728 x 90

มหรสพสมโภชออกพระเมรุ

img

การถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นพระราชพิธีใหญ่ ซึ่งมีมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุ เป็นแบบแผนมาแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้ประชาชนได้ชมและถือว่าเป็นงานออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน 

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มีการจัดมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 1 ในงานออกพระเมรุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก ครั้นถึงรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ได้มีการงดการแสดง ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 9 มีการรื้อฟื้น ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เมื่อ พ.ศ. 2539

สำหรับการแสดงมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้มีการแสดงบริเวณด้านทิศเหนือของสนามหลวง 3 เวที ประกอบด้วย เวที 1 การแสดงหนังใหญ่เบิกหน้าพระ และโขน เรื่องรามเกียรติ์ เวที 2 การแสดงละคร หุ่นหลวง และหุ่นกระบอก ซึ่งมีการแสดงสำคัญคือเรื่องพระมหาชนก และเวที 3 การบรรเลงดนตรีสากล "ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า" บรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 และการแสดงบัลเล่ต์เรื่องมโนห์รา โดยกำหนดเริ่มแสดง 18.00 น. จนถึงเวลา 06.00 น. ของวันรุ่งขึ้น

อีกส่วนเป็นการแสดงหน้าพระที่นั่งทรงธรรม (หน้าพระเมรุมาศ) ที่เรียกกันว่าโขนหน้าไฟ ในครั้งนี้กำหนดจัดการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ และการแสดงรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ มีความสำคัญและมีจุดที่น่าสนใจคือ เป็นการแสดงที่รัชกาลที่ 9 มีพระมหากรุณาธิคุณ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สำนักการสังคีต กรมศิลปากรจัดแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุดยกรบ เนื่องในงานต้อนรับพระราชอาคันตุกะอยู่เสมอ ซึ่งใช้นาฏศิลปิน จากสำนักการสังคีต และวิทยาลัยนาฏศิลป์รวมถึงผู้พากย์ ผู้บรรเลง ขับร้อง และผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องรวมกว่า 360 คน 
การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ

การแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ ชุดพระรามข้ามสมุทร-ยกรบ
ดร.ธีรเดช กลิ่นจันทร์ พระเอกประจำโรงละครแห่งชาติ (นาฏศิลปินอาวุโส สำนักการสังคีต กรมศิลปากร) ผู้รับบทพระรามในการแสดงโขนหน้าไฟครั้งนี้ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมว่า ระยะเริ่มต้นตนได้ดูแลสุขภาพร่างกาย แล้วนำบทมาทำความเข้าใจ อีกทั้งโดยหน้าที่ทำให้ได้ฝึกซ้อมอยู่ตลอด รวมถึงมีการอัดบันทึกเทปตัวอย่างส่งให้วิทยาลัยนาฏศิลป์นำไปฝึกซ้อม หลังจากนั้นมีการซักซ้อมความเข้าใจ ปรับกระบวนท่าร่วมกัน 

“การแสดงครั้งนี้มีความสำคัญมากสำหรับชีวิตการเป็นข้าราชการ ที่รับหน้าที่ในการรักษาศิลปวัฒนธรรม โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงใส่พระราชหฤทัย และทรงมีพระราชวินิจฉัยเกี่ยวกับงานด้านนาฏศิลป์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้เราซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อวิชาชีพศิลปิน เมื่อพระองค์จากไป เราก็ตั้งใจที่จะศึกษางานด้านนี้ต่อไป และทำสืบสานต่ออย่างสุดความสามารถ”

ส่วนการแสดงชุดรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 ซึ่งได้ประพันธ์ขึ้นใหม่ในทำนองเพลงระบำอู่ทอง โดยนายเกษม ทองอร่าม และประดิษฐ์ท่ารำใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์ไทย จากสำนักสังคีต และวิทยาลัยนาฏศิลป์ ใช้ผู้แสดงเป็นพระอินทร์ และเทวดา-นางฟ้า 44 คู่ ทั้งหมด 89 คน 
การแสดงชุดรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9

การแสดงชุดรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพื่อเทิดพระเกียรติ และรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9
นายปรัชญา ชัยเทศ นาฏศิลปินผู้แสดงบทพระอินทร์ (นาฏศิลปินชำนาญงาน สำนักงานสังคีต กรมศิลปากร) ได้บอกเล่าความสำคัญของการแสดงชุดนี้ว่า เป็นการแสดงในพระเมรุมาศ ก่อนถวายเพลิงพระบรมศพ โดยเป็นบทประพันธ์เทิดพระเกียรติของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีปรัชญาและพระราชกรณียะกิจนานัปการ เพื่อให้พสกนิกของพระองค์อยู่อย่างสงบร่มเย็น 

“ผมมีโอกาสได้ทำการแสดงมาหลายบทบาท อย่างการแสดงโขน ก็รับบทเป็นพระอินทร์ พระอิศวร แสดงในโรงละครแห่งชาติ กระทั่งซิดนีย์โอเปร่า ซึ่งเป็นความภูมิใจในฐานะผู้เผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้ผู้อื่นได้ชม แต่ในงานพระราชพิธีครั้งนี้ เป็นการแสดงต่อหน้าพระพักตร์ และส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งสุดท้าย ซึ่งเป็นเกียรติอันสูงสุดแล้ว”

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments