728 x 90

รถตกตึก อุทาหรณ์ระทึกลานจอด

img

ปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีอาคารสูงประมาณ 2,810 อาคาร เป็นทั้งอาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อาคารที่พักอาศัย ซึ่งจะมีการตรวจสอบความปลอดภัยของโครงสร้าง มีการเฝ้าระวังด้านอัคคีภัยอยู่เสมอ แต่ยังมีจุดที่หลุดรอดการตรวจสอบไป คือ อาคารจอดรถ ดังเช่นเหตุการณ์ล่าสุด เมื่อ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลัดตกจากลานจอดรถชั้น 4 ในซอยไผ่สิงโต ขณะที่เกิดเหตุพบขอบปูนกำแพงกั้นผนังลานจอดรถ อยู่ในสภาพที่ถูกชนแตกเป็นทางยาวกว่า 2 เมตร

ห้ามใช้พื้นที่จนกว่าจะตรวจสอบเสร็จ 
โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตคลองเตยเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นพบว่าเป็นอาคารทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ตั้งอยู่ใน ซ.ไผ่สิงโต ถ.พระราม 4 เขตคลองเตย มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี เป็นแฟลตให้เช่าพักอาศัย โดยประสานให้สำนักการโยธาเข้าตรวจสอบในจุดที่ได้รับความเสียหาย ว่าจะส่งผลกับลานจอดรถชั้นอื่นหรือไม่ ในระหว่างนี้จะปิดเป็นพื้นที่อันตรายห้ามบุคคลใดเข้าใช้ เพื่อความปลอดภัย

แจงเหตุแผงกั้นรับแรงกระแทกไม่ได้ 
ขณะเดียวกันทางสภาวิศวกรได้นำคณะผู้ชำนาญการลงพื้นที่ตรวจสอบความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า โครงสร้างแผงกั้นรถยนต์มีลักษณะเป็นโครงสร้างยื่น (Cantilever Wall) ทำจากคอนกรีตเสริมเหล็ก มีความหนา 10 ซม. เสริมด้วยเหล็กตะแกรงชั้นเดียว เป็นเหล็กเส้นกลมขนาด 9 มม. วัดกำลังอัดของคอนกรีตได้ประมาณ 240-280 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร ความสูงของแผงประมาณ 1 เมตร ส่วนสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุคือแผงกั้นไม่สามารถต้านแรงกระแทกที่มากเกินไปจากการเร่งเครื่องยนต์ได้ และแผงกั้นอาจไม่ได้มาตรฐานในด้านความแข็งแรงต่อการรองรับแรงกระแทก  

แผงกั้นรถยนต์ 4 แบบที่เสี่ยงอันตราย 
จากกรณีนี้ทำให้ทั้งสภาวิศวกรและสภาสถาปนิก ร่วมกันออกมาผลักดันมาตรการทางกฎหมายเพื่อป้องกันเหตุรถยนต์ตกในอาคารจอดรถอีกครั้ง หลังจากที่เคยเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยไปเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 60 และได้มีการส่งเรื่องต่อไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ยังไม่มีความคืบหน้าว่าจะสามารถออกเป็นกฎหมายเพื่อมีผลบังคับใช้ได้เมื่อใด 

ทั้งนี้ ปัจจุบันกฎหมายควบคุมอาคารยังไม่ได้กำหนดค่าแรงกระแทกของแผงกั้นรถยนต์ จึงทำให้อาคารจอดรถยนต์ในประเทศไทยจำนวนมากไม่ได้มาตรฐาน โดยสภาวิศวกรและสภาสถาปนิก ร่วมกันสำรวจอาคารจอดรถในประเทศไทย สามารถจัดกลุ่มแผงกั้นรถยนต์ที่มีความเสี่ยงอันตรายไว้ 4 ประเภท ได้แก่
1. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากคอนกรีตเสริม เหล็กที่ออกแบบไม่ได้มาตรฐาน เช่น ผนังบางเกินไป หรือเหล็กเสริมน้อยเกินไป 
2. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังอิฐมอญ หรืออิฐบล็อก หรืออิฐมวลเบาที่ไม่ได้เสริมเหล็ก         
3. แผงกั้นรถยนต์ที่ทำจากผนังคอนกรีตสำเร็จรูปที่ใช้จุดยึดเชื่อมต่อเพียงแค่ 2-3 ตำแหน่ง และ
4. แผงกั้นรถยนต์ชนิดเส้นหรือตาข่ายโลหะที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ผู้ผลิตกำหนดหรือไม่ผ่านการทดสอบ  
รถตกตึก

เสนอ 3 มาตรการแก้ปัญหาเร่งด่วน 
ดังนั้นสภาวิศวกรและสภาสถาปนิกจะไปติดตามความคืบหน้าการดำเนินการร่างข้อบังคับต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งรัดให้เร็วขึ้น เนื่องจากปัญหารถยนต์ตกอาคารมีผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน ในขณะเดียวกันก็เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนต่อภาครัฐ ให้ดำเนินการ 3 มาตรการ  
มาตรการที่ 1 เสนอให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ออกกฎกระทรวงหรือกฎหมายอื่น ภายใต้ พ.ร.บ. ควบคุมอาคารระบุให้อาคารต้องออกแบบแผงกั้นรถยนต์รับแรงกระแทกจากรถยนต์ ซึ่งต้องระบุค่าแรงกระแทกที่ใช้ออกแบบให้ชัดเจน 
มาตรการที่ 2 คือ ให้สภาวิชาชีพ/สมาคมวิชาชีพ/หน่วยงานรัฐ เร่งออกมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างแผงกั้นรถยนต์ตกตามมาตรฐานในต่างประเทศ โดยทั้ง 2 สภาเสนอแนะมาตรการที่เหมาะสมทางวิศวกรรม ให้กำหนดเป็นมาตรฐานกลางในการออกแบบแผงกั้นรถยนต์ในประเทศไทย โดยจะเสนอมาตรฐานที่ใช้กันในประเทศออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ คือมาตรฐาน AS/NZS2890.1 ซึ่งกำหนดว่าแผงกั้นรถยนต์ต้องมีความสูงไม่น้อยกว่า 1.3 ม. และต้องออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกได้อย่างน้อยเท่ากับ 3 ตันสำหรับ แผงกั้นทั่วไป และ 24 ตันสำหรับแผงกั้นที่ปลายทางวิ่งที่มีระยะทางเกิน 20 ม. และที่มีการเคลื่อนที่ของยานพาหนะ ภายในอาคาร 
มาตรการที่ 3 คือ ให้หน่วยงานท้องถิ่น เช่น กทม. สุ่มตรวจความแข็งแรงของแผงกั้นรถยนต์ในอาคารต่างๆ ที่อยู่ภายในท้องที่ของตัวเอง เพื่อจะได้นำไปใช้เป็นมาตรฐานในการออกแบบลานจอดรถในอาคารต่างๆ ได้อย่างมีมาตรฐานและปลอดภัย 

แม้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจากความประมาทของคน หรือความขัดข้องทางเทคนิคของรถยนต์ แต่หากโครงสร้างอาคารของลานจอดรถ หรือแผงกั้นรถยนต์สร้างอย่างมีมาตรฐาน คงทำให้มีความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้มากกว่าที่ผ่านมา การกำหนดมาตรการทางกฎหมายและมาตรฐานทางวิศวกรรมในการออกแบบแผงกั้นรถยนต์ ในอาคารจอดรถในประเทศไทยให้มีมาตรฐานและมีความแข็งแรงพอ จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งดำเนินการ เพื่อให้มีมาตรฐานที่ครอบคลุมความปลอดภัยกับทุกอาคาร ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน โรงแรม คอนโดมิเนียมด้วย จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ที่น่าสลดใจขึ้นอีก  


ดร.กมล ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร 
“ในการดำเนินการเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นทำได้ในเชิงวิชาการ แต่ทั้งนี้ต้องมีการสนับสนุนและมีการบังคับใช้ในเรื่องของกฎกระทรวงหรือกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทั้งสภาวิศวกรและสภาสถาปนิกเคยสรุปประเด็นต่างๆ พร้อมจัดทำเป็นข้อเสนอแนะขึ้นไปแล้ว อย่างไรก็ตามในระหว่างรอการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะยังไม่ส่งผลในเชิงบังคับใช้อย่างแท้จริง จึงทำให้ยังมีเหตุการณ์รถยนต์ตกตึกอีก หลังจากนี้จะไปเร่งรัดติดตามผลการดำเนินงานด้วย” 


ศ.ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร 
“จริงๆ แล้วในส่วนของเจ้าของอาคารไม่จำเป็นต้องรอกฎหมาย ถ้าเห็นว่าอาคารตัวเองมีความสุ่มเสี่ยง หรือมีความไม่มั่นใจ สามารถขอความร่วมมือมาที่สภาวิศวกร เรายินดีที่จะเข้าไปตรวจสอบ และให้ข้อเสนอแนะตรงส่วนนี้ได้ สำหรับเหตุการณ์ล่าสุดที่ผ่านมาถือว่าโชคดีที่รอดชีวิต เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตด้วย และเชื่อว่าจะยังมีแบบนื้ทุกปี ต้องบอกว่าสาเหตุหนึ่งเพราะแผงกั้นรถยนต์ของบ้านเราที่ผ่านมาออกแบบมาไม่มีมาตรฐาน เพราะไม่มีกฎหมายนั่นเอง”

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments