728 x 90

ก้าวสู่ตลาดนัดจตุจักร 4.0

img

Thailand 4.0 เป็นโมเดลพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยการขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมเพื่อให้เกิดศักยภาพที่สูงขึ้น และสะดวกปลอดภัยขึ้นตามไปด้วย และถึงคราวที่ “ตลาดนัดจตุจักร” หรือที่เรียกกันติดปากขาชอปทั้งไทยเทศว่า “เจเจมาร์เก็ต” จะปรับตัวก้าวสู่การเป็น “ตลาดนัดจตุจักร ยุค 4.0”

เปิดฟรี Wi-Fi ในพื้นที่ตลาดจตุจักร 
การพลิกโฉมตลาดนัดจตุจักร เพื่อก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว เริ่มต้นตั้งแต่การเปิดให้บริการ ฟรี Wi-Fi ตามโครงการ “ตลาดนัดจตุจักร เสริมสร้างประชารัฐ และประเทศไทย 4.0” โดย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เจ้าของพื้นที่และผู้บริหารจัดการตลาดในปัจจุบัน ร่วมกับ บริษัท ออนไลเนอร์ จำกัด เปิดให้บริการโครงข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Wi-Fi) ในพื้นที่ตลาดนัดจตุจักรฟรี สำหรับประชาชน และนักท่องเที่ยว สามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เข้าใช้งานได้ง่ายเพียงลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชนเลขหนังสือ เดินทาง หรือใช้บัญชีออนไลน์ เช่น Facebook ก็เข้าใช้งานได้ทันที ซึ่งได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา 

สร้างแอพอำนวยความสะดวกผู้ค้า-นักชอป 
เพื่อการก้าวสู่ “ตลาดนัดจตุจักร 4.0” อย่างเต็มที่ การรถไฟฯ ยังร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ยกระดับการค้าขายในตลาดนัดจตุจักร เข้าสู่รูปแบบการค้าออนไลน์ โดยมี บริษัท ดิจิทัล เวนเจอร์ส จำกัด บริษัทในเครือ SCB เป็นผู้ทำหน้าที่พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยจัดทำแอพพลิเคชั่นเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยว ให้เข้าถึงร้านค้าต่างๆ ภายในตลาดได้ง่ายขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ พร้อมพลิกโฉมร้านค้าในตลาดจตุจักรให้ทันสมัย เปิดโอกาสให้ผู้ค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นต้นแบบให้การพัฒนาตลาดอื่นๆ ได้ต่อไป 

แพลตฟอร์มสำคัญ ที่พัฒนาเพื่อยกระดับตลาดจตุจักรสู่โลกการค้าดิจิทัล ประกอบด้วย แอพพลิเคชั่น ชื่อ Merchant  mPOS (Point of Sale) สำหรับร้านค้าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ค้า ในการจัดการร้านค้า การบริหารสินค้า ตรวจสอบสต๊อกสินค้า ตรวจสอบยอดการขายรายวัน ทำให้บริหารจัดการต้นทุนและจำนวนสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสะดวกต่อการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล 

แอพพลิเคชั่นตัวที่ 2 คือ Chatuchak Guide แอพฯ สำหรับลูกค้า ที่เป็นตัวช่วยสำคัญทำให้ลูกค้าไม่เดินหลงทิศ ไปผิดทาง หาร้านค้าไม่เจออีกต่อไป ด้วยเทคโนโลยี Geomagnetic  จะทำให้ลูกค้าใช้งานแอพได้ทั้งเพื่อดูประเภทสินค้าและร้านค้าที่มีอยู่ในตลาดนัดจตุจักร สามารถค้นหาและเดินหาร้านค้าได้ด้วยแผนที่อัจฉริยะ ตรวจสอบราคาสินค้า ติดตามความเคลื่อนไหวของร้านค้าต่างๆ ได้ โดยรองรับ 3 ภาษาคือ ไทย จีน และอังกฤษ 

ใช้ QR Code ชอปสะดวก ไม่ต้องใช้เงินสด 
นอกจากนั้น SCB ได้นำระบบ “การชำระเงินด้วย QR Code” มาเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ค้าภายในตลาดนัดจตุจักร รวมถึงลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาใช้บริการ เพื่อให้ง่ายต่อการจับจ่ายใช้สอย โดยขณะนี้มีร้านค้าที่รับชำระค่าสินค้าด้วย QR Code โดยเปิดกว้างให้ทุกร้านค้าเข้าร่วมโครงการได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้า SCB เท่านั้น ส่วนลูกค้าและนักท่องเที่ยวก็สามารถจะจ่ายเงินจากบัญชีของธนาคารใดก็ได้ โดย SCB ทำ  QR Code  ที่เป็นมาตรฐานกลางตามนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย จึงรองรับได้อย่างเปิดกว้าง อย่างไรก็ดี ในส่วนของร้านค้าที่เป็นลูกค้า SCB ที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงลูกค้าและนักท่องเที่ยวจะมีสิทธิพิเศษต่างๆ จาก SCB หมุนเวียนออกมาเพื่อจูงใจให้ร่วมก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด 

ขณะนี้มีร้านค้าที่เข้าร่วมแล้วกว่า 2,000 ร้านค้า แม้จะยังมีร้านค้าที่ไม่เข้าใจระบบ และคิดว่าจะทำให้ยุ่งยากในการใช้งานอยู่บ้าง แต่การรถไฟฯ และ SCB จะเร่งทำความเข้าใจ และเชื่อว่าร้านค้าจะทยอยเข้าร่วมโครงการจนครบในเร็วๆ นี้ และนอกจากจะชําระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผ่าน PromptPay ได้แล้ว SCB จะไปพัฒนาเพิ่มเพื่อรองรับ WeChat Pay  Alipay และอื่นๆ ด้วย 

สำหรับงบประมาณที่ SCB ใช้ในการร่วมพัฒนา “ตลาดนัดจตุจักร 4.0” คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท ทั้งที่ใช้ในการพัฒนาแอพฯประมาณ 100 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการถ่ายรูปร้านค้าและสินค้าเพื่อโหลดเข้าสู่แอพ Chatuchak Guide  ประมาณ 100,000 บาท/ร้านค้า การทำซุ้มประตูทางเข้าบริเวณประตูทางเข้าออกที่  1 

ในปีหน้าก็จะมีการขยายผลต่อโดยเปลี่ยนสำนักสาขาบริการของ SCB ในตลาดนัดจตุจักรให้เป็นศูนย์พัฒนาธุรกิจเพื่อส่งเสริมผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักรให้ก้าวเข้าสู่ระบบ  E-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นอาคาร 8 ชั้น มีชั้นบริการสอนการทำธุรกิจ ชั้นแสดงสินค้าของร้านค้าภายในตลาดนัดจตุจักร และมีจุดชมวิวเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปถ่ายรูป คาดว่าจะเปิดให้บริการต้นปี 2561 
จตุจักร infographic
เร่งปรับภูมิทัศน์ตลาดจตุจักรใหม่ 
และเพื่อตอกย้ำความโดดเด่นของตลาดจตุจักร การรถไฟฯ ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในตลาดจตุจักรชุดใหญ่ เพื่อยกระดับให้เป็นแลนด์มาร์กด้านการท่องเที่ยวและมีความทันสมัยมากขึ้น ไล่ตั้งแต่ การเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษ จาก JatuJak เป็น Chatuchak และจะใช้อย่างเป็นทางการ ทำป้ายบอกทิศทาง และป้ายเข้าประตูย่อยทุกประตูใหม่    ปรับภูมิทัศน์บริเวณหอนาฬิกา โดยจัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ นำล้อเหล็กของรถไฟมาทำเก้าอี้ ติดตั้งป้ายตลาดนัดจตุจักร เมื่อถ่ายรูปจะมองเห็นทั้งป้ายตลาดนัดจตุจักรและหอนาฬิกาและทยอยปรับภูมิทัศน์ประตูทางเข้าออก นอกจากนี้ยังทำความเข้าใจกับผู้ค้าห้ามวางสิ่งของล้ำพื้นที่สาธารณะ เพื่อความเป็นระเบียบและลดอุปสรรคต่อการจราจร  รวมถึง ซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่ชำรุด เช่น หลังคาชำรุด ท่อประปาแตก หลังคากันสาดโดยรอบ ระบบไฟฟ้าเปลี่ยนเป็นหลอด  LED ปรับแต่งต้นไม้รอบตลาด ทาสีรั้วใหม่ ติดตั้งวงจรปิดเพิ่มอีก 65 ตัว ประมาณ 10 ล้าน เพื่อความปลอดภัย และกำลังติดตั้งเต็นท์ให้บริการจอดรถจักรยานยนต์ และศูนย์อาหาร คาดว่าจะเสร็จช่วงเดือน พ.ย. นี้ โดยมีบริษัทเอกชนสนับสนุน 

นับเป็นอีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลง ที่นอกจากจะส่งเสริมภาพลักษณ์ของตลาดนัดจตุจักร ให้เป็น “ตลาดนัดจตุจักร 4.0” ยังเป็นการตอบสนองโมเดลพัฒนาประเทศ “ไทยแลนด์ 4.0” ของรัฐบาล ที่เน้นการมีส่วนร่วมจากภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ประชาชน รวมถึงส่งเสริมธุรกิจ SMEs เพื่อขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีคุณภาพ ไร้ขีดจำกัด ที่สำคัญยังเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดีด้วย 


ผศ. ดร. ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน ประธานกรรมการบริหารพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
“นี่เป็นการพัฒนาตลาดนัดตุจักรแบบก้าวกระโดด นอกจากจะปรับภูมิทัศน์ ทำโลโก้ของ ตัวเอง ซ่อมแซมเรื่องของพื้นที่ ร้านค้า ประตูเสีย หลังคารั่ว ต้นไม้ ห้องน้ำ ทำซุ้มประตูใหม่ ยังเป็นการปรับตัวก้าวเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล ซึ่งในตลาดมีผู้ประกอบการ SMEs และร้านค้าโอท็อป มากมาย จึงคิดช่องทางให้ผู้ค้าได้โปรโมทสินค้าไทย เท่ากับเราเอาสินค้าแบกับดินขึ้นกลางอากาศ ขึ้นออนไลน์ให้ทั่วโลกได้เห็น เป็นการสร้างรายได้เพิ่มให้ผู้ค้า และทำแอพให้ลูกค้าได้ดูก่อนที่จะถึงตลาด แก้ปัญหาเรื่องหาร้านค้าไม่เจอ ไม่ต้องพกเงินสดและที่นี่จะเป็นทั้งแลนด์มาร์กใหม่ เป็นตลาดยุคดิจิทัลที่จะพัฒนาไม่มีสิ้นสุด ขณะเดียวกันก็ยังคงเสน่ห์ของตลาดแบบเดิมไว้” 
ผศ. ดร. ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน ประธานกรรมการบริหารพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

คุณพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุดลูกค้า SMEs ธนาคารไทยพาณิชย์ 
“SCB ลงทุนโดยไม่ได้มองที่ผลกำไร ที่ทำเพราะเราอยากได้เงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไทยพาณิชย์ ซึ่งแค่ช่วง 6 สัปดาห์แรกที่เริ่ม มีเงินเข้าระบบ 15-20 ล้านบาท/วัน จากเพียง 400-500 ร้านค้า และยังเป็นการดูแลลูกค้า SMEs ด้วย คือเรา  เปลี่ยนวิธีทำ วิธีคิด จากแบบเดิมที่ปล่อยกู้แล้วตามหนี้ มาช่วยผู้ค้าทำมาหากิน โดยเรานำเครื่องมือนำอุปกรณ์มาให้ ช่วยปรับพื้นฐานการทำการค้าออนไลน์ ช่วยให้เขาทำการค้าและมีรายได้ดีขึ้น ถ้าที่ตลาดจตุจักรสำเร็จ ก็จะขยายไปสู่ตลาดอื่น เช่น ตลาดไท ตลาดสามย่าน ตลาดมีนบุรี รวมถึงห้างสรรพสินค้า เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SME และส่งเสริมการเดินหน้าสู่สังคมไร้เงินสดตามโนบายรัฐบาล”  
ผศ. ดร. ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารโครงการพัฒนาที่ดิน ประธานกรรมการบริหารพื้นที่ตลาดนัดจตุจักร การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)

คุณเฑียนมณี งามทรัพย์ทวี ผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักร
“ระบบ QR Code ดีมาก นอกจากจะทำให้ซื้อขายได้สะดวกขึ้นแล้วยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องมิจฉาชีพได้ด้วย เพราะก่อนหน้านี้มีกลุ่มมิจฉาชีพ เข้ามาทำตัวเป็นลูกค้า มีคนหนึ่งมาหยิบสินค้าและทำท่าจะจ่ายเงิน แต่ไม่จ่ายรีบดึงเงินไป และในเวลาเดียวกันก็มีอีกคนมาชวนพนักงานคุยเรื่องสินค้าเพื่อดึงความสนใจ ทำให้พนักงานสับสนว่ารับเงินมาแล้ว จะเร่งทอนเงินให้ทั้งที่ยังไม่ได้รับเงิน การใช้ QR Code จะช่วยลดปัญหานี้ได้ และไม่ต้องกังวลว่าจะเจอกับแบงค์ปลอมที่มิจฉาชีพนำมาหลอกซื้อของ ลูกค้าเองก็ไม่ต้องพกเงินสดเป็นจำนวนมาก ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนล้วงกระเป๋า ไม่ต้องเสียเวลารอเงินทอน ทำให้สะดวกกันมากขึ้น ลูกค้าก็ถามหา QR Code มากขึ้นด้วย” 

คุณประไพ รังสิพานิช  ผู้ค้าในตลาดนัดจตุจักร 
“เวลามีลูกค้ามาถามทาง หรือถามหาห้องน้ำก็จะแนะนำให้โหลด Chatuchak Guide  ใช้ดูข้อมูลได้ ส่วนการใช้งาน QR Code ก็ดี ใช้งานง่าย สะดวกทั้งกับผู้ค้าและผู้ซื้อ ไม่ต้องกังวลเรื่องการทอนเงินในช่วงที่มีลูกค้าเยอะ ไม่ต้องกังวลว่าพนักงานในร้านจะทอนเงินพลาด ทำให้เจ้าของร้านทำงานได้สะดวกไม่ต้องอยู่ร้านประจำตลอด ลูกค้าเองก็สะดวก ไม่ต้องพกเงินเยอะ ไม่ต้องเดินหาตู้ ATM แล้วหาร้านไม่เจออีก ตอนนี้ลูกค้าก็เริ่มจ่ายเงินผ่าน QR Code มากขึ้น ที่มีมาใช้บริการจะเป็น กลุ่มวัยทำงาน ช่วง 25-40 ปีที่ใช้แล้วถูกใจ แล้วยังมีส่วนลดและโปรโมชั่นจากธนาคารทำให้จูงใจได้มากขึ้น แต่ก็อยากให้เพิ่มช่องทางเช่น WeChat Pay Alipay เพิ่มด้วย เพราะลูกค้าต่างชาติจะสะดวกกว่า” 

[English]
Bangkok’s Chatuchak Market to Go Online along Thailand 4.0 Policy

To correspond with the government’s Thailand 4.0 policy, Bangkok’s weekend Chatuchak market has started a major change lately to become the Chatuchak Market 4.0.

As a start, the State Railway of Thailand (SRT), which owns and manages the weekend market, has joined Online Company Limited in offering free WiFi service for everyone through the registration of their ID or passport number to log on internet around the clock since July 1.

The SRT also collaborated with Siam Commercial Bank PCL (SCB) to introduce digital platforms to give a more modern impression of the decades-old market while allowing all merchants to do more business and paving the way for other markets to adopt technology in a near future.

Two important innovations to upgrade Chatuchak market to catch up with the digital trend include the Merchant mPOS (Point of Sale) application, which has been developed to help shops efficiently manage their stocks and daily sales and to enable them to receive digital payment, and the Chatuchak Guide application, which accommodates Thai, Chinese and English languages, for shoppers and tourists to navigate themselves through the market with help from the geomagnetic technology.

Moreover, SCB has introduced the QR Code payment system, which have been adopted by over 2,000 shops in Chatuchak market while the SRT is working on inviting more to join.  The bank also continues working on its system to accommodate other digital payment options, such as PromptPay, WeChat Pay and Alipay.

In addition, the SRT has also planned an overhaul of the landscape and infrastructure of this popular market, which is expected to be complete in November.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments