728 x 90

คนจนสูบบุหรี่มากกว่าคนรวย จริงหรือ?

img

31 พฤษภาคมของทุกปีเป็นวันงดสูบบุหรี่โลก ปีนี้องค์การอนามัยโลกกำหนดคำขวัญว่า Tobacco : a threat to development “บุหรี่ : ภัยคุกคามต่อการพัฒนา" แม้ตัวเลขนักสูบทั่วโลกลดลง แต่ทุกปีจะมีผู้เสียชีวิตก่อนเวลาจากการสูบบุหรี่ถึง 6 ล้านคน และอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 8 ล้านคนในปี 2573 หากไม่มีการควบคุมการบริโภคยาสูบอย่างจริงจัง
สถิติประชากรโลก
คนสูบลดแต่คนตายเพิ่ม
จนถึงขณะนี้ คงไม่ใช่ยุคของการบอกกล่าวว่าบุหรี่อันตรายอย่างไรบ้าง เพราะทั้งคนสูบและไม่สูบต่างรู้แจ้งเห็นจริงกันอยู่แล้ว

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา วารสารการแพทย์ The Lancet เผยแพร่ผลการวิจัยเกี่ยวกับผลของการสูบบุหรี่ พบว่า จำนวนผู้สูบบุหรี่ทั้งชายและหญิงในปัจจุบันปรับลดลง ผลการสำรวจเมื่อปี 2558 พบว่า แต่ละวันจะมี 1 ใน 4 ของผู้ชาย และ 1 ใน 20 ของผู้หญิงที่สูบบุหรี่ ลดลงจากตัวเลขเมื่อ 25 ปีก่อนที่ตัวเลขของผู้ชายอยู่ที่ 1 ใน 3 และผู้หญิงเป็น 1 ใน 12

แม้ผู้สูบจะลดลงแต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากบุหรี่กลับเพิ่มขึ้น 4.7% หรือมีจำนวน 6.4 ล้านคน ในปี 2558 รวมแล้วมีชาวโลก 1 ใน 10 คนเสียชีวิตเพราะสาเหตุนี้

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มขึ้น และยังเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์การตลาดของบริษัทยาสูบ โดยหันไปเน้นตลาดใหม่ๆ เช่น กลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

ภัยคุกคามต่อการพัฒนา
ข้อมูลจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ระบุว่า จากการสำรวจสุขภาพโลก พบว่า ในประเทศที่รายได้น้อย ประชากรกลุ่มที่จนที่สุดร้อยละ 26 เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ ขณะที่ประชากรกลุ่มที่รวยที่สุดร้อยละ 12 เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่

ขณะที่ประชากรไทยที่สูบบุหรี่ทั้งหมด จบการศึกษาระดับประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 60% อีกทั้งยังพบว่า คนไทยเสียชีวิตปีละกว่า 50,000 คน จากโรคร้ายแรงที่เกิดจากการสูบบุหรี่ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง โรคถุงลมปอดพอง และร้อยละ 30 หรือ 15,213 คนเสียชีวิตก่อนอายุ 60 ปี

การเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงเหล่านี้ เพิ่มภาระแก่ผู้สูบบุหรี่ยากจน แม้จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษา แต่ก็มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ สูญเสียรายได้เพราะเจ็บป่วยทำงานไม่ได้ และครอบครัวขาดรายได้เมื่อเสียชีวิต จึงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า การใช้ยาสูบก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจมหาศาล ฉะนั้นการควบคุมยาสูบจะช่วยตัดวงจรของความยากจน ลดความหิวโหย และเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจได้

คนจนคือผู้รับเคราะห์
หลักฐานจากสำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือสสส. ระบุว่า ผลสำรวจประชากรไทยที่สูบบุหรี่ในกลุ่มฐานะยากจนที่สุดจำนวน 1.33 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ย 1,982.50 บาทต่อเดือนต่อคน เสียค่าซื้อบุหรี่ซองที่ผลิตจากโรงงานต่อเดือนคนละ 426.80 บาท ขณะที่ผู้สูบบุหรี่ในกลุ่มฐานะยากจนจำนวน 1.85 ล้านคน รายได้เฉลี่ย 6,097.6 บาทต่อเดือนต่อคน เสียค่าซื้อบุหรี่ที่ผลิตจากโรงงานต่อเดือนคนละ 467.5 บาท รวมแล้วใช้เงินเป็นค่าสูบบุหรี่ไม่ต่ำกว่า 7,674 ล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังมีเด็กที่ยังไม่มีรายได้ของตัวเองใช้เงินเกือบ 2,000 ล้านบาทในการซื้อบุหรี่ต่อปี

คนจนและคนยากจนที่สุดคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาสูบ เพราะอัตราการสูบบุหรี่สูงกว่าประชากรกลุ่มรายได้อื่น ทั้งยังเข้าถึงการรักษาเพื่อเลิกสูบหรือรักษาโรคที่เกิดจากบุหรี่ได้น้อย
บุหรี่สร้างความเหลื่อมล้ำต่อสุขภาพคนไทย
เก็บภาษีหนักหวังลดนักสูบ
ทุกๆ ปีเราจะเห็นโครงการรณรงค์ให้เลิกบุหรี่มากมาย ผลเป็นอย่างไรนั้นก็เห็นชัดเจนอยู่แล้ว และเมื่อต้นปี 2559 รัฐก็ปรับภาษีบุหรี่เพิ่มอีกส่งผลให้เพิ่ม 5 - 10 บาทต่อซอง 

อย่างไรก็ตาม หากมีการขึ้นภาษีบุหรี่ซิกกาแรต 1 ดอลลาร์ต่อหนึ่งซองทั่วโลก จะทำให้รัฐมีรายรับภาษีเพิ่ม 190 พันล้านดอลลาร์ ทำให้สามารถนำรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาเป็นงบประมาณสนับสนุนการให้บริการสุขภาพถ้วนหน้า และสนับสนุนโครงการพัฒนาอื่นๆ ของรัฐบาลได้

ยุคนี้เราคงไม่ต้องพูดถึงข้อดีของการเลิกบุหรี่ เช่นเดียวกับการไม่จำเป็นต้องถามหาเหตุผลของสิงห์อมควันที่ทำไมไม่เลิกสูบเสียที เมื่อรู้ทั้งรู้ว่าผลเสียมีอะไรบ้าง แต่ถ้าคนไทยเลิกบุหรี่ได้จริง โรงงานยาสูบคงโอดครวญเพราะกำไรลดฮวบ ส่งผลต่อรายได้เข้ารัฐอย่างจัง ฉะนั้น ถ้าจะเลิกสูบก็เลิกได้ เพียงแต่จะเริ่มตอนไหนเท่านั้นเอง!


สมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต
"ยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของระบบกฎหมายภาษีสรรพสามิตและแนวทางการจัดเก็บภาษีแบบใหม่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม โปร่งใส เป็นสากล และลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ ส่งผลให้กฎหมายสรรพสามิตสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการบริหารการจัดเก็บภาษีได้ทั้งระบบ และทำให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"

น้ำเพชร ไวยมุข เลิกบุหรี่สำเร็จ
"เหตุผลที่เลิกสูบเพราะสุขภาพแย่ลง เหนื่อยง่าย คนรอบข้างไม่ชอบ ก็เลยเลิกเพื่อสุขภาพตัวเองและอยากอยู่กับคนที่รักเราไปนานๆ สำหรับคำขวัญวันงดสูบบุหรี่โลกปีนี้ Tobacco : a threat to development ผมเห็นด้วยครับ เพราะทุกๆ ปีรัฐต้องเสียเงินกับการรักษาโรคที่เกิดจากบุหรี่ แทนที่จะนำเงินส่วนนี้ไปพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ ผมเลิกได้ คุณก็เลิกได้"

สานิต ใจเที่ยง อยู่ในช่วงเลิกบุหรี่
"ผมอยากเลิกเพราะตัวผมเอง คนเราเกิดมาก็ต้องรักตัวเอง ส่วนใหญ่คนที่รู้จักเลิกก็เพราะตัวเองหรือคนรอบข้างทั้งนั้น ไม่เคยเห็นใครเลิกเพราะการรณรงค์หรือคำขวัญจากภาครัฐเลย ในอนาคตยังไงก็มีเยาวชนสูบบุหรี่ต่อแน่นอน เพราะเป็นวิถีของวัยรุ่นอยู่แล้ว หาซื้อก็ง่าย โรงงานยาสูบก็ยังผลิตอยู่เรื่อยๆ แล้วจะเลิกสูบยังไงได้"

[English]
Cigarettes also Stunt Development

The WHO issued the theme for this year’s No Tobacco Day, which falls on May 31, as “Tobacco – a threat to development”. According to The Lancet journal, a survey in 2015 shows a drop in the number of smokers worldwide compared to 25 years ago, while tobacco related deaths increased to 4.7%.  

Data from the Action on Smoking and Health Foundation Thailand shows that, at present, there are more than 50,000 people in Thailand who die from tobacco-related illnesses and 30% of them are premature deaths. The illnesses affect the work of the smoker and 60% of them are in the low-income group. They put a financial burden on their family and eventually the country’s development.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments