728 x 90

ประติมากรรมแห่งความจงรักภักดี

img

นับแต่นี้อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานพระราชพิธีที่สำคัญยิ่งของคนไทยทั้งชาติ แม้จะเป็นวันที่หัวใจต้องสลาย น้ำตาหลั่งรินเพียงใด แต่สำหรับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งอาจเรียกได้ว่ารวบรวมยอดช่างฝีมือของแผ่นดินไว้ทั้งหมด ต่างระดมความรู้และความสามารถซึ่งรับการถ่ายทอดต่อกัน มาสรรค์สร้างเพื่อให้งานพระราชพิธีครั้งนี้ออกมาอย่างสมพระเกียรติที่สุด

เทวาผู้ปราบทุกข์เข็ญ ประติมากรรมแห่งความจงรักภักดี
แนวคิดการออกแบบพระเมรุมาศ ใช้หลักตามคติไตรภูมิ และคติความเชื่อเรื่องพระมหากษัตริย์เปรียบเสมือนสมมติเทพ ฉะนั้นพระเมรุมาศจึงเปรียบดั่งเขาพระสุเมรุ อันเป็นที่สถิตของพระอินทร์ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ และบริเวณโดยรอบพระเมรุมาศจะประดับประดาด้วยประติมากรรมเทวดา รวมทั้งสัตว์หิมพานต์ จำลองภาพให้งดงามประดุจดั่งสรวงสวรรค์ อีกทั้งช่วยขับเน้นความวิจิตรของพระเมรุมาศให้สง่างามสมพระเกียรติที่สุด ตามโบราณราชประเพณีที่สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

สำหรับในส่วนงานประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศครั้งนี้ ผู้รับผิดชอบคือสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร มีการออกแบบให้มีลักษณะด้วยรูปแบบเฉพาะด้วยศิลปะในรัชกาลที่ 9 ซึ่งได้ยึดตามแก่นของศิลปะไทยดั้งเดิมไว้ ผสมผสานลีลาเฉพาะตัวของช่างฝีมือลงไปด้วย ซึ่งหากสังเกตจะพบว่าประติมากรรมมหาเทพและเทวดามีสัดส่วนรูปร่างและหน้าตาคล้ายมนุษย์ยุคปัจจุบันจริงๆ

โดยขั้นตอนงานประติมากรรมที่ประดับโดยรอบพระเมรุมาศ จะมีการขึ้นรูปด้วยการถอดพิมพ์ต้นแบบและหล่อเรซิน และตกแต่งด้วยการเขียนสี
เทวาผู้ปราบทุกข์เข็ญ ประติมากรรมแห่งความจงรักภักดี

เทวาผู้ปราบทุกข์เข็ญ ประติมากรรมแห่งความจงรักภักดี

เทวาผู้ปราบทุกข์เข็ญ ประติมากรรมแห่งความจงรักภักดี
คุณวิเชียร แซ่ไช่ จิตรกรหนุ่ม คือหนึ่งในช่างชำนาญของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ที่มาร่วมมือสร้างสรรค์ผลงานกว่า 150 คน รวมทั้งจิตอาสากว่า 200 คน ซึ่งเขารับผิดชอบในส่วนการเขียนสีประติมากรรมพระนารายณ์ เทวาผู้อวตารมาบนโลกมนุษย์เพื่อปราบยุคเข็ญ โดยเป็นหนึ่งในมหาเทพทั้ง 4 องค์ ซึ่งติดตั้งบนฐานชาลาชั้นที่ 3 รอบพระเมรุมาศทั้ง  4 ทิศ ได้แก่ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ คือ พระอิศวร (พระศิวะ) ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คือ พระอินทร์ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ คือ พระพรหม และทิศตะวันตกเฉียงใต้ คือ พระนารายณ์ โดยเป็นการเปรียบดั่งเสด็จลงมาเพื่อรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสู่สรวงสวรรค์ 

จิตรกรหนุ่มผู้เขียนสีพระนารายณ์ เล่าถึงขั้นตอนการเขียนสีตลอดกว่า 1 เดือนให้ฟังว่า ตนเป็นจิตรกรเพียงไม่กี่คนที่สามารถลงสีน้ำมันได้ เพราะผิวกายของพระนารายณ์มีการลงสีด้วยสีน้ำมันในโทนสีม่วง โดยก่อนหน้าก็มีการวางแผนกันพอสมควรว่าจะลงสีกันอย่างไร เพราะสีม่วงก็มีหลายเฉด อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจึงดูได้ไปตำราสี อีกอย่างยังได้ปรึกษากันว่า ต้องการให้ประติมากรรมประกอบพระเมรุมาศออกมาเป็นงานปั้น ไม่ใช่งานเพ้นท์เหมือนตุ๊กตา หากทาสีเรียบๆ จะทำให้ไม่มีมิติ ซึ่งทำให้ต้องมีดูว่าช่างปั้นประติมากรรมไว้อย่างไร เพื่อที่จะได้ขับเน้นให้ประติมากรรมมีความงดงามที่สุด

“ตอนแรกผมก็กดดันอยู่พอสมควร เพราะเป็นงานที่สำคัญมากสำหรับผม ซึ่งเราเป็นพนักงานราชการกรมศิลปากรก็ถือว่ามีหน้าที่โดยตรง แต่ศิลปินจิตอาสาบางคน ถึงเขาไม่ได้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง แต่ก็มีความตั้งใจที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่ง ขอให้ได้แต้มสีนิดหน่อยก็นับว่าเป็นบุญกุศลของเขาแล้ว ซึ่งตัวผมต่อให้ตัดเรื่องหน้าที่ออกไป ได้เป็นส่วนหนึ่งครั้งนี้ก็รู้สึกเป็นเกียรติอันสูงสุดของชีวิต”

วิเชียร แซ่ไช่
พนักงานราชการกรมศิลปากร
กลุ่มจิตรกรรม สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments