไม่มีทางเหมือนกันได้ (ยกเว้นไปลอกเลียนแบบออกมาจากการพิมพ์นิ้วมือของบุคคลอื่น ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งคนทั่วๆ ไปทำไม่ได้) ทำให้วันนี้อะไรที่เป็นความสำคัญต้องมีการพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อเป็นหลักฐานในการยืนยันตัวบุคคล การนำเอาการสแกนลายนิ้วมือมาใช้กับสมาร์ทโฟนเกิดขึ้นครั้งแรกในโลกในปี 2007 โดยบริษัท Toshiba ได้พัฒนา Windows Mobile Phone รุ่น G500 โดยใช้การสแกนลายนิ้วมือเพื่อทำการปลดล็อคเครื่อง มาจนวันนี้การทำ Fingerprint Scan บนสมาร์ทโฟนได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายและนำมาใช้กันทั้งรูปแบบการปลดล็อคเครื่อง ปลดล็อคการเข้าแอพฯ หรือแม้แต่การใช้เป็นรหัสผ่านสำหรับการทำ Mobile Banking, Mobile Payment อย่าง Apple Pay, Samsung Pay, Android Pay เป็นต้น ทำให้มีการนำเอา Fingerprint scan มาใช้ในโทรศัพท์อย่าง iPhone, Android Smartphone กันอย่างแพร่หลาย วันนี้สมาร์ทโฟนที่ราคาต่ำสุดที่ทำได้ก็อยู่ที่หลัก 5,000+ เท่านั้นเอง  --> มีอยู่ในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่จะมีราคา 5,000 บาทขึ้นไป ซื้อเครื่องมาใหม่ก็อย่าลืมสแกนนิ้วล็อคเครื่องกันเลยนะ

4. ระบบการจดจำใบหน้า (Face Detection)
เป็นหลักการเดียวกับที่ใช้กันบนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยทาง Google ได้ทำระบบการจดจำใบหน้ามาใช้บน Android ก่อนใครในปี 2012 (Android 4.1 Jelly bean) ปัจจุบันมีเพียงไม่กี่ยี่ห้อที่หันมาใช้ระบบนี้ เพราะว่าการปลดล็อคไม่ยากอย่างที่คิด บางครั้งเราหลอกเครื่องด้วยการนำเอารูปหน้าตรงของเจ้าเครื่องมาให้เครื่องอ่าน ก็อาจปลดล็อคได้แล้ว

5. ระบบการสแกนม่านตา (Iris Scan)
เป็นระบบที่มีความซับซ้อนและล้ำสมัยที่สุด เพราะม่านตาของแต่ละบุคคลไม่สามารถเหมือนกันได้ แม้แต่คนที่เป็นฝาแฝดก็ยังไม่เหมือนกัน ม่านตาของคนนั้นไม่สามารถปลอมแปลงได้ และจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยตลอดชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง นับตั้งแต่อายุครบ 18 ปีเป็นต้นไปจนแก่เฒ่า ปัจจุบันได้มีการนำมาใช้แล้วกับสมาร์ทโฟน โดยครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นในปี 2015 โดย Fujitsu ได้พัฒนาสมาร์ทโฟนให้ทาง NTT Docomo ขึ้นมาในชื่อรุ่น Arrow NX F-04G หลังจากนั้นทาง Samsung Galaxy Note 7 และ Microsoft Lumia 950 XL ในปี 2016 ก็เริ่มนำมาใช้เช่นกัน ล่าสุดก็มี Samsung Galaxy S8, S8+ เป็นรุ่นในปี 2017 เชื่อว่าระบบการสแกนม่านตาถือว่าเป็นระบบการความปลอดภัยที่ดีที่สุดในตอนนี้ กล้องที่ใช้สแกนจะเป็นกล้องหน้าของเครื่อง ถ้าซื้อเครื่องที่รองรับมาใช้ก็อย่าลืมนะครับ สั่งใช้งานได้เลยเพื่อความปลอดภัยของสมาร์ทโฟนของคุณ

ปิดท้ายนี้อยากให้ผู้อ่านทุกท่าน คำนึงความปลอดภัยในข้อมูลส่วนตัวของสมาร์ทโฟนที่ท่านใช้อยู่ พึงนึกอยู่เสมอว่าเราได้ตั้งรหัสให้เครื่องของเราดีพอหรือยัง เพื่ออย่างน้อยก็ไม่ให้คนอื่นมาขโมยข้อมูลหรือทรัพย์สินของเราได้ เพราะวันนี้เราอยู่ในยุคดิจิตอล ยุคโซเชียลเนตเวิร์ค ที่โลกหมุนเร็วกว่าที่เราคิดมากครับ

[English]

Security Features on Smartphones
Smartphones are personal gadgets in which we keep personal and sometimes confidential information. If they are stolen, without any security system to protect the data, the data might be used against its owner. Some people feel that having to unlock a security function every time before using the phone is inconvenient, but I would say it’s worth it. According to current technology, there are 5 types of security features on smart phones.
1. The 4-digit Personal Identification Number or PIN
2. Pattern Lock
3. Fingerprint Recognition
4. Face Recognition
5. Iris  Recognition

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments