728 x 90

ขับช้าอีกหน่อย ชีวิตจะปลอดภัย

img

จากสถิติอุบัติเหตุบนทางหลวงของประเทศไทยระหว่างปี 2544-2556 พบว่าการขับขี่ด้วยความเร็วที่ไม่เหมาะสมเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุถึง 77% ของอุบัติเหตุบนทางหลวงทั้งหมด เพียงแค่ปี 2544 มีผู้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจากการขับขี่ด้วยความเร็วที่ไม่เหมาะสมเกือบ 8,300 คน หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางหลวงทั้งหมดในปีนั้น 
พื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่เกิดอุบัติเหตุ
กรุงเทพมหานคร ถูกมองว่าเป็นพื้นที่ที่ใช้ความเร็วได้ต่ำ เพราะมีปริมาณยานพาหนะหนาแน่น แต่จากรายงานอุบัติเหตุจราจรทางบก ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ปี 2556-2559 กว่า 50,000 คดี พบว่า มี 4,424 คดี เกิดจากขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และมากกว่าคดีเมาแล้วขับ 66% พื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงอยู่ในเขตนครบาล 2 คือ ย่านสุทธิสาร บางซื่อ เตาปูน ดอนเมือง บางเขน สายไหม ซึ่งเป็นเขตชุมชนหนาแน่น มียานพาหนะจำนวนมาก สำหรับยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถยนต์นั่ง 41% รถจักรยานยนต์ 34% รถบรรทุกขนาดเล็ก (ปิกอัพ) 8% ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากสุด คือ คนเดินเท้าและรถจักรยาน โดยมีผู้เสียชีวิตใน กทม. กว่า 200 คนต่อปี

จากสาเหตุข้างต้น มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (AIP Foundation) ได้รับการสนับสนุนจาก  Global Road Safety Partnership (GRSP) และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนกว่า 13 องค์กรในประเทศไทย  จัดเสวนาเรื่อง “ช้าลงหน่อย...ชีวิตปลอดภัย เวทีชี้ทางออกหาทางแก้การขับขี่ด้วยความเร็ว ที่เหมาะสมในเขตชุมชนเมือง” เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนพูดคุยและหาทางออกถึงปัญหาที่เกิดขึ้น 
เปรียบเทียบความเร็วกับการตกจากตึกสูง
โดยมีความเห็นร่วมกันว่า ต้องมีการกำหนดเขตควบคุมความเร็วในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสม  โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เนื่องจากความเร็วที่แตกต่างกันก็จะมีผลกับโอกาสรอดชีวิตเมื่อถูกรถชน โดยเมื่อถูกชนด้วยรถที่วิ่งด้วยความเร็ว 30 กม./ชม. มีโอกาสรอดชีวิต 98% ความเร็ว 50 กม./ชม. มีโอกาสรอดชีวิต 91% ความเร็ว 65 กม./ชม. มีโอกาสรอดชีวิต 60% ขณะที่ความเร็ว 80 กม./ชม. มีโอกาสรอดเพียง 30% 
โอกาสรอดชีวิตของคนเดินเท้าเมื่อถูกรถชน
และนอกจากกรุงเทพฯ จะถูกเลือกเป็นเมืองนำร่องในการดำเนินการควบคุมความเร็ว ทาง AIP Foundation ยังทำโครงการ “ฟ้องป้าเปีย” คือ การเชิญชวนให้ประชาชนทุกคนร่วมถ่ายภาพฟ้องพื้นที่ หรือถนนที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ต้องควรควบคุมความเร็ว ส่งเข้ามาที่เฟซบุ๊ก @fongpapia และ ติดแฮชแท็ก #ฟ้องป้าเปีย หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ WWW.SLOWDOWN.ASIA เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการชี้จุดปัญหา เสนอแนวทางแก้ไข เพื่อรวบรวมนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปสู่การแก้ไขปัญหาต่อไป 

โดย AIP Foundation จะรวบรวมข้อมูลที่ได้จากประชาชน พร้อมกับข้อเรียกร้องของภาคีเครือข่าย 2 ข้อ คือ
1. ให้กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการกำหนดเส้นทางควบคุมความเร็วโดยผ่านการรวมรับฟังความคิดเห็นประชาชนเพื่อเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจ และกำหนดจุดพิกัดเพื่อที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์สูงสุด  


2. ให้กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดเขตควบคุมความเร็วในพื้นที่ชุมชนหนาแน่นอย่างน้อย 2 เส้นทาง โดยจะต้องการติดตั้งป้ายจำกัดความเร็ว และมีการบังคับใช้ความเร็วจำกัดเฉพาะที่ให้มีความเหมาะสมกับภาพแวดล้อมทางกายภาพและการจราจรไปยื่นต่อกรุงเทพมหานคร เพื่อให้แก้ไขปัญหาเรื่องการขับรถเร็วในเขตชุมชนเมืองอย่างเป็นรูปธรรมในเร็วๆ นี้  

ทั้งนี้ มีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงว่า มีถึง 70% ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ทั้งที่กฎหมายกำหนดความเร็วในเขตเมืองไว้ 80 กม/ชม. แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีจับความเร็วมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่พฤติกรรมของคนใช้รถมักต่อต้านกับการขับรถช้า ทั้งที่มีกฎหมายกำหนดความเร็วไว้ ดังนั้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง จะเป็นส่วนสำคัญในการควบคุมการขับขี่ด้วยความเร็วที่ไม่เหมาะสม แต่สำคัญที่สุดคือ ต้องกำหนดความเร็วในแต่ละพื้นที่ให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นเขตชุมชน โรงเรียน วัด ถนนใหญ่ หรือถนนในซอย เพราะบางพื้นที่แม้จะมีป้ายแจ้งเตือน แต่ก็ไม่ใด้กำหนดเป็นกฎหมายที่ชัดเจน จึงไม่ได้มีการลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเข้มข้น 

นอกจากนั้น จากผลสำรวจทัศนคติและความเห็นของผู้ใช้รถใช้ถนนกว่า 2,000 รายฝนปี 2558 ระบุว่า สาเหตุที่ขับรถเร็วมาจากความเร่งรีบถึง 43% รองลงมาคือเห็นถนนโล่ง 36% และมีผู้ใช้รถใช้ถนนที่เคยถูกตรวจจับความเร็ว เพียง 17% ที่ยอมรับว่าจะเลิกขับรถเร็วอย่างถาวร ส่วนอีก 63%  ยอมรับว่ามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมขับรถช้าลงเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นนอกจากการขับเคลื่อนโดยหน่วยงาน หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง นอกจากปรับแก้กฎหมายและบังคับใช้จริงจัง การเปลี่ยนทัศนคติของคนในสังคมหรือผู้ใช้รถใช้ถนนเองก็เป็นเรื่องท้าทายที่ต้องร่วมกันปรับเปลี่ยนเพื่อให้สถิติจับกุมผู้ที่ขับรถเร็วเกินกำหนด สถิติอุบัติเหตุจากการขับรถเร็ว และสถิติการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินลดน้อยลง ซึ่งจะเป็นผลดีทั้งต่อเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว  


พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต  พระนักเทศน์ชื่อดัง
"พระสงฆ์แม้จะไม่ได้เป็นผู้ขับรถ แต่แน่นอนว่าได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถที่เกินกว่าความเร็วที่กำหนดไว้ ประสบการณ์ตรง เคยมีพระสงฆ์ที่วัด ถูกรถชนขณะไปบิณฑบาตช่วงเช้ามืด ซึ่งรถหลายคันได้จอดแล้ว แต่มีรถอยู่คันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วสูงจอดไม่ทันจนเกิดอุบัติเหตุและมรณภาพในที่สุด ชีวิตคนเรากว่าจะได้เกิดไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นชาวพุทธต้องนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้ โดยเฉพาะที่ท่านสอนให้ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท และขอแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ตอนจะเดินทางเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรีบร้อน และไม่ขับรถเร็วรวมทั้งให้คิดถึงคนที่เรารักและรักเรา เพราะถ้ามีความสูญเสียเกิดขึ้น คนในครอบครัวของเราก็จะเสียใจ ดังนั้นการไม่ประมาท มีสติ ระลึกได้ ช้าลงหน่อย ชีวิตปลอดภัย"

อรทัย จุลสุวรรณรักษ์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย  มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย
"ปี 2559 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม จัดทำข้อแนะนำความเร็วที่เหมาะสมในพื้นที่ชุมชนให้สอดคล้องกับถนนแต่ละประเภท โดยให้แต่ละจังหวัดคัดเลือกถนนที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเพื่อกำหนดความเร็วที่เหมาะสมกับพื้นที่ชุมชน โดยในส่วนของ กทม. มอบหมายให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการกำหนดเส้นทางนำร่อง เพื่อใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินการควบคุมความเร็ว ทั้งนี้มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุใน กทม. กว่า 200 คนต่อปี มูลนิธิAIP ร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบต่ออุบัติเหตุความเร็ว จึงได้ร่วมกันจัดเสวนาเพื่อร่วมกันหาทางออกที่เป็นรูปธรรมในการกำหนดเรื่องความเร็วที่เหมาะสมเพื่อให้กรุงเทพมหานครนำไปใช้เป็นต้นแบบในการกำหนดความเร็วในชุมชนนำร่องของ กทม."

ณัฐพงศ์ บุญตอบ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ มูลนิธิไทยโรดส์ 
"สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทย อันดับ 1 มาจากการใช้ความเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุที่ครองแชมป์มานาน โดยสถิติการจับกุมผู้กระทำความผิดที่ขับรถเกินกว่าอัตราที่กำหนดของตำรวจทางหลวงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ในปี 2558 พบว่ามีจำนวนมากกว่า 8 แสนราย แม้ว่าสถิติการจับกุมผู้ขับรถเร็วจะเพิ่มมากขึ้นทุกปีแต่ก็ไม่ได้ทำให้สถิติอุบัติเหตุที่จากการขับรถเร็วลดน้อยลง การจำกัดความเร็วในประเทศไทยปัจจุบันกำหนด ให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 90 กม./ชม. นอกเขตเทศบาล และไม่เกิน 80 กม./ชม. ในเขตเทศบาล  กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา โดยถูกกำหนดให้เป็นความเร็วตามที่ กฎหมายกำหนด (National Speed Limit) และบังคับใช้เหมือนกันทั้งประเทศ แตกต่างจากในต่างประเทศที่ นอกจากจะมีความเร็วจำกัดตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังมีการจำกัดความเร็วแบ่งตามประเภทของพื้นที่ เช่น  ในเขตชุมชนหรือบริเวณหน้าโรงเรียนเอาไว้ที่ 30 กม./ชม. ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุความเร็วระดับนี้โอกาสที่จะเสียชีวิตก็น้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการชนด้วยความเร็วในระดับอื่นๆ ที่สูงกว่า"

นนลนีย์ อึ้งวิวัฒน์กุล ตัวแทนจากกลุ่ม Bangkok Bicycle Campaign 
"ส่วนตัวจะปั่นจักรยานทุกวัน แต่จะหลีกเลี่ยงการปั่นจักรยานในช่วงวันหยุดยาว เช่น สงกรานต์ หรือ ปีใหม่ เนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนในกทม.มีน้อย ทำให้ผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงมาก เหมือนกับอัดอั้นต่อการจราจรที่ติดขัดของ กทม. จึงเป็นอันตรายต่อนักปั่น ทั้งนี้อยากให้พื้นที่ชุมชน กำหนดความเร็วเหมือนในเวียดนาม ที่ความเร็วระหว่างรถยนต์กับจักรยาน อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันคือไม่เกิน 40 กม./ชม. ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกว่านี่เป็นการแชร์ถนนร่วมกัน อีกทั้งความเร็วในระดับนี้ไม่ทำให้เกิดอันตราย นอกจากนี้มองว่าการปลูกฝังในวัยเด็กเกี่ยวกับการใช้ถนนมีความสำคัญ เพราะที่ผ่านมามักจะมีแต่คำพูด “ให้รถไปก่อน” ไม่มีการสอนว่าต้อง “ให้คนไปก่อน” หรือ “ให้ระวังคนเดิน”  "

[English]
Thailand Challenged to Promote Road Safety
Thousands of people have been killed on Thai roads each year and statistics showed speeding could be accountable for most of them.  In Bangkok, nearly 10% of road accidents during 2013-2016 involved speeding, with most cases reported in the northern part of the city where the density of the population and vehicles is high. A recent seminar led by the AIP Foundation  agreed that the speed control zone policy must be more stringently implemented, with the pilot project launched in Bangkok, as the public gets invited to share photos or video clips of at-risk roads with www.slowdown.asia to help related agencies find effective solutions.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments