728 x 90

วางแผนเพิ่มจุดจอดแล้วจร ชวนใช้รถไฟฟ้า

img

การเดินทางของคนกรุงเทพฯ มีหลายรูปแบบ ส่วนหนึ่งคือการขับรถและมาต่อระบบขนส่งสาธารณะ และเพื่อเป็นการลดความแออัดของปริมาณรถยนต์และมลพิษในพื้นที่กรุงเทพฯ การจัดทำพื้นที่ “จอดแล้วจร” หรือ “Park and Ride” เป็นหนึ่งในแนวทางที่หน่วยงานภาครัฐหยิบยกมาเป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหา ทั้งเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล  อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถจอดรถไว้แล้วใช้บริการรถไฟฟ้าเดินทางเข้าเมืองหรือเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ได้โดยง่าย โดยคาดว่าจะมีความต้องการใช้งานจุดจอดแล้วจร ณ สถานีรถไฟฟ้าที่ได้คัดเลือกแล้ว ประมาณ 30,000 ช่องจอดในปี 2564 และเพิ่มเป็น 43,880 ช่องจอดในปี 2574 หรือเพิ่มขึ้น 46.3% 
จุดจอดแล้วจร
กำหนดแผนพัฒนาจุดจอดแล้วจร 
สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จึงได้ว่าจ้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ บริษัท อินฟรา พลัส จำกัด ศึกษาจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาระบบจอดแล้วจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ สอดคล้องกับระบบผังเมือง และรองรับระบบรถไฟฟ้าโครงข่ายเพิ่มเติมที่จะเปิดให้บริการครบในปี 2572 

ที่ปรึกษาได้เสนอแผนการพัฒนาเป็น 3 ช่วง คือ ระยะเร่งด่วน โครงการที่เปิดให้บริการแล้ว-โครงการที่กำลังก่อสร้างอยู่หรือแล้วเสร็จในปี 2562 (0-2 ปี) มี 17 สถานีที่ควรมีการพัฒนาจุดจอดแล้วจร เป็นสถานีที่มีในแผน 3 สถานี ที่ต้องเพิ่มประสิทธิภาพ 6 สถานี และเสนอให้พัฒนาเพิ่ม 8 สถานี ระยะกลาง โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2563-2565 (3-5 ปี) มี 24 สถานีที่ควรมีการพัฒนาจุดจอดแล้วจร เป็นสถานีที่มีในแผน 7 สถานี เสนอให้มีเพิ่มอีก 17 สถานี และ ระยะยาว โครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566-2572 (6-12 ปี) มี 5 สถานีที่ควรมีการพัฒนาจุดจอดแล้วจร เป็นสถานีที่มีในแผน 3 สถานี และที่เสนอให้พัฒนาเพิ่ม 2 สถานี

พร้อมกับเสนอโครงการนำร่อง 3 แห่ง คือ โครงการนำร่องที่ 1 จุดจอดแล้วจรบริเวณสถานีกาญจนาภิเษก โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน โครงการนำร่องที่ 2 ปรับปรุงประสิทธิภาพจุดจอดแล้วจรสถานีคลองบางไผ่ โครงการรถไฟฟ้าสายฉลองรัชธรรม ช่วงบางใหญ่-เตาปูน (สายสีม่วง) และโครงการนำร่องที่ 3 จุดจอดแล้วจรสถานีตลาดพลู โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีลม (ช่วงสนามกีฬาแห่งชาติ-บางหว้า) 
จุดจอดแล้วจร
มี 4 รูปแบบให้เลือกพัฒนา 
ในแผนกำหนดทางเลือกรูปแบบและองค์ประกอบไว้ 4 ทางเลือก ได้แก่ 1 จุดจอดแล้วจรประเภทวัตถุประสงค์เฉพาะ  (Exclusive Park&Ride) ที่ให้จอดเฉพาะผู้ใช้บริการจอดแล้วจร เหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีราคาที่ดินค่อนข้างต่ำหรือปานกลาง โดยเฉพาะพื้นที่ชานเมืองหรือเขตเมืองรอบนอก มีการใช้ประโยชน์ที่ดินต่ำถึงปานกลาง ซึ่งพื้นที่ที่มีราคาที่ดินต่ำกว่า 45,000 บาท/ตร.ว. มีที่ดินว่างเปล่ามากกว่า 5 ไร่ หรือมีความต้องการที่จอดรถไม่มาก เหมาะที่จะทำเป็นแบบลานจอดรถ ส่วนที่ดินที่มีราคาปานกลาง 45,000-90,000 บาท/ตร.ว. มีที่ดินว่างเปล่าขนาด 3-5 ไร่ มีความต้องการที่จอดรถมากเหมาะที่จะทำเป็นอาคารจอดรถ ซึ่งสามารถออกแบบให้ชั้นล่างเป็นที่จัดกิจกรรมและบริการต่างๆ เช่น จำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค ร้านค้า ร้านอาหาร เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าและอาคารจอดรถ และเป็นการส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย (SMEs) 

รูปแบบที่ 2 คือจุดจอดแล้วจรประเภทที่มีการใช้งานร่วมกับการจอดรถเพื่อวัตถุประสงค์อื่น (Multi-purpose Park & Ride) รูปแบบนี้เป็นการใช้พื้นที่จอดรถร่วมกับอาคารที่มีที่จอดรถซึ่งจัดไว้อยู่แล้ว เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬาศูนย์การประชุม เพื่อหลีกเลี่ยงจากราคาที่ดินที่สูง ซึ่งอาจทำให้ต้องจัดเก็บอัตราค่าจอดรถที่สูงตามไปด้วย โดยต้องได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของพื้นที่ในแง่การกำหนดนโยบายที่จอดรถเพื่อให้ผู้ที่ต้องการจอดแล้วจรสามารถใช้บริการได้ เช่น ระยะเวลาที่อนุญาตให้จอดรถและอัตราค่าจอดรถที่เหมาะสมตลอดจนการกำหนดอัตราค่าจอดรถแบบรายเดือน ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบอาจใช้วิธีการเช่าที่จอดรถบางส่วนเพื่อใช้เป็นพื้นที่จอดแล้วจร 

รูปแบบที่ 3 จุดจอดแล้วจรประเภทที่พัฒนาร่วมกับโครงการพัฒนาที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์อื่น (Mixed-Use Development) รูปแบบนี้เป็นการพัฒนาจุดจอดแล้วจรขึ้นมาใหม่ร่วมกับโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง อยู่ใกล้สถานีระบบขนส่งมวลชน สามารถออกแบบพื้นที่จอดได้อย่างเหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการ โดยที่ตั้งมักตั้งอยู่บริเวณสถานีระบบขนส่งมวลชนในพื้นที่ก่อนถึงศูนย์กลางเมือง มีประชากรและการใช้ประโยชน์ที่ดินหนาแน่นปานกลางถึงสูง อยู่ตามเส้นทางถนนสายหลักที่ประสบปัญหาด้านการจราจร เช่น บริเวณคอขวด และโดยมากที่ดินจะมีราคาแพง การพัฒนาจุดจอดแล้วจรร่วมกับโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จึงเป็นโอกาสในการประหยัดต้นทุน   

เสริมจุดจอดรองรับการท่องเที่ยว  
สำหรับรูปแบบที่ 4 เป็นจุดจอดแล้วจรประเภทสนับสนุนการท่องเที่ยว (Touristic Parking) เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่เขตพระนคร ที่ควรมีระบบขนส่งมวลชนรอง เช่น รถวิ่งรับส่ง (Shuttle) ระหว่างจุดจอดแล้วจรกับสถานที่ท่องเที่ยว และควรจัดให้อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน สายสีม่วงใต้และสายสีส้ม เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางด้วยรถไฟฟ้าต่อได้ โดยพบว่ามี 8 แห่งที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาให้เป็นจุดจอดแล้วจรเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์
ประกอบด้วย 1.สถานีบางขุนนนท์ เชื่อมสายสีน้ำเงิน แดงอ่อน และส้ม  2.สถานีตลิ่งชัน สายสีแดงอ่อน ช่วง บางบำหรุ-มักกะสัน 3.สถานีบางบำหรุ สายสีแดงอ่อน ช่วงบางบำหรุ-มักกะสัน  โดยทั้ง 3 จุดนี้ปัจจุบันมีรถบัสนักท่องเที่ยวบางส่วนที่นำรถมาจอดบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง จึงมีความเหมาะสมเป็นอย่างมากที่จะดำเนินการ 

นอกจากนั้นยังมี จุดที่ 4.สถานีหลักสอง สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค ร่วมกับห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค  5.สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยใช้พื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 6.ศูนย์คมนาคมพหลโยธิน 7.สถานีภาษีเจริญ สายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค ร่วมกับห้างสรรพสินค้าซีคอนบางแค และ 8.สถานีเจริญนคร สายสีทอง ร่วมกับไอคอนสยาม (ICONSIAM) สำหรับสถานีศูนย์การประชุมฯ จะรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากด้านตะวันออกและด้านใต้ที่มุ่งหน้าเข้าเมืองชั้นใน ส่วนสถานีอื่นๆ เหมาะสมที่จะพัฒนาเพื่อรองรับกลุ่ม  นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากด้านฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ เป็นหลัก  
จุดจอดแล้วจร
แนะแก้กฎหมายเปิดทางการพัฒนา 
สำหรับรูปแบบการลงทุนและแนวทางในการพัฒนา มีทางเลือกที่เหมาะสม 5 วิธี
1. หน่วยงานที่รับผิดชอบลงทุนและดำเนินการเองทั้งหมด 
2. หน่วยงานที่รับผิดชอบ เช่น รฟม. รฟท. ร่วมลงทุนและดำเนินการกับหน่วยงานรัฐอื่น
3. หน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมลงทุนกับเอกชนในรูปแบบต่างๆ
4. เปิดโอกาสให้เอกชนลงทุนโดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ
5. หน่วยงานที่รับผิดชอบขอความร่วมมือเปิดพื้นที่จอดรถในศูนย์การค้าใกล้สถานีรถไฟฟ้าเป็นพื้นที่จอดรถรายเดือน 


ส่วนแนวทางดำเนินการเพื่อแก้ปัญหา อุปสรรค และสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาตามแผนแม่บทฯ ที่ปรึกษาเสนอให้ภาครัฐปรับปรุงกฎหมายเพื่อแก้อุปสรรคในการพัฒนาจุดจอดแล้วจร ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง กฎหมายเกี่ยวกับภารกิจของหน่วยงาน กฎหมายเกี่ยวกับการเวนคืน  และการกำหนดนโยบายเพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุนพัฒนาจุดจอดแล้วจรโดยเอกชน ด้วยการให้แรงจูงใจด้านกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองและการให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี 

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 61 ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการพัฒนาระบบจอดแล้วจรในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลแล้ว และทาง สนข. จะดำเนินการเสนอเรื่องให้กระทรวงคมนาคม นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขอความเห็นชอบ และส่งมอบแผนแม่บทฯ ให้หน่วยงานต่างๆ นำไปเป็นแนวทางในการดำเนินการต่อ อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามกันว่าความมุ่งหวังของ สนข. ที่จะให้มีจุดจอดแล้วจรเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก และจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบรางกันให้มากขึ้นนั้น จะได้รับการสานต่อหรือไม่ เพราะแผนแม่บทนี้เป็นเพียงแค่กรอบแนวทางในการพัฒนา ไม่ใช่ข้อบังคับว่าเมื่อหน่วยงานต่างๆ รับแผนแม่บทฯ ฉบับนี้ไปแล้วจะต้องทำตาม ขึ้นอยู่ว่าแต่ละหน่วยงานจะเห็นความสำคัญและมองเห็นความจำเป็นในการพัฒนาจุดจอดแล้วจรหรือไม่ 


คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)  
“หลังจากที่ คจร. มีมติเห็นชอบแผนแม่บท และรายงานให้คณะกรรมการรับทราบแล้ว สนข. จะทำเรื่องเตรียมเสนอให้ ครม. พิจารณา เมื่อ ครม.เห็นชอบ สนข.จะส่งมอบแผนแม่บทให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รฟม. รฟท. กทม. รับไปดำเนินการต่อ ซึ่งจะมีรายละเอียดของพื้นที่ที่เหมาะสม กรอบเวลา งบประมาณที่จะใช้กำหนดไว้อย่างชัดเจน จะช่วยให้แต่ละหน่วยทำงานง่ายขึ้น เพราะสามารถนำแผนที่มีไปเสนอของบประมาณได้เลย แต่แผนแม่บทที่ สนข. จัดทำเป็นเพียงแค่แผนงานใช้อ้างอิงได้ แต่ไม่ใช่ข้อบังคับว่าจะต้องทำ แต่ละหน่วยงานจะไปพิจารณาเองว่าจะทำตามแผนและกรอบเวลาหรือไม่อย่างไร อย่างไรก็ตาม สนข.มีความมุ่งหวังว่า เมื่อเราไม่สามารถสร้างรถไฟฟ้าไปถึงบ้านของทุกคนได้ จึงหวังให้คนขับรถมาที่จุดจอดก่อนจะเดินทางต่อด้วยระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ”
คุณชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)
[English]
“Park and Ride” Concept, New Hope to Ease Greater Bangkok’s Traffic Woes

In order to help ease traffic congestion and air pollution in Bangkok and its vicinity, the Office of Transport and Traffic Policy Plan (OTP) is mulling a plan to provide more parking space to encourage more car owners to switch to public transportation.

The OTP has already hired Chulalongkorn University to take the lead in conducting a study for a master plan for the development of the “park and rid” system in Greater Bangkok area.  And the outcome included a three-phase development plan. 

The first phase focuses on the development of more parking space at 17 MRT stations, which are either operational or scheduled to be completed by 2019.

For the second phase, 24 more MRT stations, which are set to be operational by 2022, will be equipped with their own “park and ride” space, while five more stations to be constructed by 2029 will also have a proper space for commuters with own vehicles under the third phase.

The study also suggested different types of “park and ride” systems, including the Exclusive Park & Ride for suburban areas, the Multi-purpose Park & Ride that will be incorporated with existing parking facilities at department stores, stadiums or convention centers, the Mixed-Use Development which is referred to areas that can be developed with collaboration from adjacent property projects near the center of the city and marred with traffic woes, and the Touristic Parking that will focus on accommodating tourists, who plan to commute to the inner city.

According to OTP, these projects will be developed under different conditions — from the investment of responsible agencies to the joint investment by related agencies, the private investment or the monthly rent from properties next to respective stations.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments