728 x 90

คนไทย 48.7% ถูกลวนลามช่วงสงกรานต์ ชี้น้ำเมาเป็นตัวการก่อพฤติกรรมสุดยี้

img

เทศกาลสงกรานต์นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและชื่นมื่น แต่กลับมีผลสำรวจพบว่า มีผู้ถูกเคยถูกลวนลามคุกคามทางเพศ สูงถึง 48.7% เหตุหลักเกิดจากการมึนเมา ขณะที่ปีนี้มีการรณรงค์ สงกรานต์ปลอดภัย ปลอดเหล้า เคารพสิทธิ ซึ่ง 89.6% เห็นว่าควรจัดพื้นที่โซนนิ่งเล่นน้ำปลอดเหล้า

สงกรานต์กับพฤติกรรมสุดยี้ ชี้ 48.7% เคยถูกลวนลาม -
ข้อมูลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อเทศกาลสงกรานต์ ปี 2562 โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เผยถึงพฤติกรรมชวนอึ้งในช่วงสงกรานต์ โดยพบว่ามี 48.7% เคยถูกลวนลามคุกคามทางเพศในช่วงสงกรานต์ ขณะเดียวกันพบพฤติกรรมเสี่ยง และน่าเบื่อหน่าย สร้างปัญหามากในช่วงสงกรานต์ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. เมาขาดสติ 2. ฉวยโอกาสลวนลามคุกคามทางเพศ 3. ทะเลาะวิวาท 4. อนาจารโป๊เปลือย และ 5. แว๊นซิ่ง  

ส่วนปัญหาอื่นในลำดับถัดมาคือ เสียงดังอึกทึก, โดนแซวพูดจาไม่ดี, ใช้อุปกรณ์อันตราย เช่น แมงลัก, น้ำแข็ง, ปืนแรงดันสูง, บังคับให้ดื่มแอลกอฮอล์ และดักรถเพื่อรีดไถเงินข่มขู่ เป็นต้น ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดพฤติกรรมเหล่านี้ มาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 32.9% รองลงมาคือการการบังคับใช้กฎหมาย 20.4%, คึกคะนอง 19 %,1ค่านิยมผิดๆ 5.3% และไม่รู้จักเคารพให้เกียรติผู้อื่น 12.4%

ขณะที่ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ส่วนใหญ่ระบุว่า จะไม่ดื่มเหล้า 59.1% อีกทั้งยังเห็นด้วยว่าควรจัดพื้นที่โซนนิ่งเล่นน้ำปลอดเหล้า 89.6% และ ควรงดจำหน่ายสุราในวันที่ 13เมษายน 73.5%

คุณจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล กล่าวว่า นอกจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญแล้ว รากฐานของปัญหายังมาจากความไม่เสมอภาคระหว่างเพศ การที่เด็กและเยาวชนไม่ถูกสอนให้รู้ถึงการเคารพในเนื้อตัวร่างกายของผู้อื่น การเรียนรู้เสรีภาพอย่างมีขอบเขต ดังนั้นความคิดความเชื่อที่ผิดๆ ว่าสงกรานต์คือช่วงเวลาทองของการฉวยโอกาส จึงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าเทศกาลใดหรือผู้เสียหายจะแต่งตัวแบบไหน ก็ไม่มีสิทธิไปละเมิดเขา ตรงนี้คือจุดสำคัญ การกล่าวโทษเรื่องการแต่งตัว เป็นการโยนปัญหาทั้งหมดให้ผู้หญิง แล้วละเลยผู้ก่อเหตุ คนทำความผิดที่ยังคงลอยนวล จึงเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง


รณรงค์สงกรานต์ปลอดภัย ปลอดเหล้า เคารพสิทธิ
สำหรับเทศกาลสงกรานต์ ปี 2562 นี้ มีการรณรงค์ให้เกิดการตระหนักต่อปัญหาการดื่มสุรา และรณรงค์ลดการดื่มสุรา เพื่อร่วมเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความสุข สร้างความปลอดภัยช่วงสงกรานต์ ภายใต้แนวคิด “สงกรานต์ปลอดภัย ปลอดเหล้า เคารพสิทธิ” โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว และเครือข่ายองค์กรงดเหล้า

คุณเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า กิจกรรมรณรงค์ครั้งนี้ เพื่อสร้างความตระหนักถึงปัญหาการคุกคามทางเพศที่เกิดขึ้นช่วงสงกรานต์ ว่าเป็นเรื่องผิดกฎหมาย อีกทั้งยังต้องการสื่อสารสร้างความเข้าใจเคารพให้เกียรติ ในสิทธิเนื้อตัวร่างกายผู้อื่น ไม่ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองจากการคุกคามทางเพศ ที่สำคัญเพื่อสร้างกระแสให้สังคมร่วมกันผลักดัน เกิดเครือข่ายเฝ้าระวังให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาถูกคุกคามทางเพศ และกระตุ้นผู้ประกอบการภาคเอกชนได้ตระหนักถึงผลกระทบการจัดงานที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ซึ่งผลสำรวจเรื่องเทศกาลสงกรานต์ : การถูกลวนลาม – คุกคามทางเพศ โดยนิด้าโพล พบว่า 55.20% ระบุว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ส่วน 43.28% มองว่าเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ความคึกคะนอง หรือมึนเมาขาดสติ และ 31.28% ระบุว่าเป็นพฤติกรรมที่นำมาสู่การก่ออาชญากรรมอื่น ๆ เช่น การข่มขืนกระทำชำเราอนาจาร, การทะเลาะวิวาท เป็นต้น ดังนั้น แอลกอฮอล์เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดพฤติกรรมไม่เหมาะสม และการคุกคามทางเพศผู้หญิงถูกฉวยโอกาสในเทศกาลนี้


หนุนพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้า 164 แห่งทั่วไทย
แม้ว่าเทศกาลสงกรานต์จะเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและชื่นมื่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการดื่มเครื่องดื่มมึนเมายังเป็นพฤติกรรมที่พบเห็นได้ทั่วไป ซึ่งเป็นบ่อเกิดของเหตุการณ์ร้ายๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ดี ในการจัดงานหลายพื้นที่ได้จัดกิจกรรมแบบปลอดเหล้า

โดยพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้าที่รู้จักกันดี ในนามถนนตระกูลข้าว จำนวน 51 แห่ง เช่น ถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น, ถนนข้าวแต๋น จ.น่าน, ถนนข้าวเม่า จ.มหาสารคาม, ถนนข้าวทิพย์ จ.จันทบุรี เป็นต้น แล้วยังมีพื้นที่ปลอดภัยในถนนและพื้นที่เล่นน้ำต่างๆ อีก 113 แห่ง อาทิ พื้นที่รอบคูเมืองเชียงใหม่, ถนนสีลม กรุงเทพฯ, ถนนดีบุก หน้าห้าง Lime Light Avunue จ.ภูเก็ต และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ เป็นต้น

คุณรุ่งอรุณ  ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สสส. รณรงค์เพื่อให้คนไทยลดการบริโภคสุรา เพื่อลดต้นเหตุของปัญหาต่างๆ โดยได้สนับสนุนภาคีเครือข่ายภาคสังคมต่างๆ ซึ่งปัจจุบันมีพื้นที่เล่นน้ำปลอดเหล้าที่ สสส. ร่วมขับเคลื่อนถึง 164 แห่ง อยากเชิญชวนให้ประชาชนเล่นสงกรานต์ในพื้นที่ปลอดภัยปลอดเหล้า อยากฝากให้ทุกคนเคารพสิทธิ เล่นน้ำแบบวิถีไทย ร่วมกันเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความสุข ความปลอดภัยช่วงสงกรานต์นี้ด้วยกัน


คุกคามทางเพศ ทำอนาจาร ดื่มเหล้า มีโทษหนัก
ด้าน พ.ต.อ.เผด็จ ภู่บุบผากาญจน ผู้กำกับการฝ่ายอำนวยการ สำนักงานกฎหมายและคดี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวถึงปัญหาการคุกคามทางเพศ การลวนลาม ละเมิดสิทธิในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่าเป็นมรดกทางความคิดที่ตกทอดมาอย่างผิดๆ สร้างความเสียหาย ซึ่งมักจะได้ยินบ่อยๆ ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ตำรวจไม่ควรเคร่งครัดมากเกินไป แต่ในความเป็นจริงกฎหมายไม่มีเว้นวรรคให้กับช่วงเวลาใด การไม่บังคับใช้กฎหมายจะนำพามาซึ่งความปั่นป่วนในสังคม ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการใช้เสรีภาพเกินขอบเขต เป็นการใช้สิทธิเกินส่วนของคนบางกลุ่ม กระทบต่อผู้อื่นและเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผู้ก่อเหตุต้องรับผลแห่งการกระทำนั้น และที่สำคัญต้องรู้ว่าเหตุจากการมึนเมาจะนำมากล่าวอ้างในการบรรเทาโทษใดๆ มิได้

รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 27 ระบุไว้ชัดว่า บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายมีสิทธิและเสรีภาพ และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ตรงนี้เป็นหลักประกันเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่ชัดเจน ส่วนปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงสงกรานต์ และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา อาทิ การคุกคามทางเพศ จับก้นจับหน้าอก อวัยวะเพศ กระทำอนาจารผู้อื่น โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ การอนาจาร ซึ่งหมายถึงกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล เปลือย เปิดเผยร่างกาย หรือลามก มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท รวมทั้ง การเมาประพฤติตนวุ่นวายในที่สาธารณะ โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท  

ส่วนความผิดเกี่ยวตาม พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีอยู่หลายมาตรา เช่น ห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี หรือขายให้คนเมาครองสติไม่ได้ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, ห้ามดื่มบนรถขณะรถอยู่บนทาง วิ่งหรือจอดบนถนน โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, การห้ามขายบนทาง ถนน ไหล่ทาง, ห้ามจัดส่งเสริมการขายลด แลก แจกแถม ก็มีโทษเท่ากัน  

ส่วน พ.ร.บ.จราจร พ.ศ. 2522 กรณีเมาแล้วขับ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับที่ต้องนำมาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments