728 x 90

ถึงเวลาปรับธุรกิจสู่ระบบดิจิทัลแล้วหรือยัง

img

ก้าวให้ทันเทคโนโลยี
เราคุ้นเคยกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ Artificial Intelligence (AI) ในภาพยนตร์ฮอลลีวูด
มาหลายสิบปี อย่าง R2-D2 และ C3PO ในหนังแฟรนไชส์ Star Wars, T-800 คนเหล็ก ใน Terminator, หุ่นยนต์ Sonny ใน I, Robot และ WALL-E  เป็นต้น จนหุ่นยนต์เหล่านี้เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของเราโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็น Siri ของ Apple, Google Now ของ Google, Cortana ของ Microsoft หรือแม้กระทั่ง Call Center ต่างๆ เหล่านี้คือโปรแกรมโต้ตอบกับผู้ใช้งานที่มนุษย์ได้พัฒนา จนสามารถเข้ามาสรรสร้างงานต่างๆ สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า จนแทบจะทำงานแทนมนุษย์ได้ดีทีเดียว

ไม่เพียงแต่การอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ส่งผลให้ภาคธุรกิจเกิดการเปลี่ยนแปลงไปด้วย กรณีธุรกิจโฆษณาผ่านทางโซเชียลมีเดียที่มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนสูงขึ้น ขณะที่ในส่วนของภาคการเงินก็มีการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลที่เป็น Digital Money เพิ่มมากขึ้นด้วย เห็นได้จากความนิยมการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสมาร์ทโฟนมากขึ้น 

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงาน Thailand Investment Fest 2017 ที่ผ่านมาว่า ภาครัฐจะผลักดันการเข้าสู่ระบบการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ให้มากขึ้น ทั้งการติดตั้งเครื่อง EDC รองรับการใช้จ่ายในร้านค้า รวมทั้งรูปแบบการจัดเก็บภาษีจะเป็นอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคงต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการปรับตัวทั้งระบบ

ในส่วนของเทคโนโลยีด้านธุรกิจดิจิทัล หรือฟินเทค มีหลายภาคส่วนให้ความสนใจ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว และมีนวัตกรรมใหม่ๆ สามารถเข้าถึงได้สะดวก ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น Blockchain, Crowdfunding, Promptpay และ Electronic trading

หากสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จริง ความจำเป็นที่จะต้องมีธนาคาร หรือการมีตัวกลางทางการเงิน หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอาจจะต้องลดความสำคัญลงไป และพัฒนาตนเองให้เป็นตัวกลางที่เป็นประโยชน์ หรือเป็นเจ้าของเทคโนโลยี ตลอดจนการหาบริการต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

AI ผู้ช่วยอัจฉริยะทางการตลาด
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ก็มีการพัฒนาต่อเนื่อง โดยจะฝังตัวอยู่ในทุกสิ่งและปฏิวัติวิถีชีวิตของมนุษย์ ตั้งแต่การซื้อของ ทำงาน เรียน และสนทนากับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน

Microsoft เผยผลสำรวจอนาคตด้านดิจิทัลในเอเชีย ซึ่งได้สำรวจในกลุ่มคนอายุ 18-24 ปี จำนวน 1,400 คนทั่วเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมไทยด้วย เพื่อเผยถึงความเชื่อของคนรุ่นใหม่ที่มีต่อนวัตกรรมอย่าง AI และนวัตกรรมที่ผสมผสานโลกเสมือนเข้ากับโลกความจริงอย่าง Virtual Reality (VR), Mixed Reality (MR) และ Augmented Reality (AR)
เทคโนโลยี AI

การสำรวจได้ถามเจาะลึกถึงการจัดอันดับ 3 สถานการณ์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ซึ่งคนกลุ่มนี้คาดว่าจะสร้างการเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ที่สุดต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขาในอนาคต ได้แก่ รถยนต์ที่ติอต่อกันได้และไม่ต้องมีคนขับ 46%, ซอฟท์แวร์บอทที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 25% และ หุ่นยนต์ 20%

ส่วนเทคโนโลยีที่คนรุ่นใหม่กล่าวถึงกันมากรองลงมาคือ VR/MR/AR คือการนำเอาโลกเสมือนไปวางอยู่ในโลกแห่งความจริง โดยขณะที่ผู้ใช้กำลังท่องไปในโลกความจริงก็จะสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุเสมือนได้ โดยจำลองความรู้สึกในมิติต่างๆ เช่น การสัมผัสได้ถึงความลึกของวัตถุเสมือน เป็นต้น

ในอุตสาหกรรมสื่อ โฆษณา และการตลาด นักการตลาดสามารถใช้ข้อมูลที่แม่นยำ วิเคราะห์รสนิยมและความต้องการของผู้บริโภคผ่าน AI ที่ได้เข้ามาแทนที่หลายตำแหน่ง ทำให้บทบาททางการตลาดเปลี่ยนไป แต่การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีก็ก่อให้เกิดหน้าที่และตำแหน่งใหม่เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การเขียนโปรแกรม, การวิเคราะห์ข้อมูล, การบริหารสื่อโซเชียล, E-commerce 

เมื่อเทคโนโลยีได้พลิกโฉมรูปแบบการทำธุรกิจและการทำงานอย่างมหาศาล องค์กรเองก็ควรต้องทบทวนวิธีการบริหารในการทำธุรกิจอย่างจริงจัง

ผลสำรวจแนวโน้มด้านทรัพยากรบุคคลปี 2560 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า 87% เห็นตรงกันว่า ผู้นำที่เก่งเรื่องดิจิทัลและพร้อมปรับตัวกับโลกยุคใหม่เป็นเรื่องสำคัญมาก  มีเพียง 5% เท่านั้นที่มีโครงการพัฒนาผู้นำดิจิทัลอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ขณะที่ผลสำรวจจากทั่วโลกพบว่า มีบริษัททั่วโลก 11% เท่านั้นที่รายงานว่าองค์กรตัวเองมีการเตรียมพร้อมไปสู่การเป็นองค์กรแห่งอนาคต

ถึงแม้ว่ามนุษย์จะเป็นกลไกสำคัญในองค์กรหรือเอเจนซี่ แต่เมื่อนำความรู้เกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์และอัลกอริธึ่มผนวกเข้ากับศักยภาพของมนุษย์ ก็จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างประสิทธิภาพมากขึ้น 

การที่เราเข้าใจและอยู่ร่วมกับพลังขับเคลื่อนทางเทคโนโลยีนั้น จะช่วยให้เราสามารถเป็นผู้นำได้ในเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงสามารถจัดการกับชีวิตประจำวันที่มีความสัมพันธ์กับเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ประโยชน์สูงสุด 


อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง 
“ทุกหน่วยงานจะต้องตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดจากเทคโนโลยีนวัตกรรมสมัยใหม่ และจะต้องบูรณาการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ในกลุ่มการเงินและตลาดทุนต้องปรับตัวรองรับการโอน หรือทำธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพราะอนาคตอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการผ่านตัวกลาง อย่างธนาคาร และตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากมีโปรแกรมใหม่ๆ มาทดแทน”

ณุวีร์ พงษ์สถิตย์พร กรรมการผู้จัดการบริษัท พีเอช ดี ประเทศไทย
"ช่องว่างระหว่างโลกออฟไลน์กับออนไลน์กำลังจะปิดตัวอย่างรวดเร็ว เป็นผลกระทบจากโลกเทคโนโลยีและข้อมูลสารสนเทศ ตอนนี้ประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด และมีการรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาในใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยพีเอชดีมุ่งมั่นที่จะสำรวจเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง และร่วมมือกับผู้นำในอุตสาหกรรม รวมถึงพันธมิตรในการสร้างนวัฒกรรมใหม่ๆ ด้วย"

[English]
Time for Thai Businesses to Really Go Digital

Decades ago, the concept of AI or artificial intelligence might have been something we only saw in movies, such as R2-D2 and C3PO from “Star Wars”, T-800 from “The Terminator”, or Sonny from “I, Robot” but, in recent years, this technological revolution became more real and practical in our daily lives, as illustrated by Apple’s Siri, Google’s Google Now and Microsoft’s Cortana.

It’s apparent that AI has also revolutionized the business sector in many ways.  For instance, social media has been an important tool for many, especially in the advertising area, and the financial sector has been more actively adopting digital money that has been quite popular for smartphone users, while FinTech has brought about many new concepts, like blockchain, crowdfunding, PromptPay and electronic trading.

In addition to the change in how a business will operate, AI has resulted in the need and the creation of more jobs, such as programmers, analysts, and social media and E-commerce administrators.

Minister of Finance, Mr. Apisak Tantivorawong, said that the government is determined to push for a broader adoption of the e-money system for both the state and the private sector but noted that it would take some time before everything is in full scale.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments