728 x 90

ภาพทรงงานสุดแสนวิจิตร

img

ในบริเวณพระเมรุมาศมีอาคารประกอบที่สำคัญ คือ พระที่นั่งทรงธรรม ซึ่งเป็นที่ประทับและบำเพ็ญพระราชกุศลในการพระราชพิธีของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยมีการจัดสร้างด้วยความวิจิตรงดงาม ภายในประดับประดาด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งในงานพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีการถ่ายทอดออกมาเป็นภาพเขียนการทรงงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั่วทั้งประเทศ ออกแบบโดยคุณมณเฑียร ชูเสือหึง และเขียนโดยช่างผู้ชำนาญฝีมือที่เป็นข้าราชการ อาจารย์นักศึกษา ศิษย์เก่าจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีรัตนโกสินทร์ (วิทยาลัยเพาะช่าง) และวิทยาลัยช่างศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ รวมทั้งศิลปินจิตอาสา มาร่วมกันระดมฝีมือสร้างสรรภาพเขียนกว่า 200 ชีวิต เป็นระยะเวลากว่า 3 เดือน

จิตรกรรมฝาผนังในพระที่นั่งทรงธรรม มีทั้งหมด 3  ส่วน ส่วนตรงกลาง มีขนาดความกว้าง 14.60 เมตร สูง 8 เมตร นำเสนอภาพโครงการในพระราชดำริในพื้นที่กรุงเทพฯ และพระตำหนักสวนจิตรลดารโหฐาน ส่วนภาพทิศใต้และทิศเหนือ มีขนาดกว้าง 11.60 เมตร สูง 7 เมตร แสดงโครงการในพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน และกลาง-ใต้ รวมทั้งสิ้น 46 โครงการ โดยมีลักษณะสำคัญคือ เขียนตามแบบจิตรกรรมไทยโบราณ คล้ายภาพจิตรกรรมฝาผนังตามวัดวาอาราม ผสมผสานรูปแบบศิลปะในรัชกาลที่ 9 ที่มีองค์ประกอบของมิติ รายละเอียดเหมือนจริง

อาจารย์บุญพาด ฆังคะมะโน ผู้ควบคุมดูแลการเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเขตในพื้นที่ภาคกลางและใต้ ซึ่งอยู่ด้านทิศเหนือของพระที่นั่งทรงธรรม ได้อธิบายเรื่องราวว่า เป็นการทรงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ โดยจัดวางองค์ประกอบเหตุการณ์ให้เชื่อมโยงเป็นเรื่องราวเดียวกัน อีกทั้งจะมีบุคคลอ้างอิงที่นำมาจากรูปถ่าย สร้างความชัดเจนด้วยการใส่ป้ายชื่อแต่ละโครงการ และได้มีการกำหนดมุมมองเป็นแบบเบิร์ด อาย วิว ซึ่งผู้เขียนภาพต้องใช้ทั้งความเข้าใจของต้นฉบับ ความสามารถของตนมากเป็นอย่างยิ่ง

ความพิเศษของการทำงานครั้งนี้คือ ผู้เขียนมีความหลากหลาย ทั้งความคิดและฝีมือ ซึ่งด้วยพระบารมีของพระองค์ ทุกคนจึงมีความมุ่งมั่นทำงานถวาย โดยสามารถปรับรูปแบบการเขียนภาพให้สอดคล้องกันได้ ภาพทั้ง 3 ส่วนจึงเสมือนว่าเขียนด้วยคนคนเดียว 

“อีกอย่างที่น่าทึ่งมากคือ จิตรกรรมทั้ง 3 ภาพเชื่อมโยงกันโดยที่ไม่มีความแตกต่าง สอดคล้องกับแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ว่าทุกคนมีความแตกต่าง แต่เมื่อมีเป้าหมายเดียวกัน ก็สามารถปรับตัว และทำงานร่วมกันได้ ซึ่งผมคิดว่าเมื่อมีความแตกต่างก็เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการที่จะระดมความคิด ระดมสมอง โดยหากเรายอมรับในกติกาซึ่งกันและกันแล้ว ก็เดินไปสู่เป้าหมายได้อย่างลุล่วง”

อ.บุญพาด ฆังคะมะโน
อาจารย์วิทยาลัยช่างศิลป์ 
สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments