728 x 90

เจาะรายได้แบงก์ไทย ปี 61 ในยุคก้าวสู่สังคมไร้เงินสด

img

ภาพรวมของผลประกอบการธนาคารยักษ์ใหญ่ในไทยในปี 2561 ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากการประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านทางช่องทางดิจิทัล รวมถึงการฉีดเม็ดเงินในการพัฒนาระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม

ขณะที่ในปี 2562 แม้ว่าแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกจะยังคงมีความไม่แน่นอน แต่ปัจจัยภายในประเทศ ทั้งการดำเนินนโยบายของภาครัฐ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงบรรยากาศจากการเลือกตั้ง ซึ่งทำให้มีทิศทางในเชิงบวก โดยที่หลายธนาคารมีการตั้งเป้าการขยายตัวด้านรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงยกระดับการให้บริการท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคสังคมไร้เงินสด

ซึ่งจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ หลายธนาคารยังคงสามารถรักษาผลการดำเนินงานให้เติบโตอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันมีแนวทางการบริหารฐานะการเงินด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องและเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่สามารถรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตและความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อให้ธนาคารมีเสถียรภาพทางการเงินที่ยั่งยืน

1. ธนาคารไทยพานิชย์
สำหรับกำไรสุทธิประจำปี 2561ของธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัทย่อย มีจำนวน 40,068 ล้านบาท (งบการเงินรวมก่อนตรวจสอบ) ซึ่งเป็นจำนวนที่ลดลง 7.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนแต่รายได้จากการดำเนินงานของธนาคารยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวน 138,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5% จากปีก่อน เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโต 4.4%

ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยปรับตัวลดลง 4.7%ซึ่งการยกเลิกค่าธรรมเนียมธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล การชะลอตัวของธุรกิจประกันภัย และการลดลงของค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศในครึ่งปีหลัง เป็นสาเหตุหลักของการลดลงของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย

นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของธนาคารเพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการ Transformationซึ่งมีความคืบหน้าอย่างเด่นชัด โดยมีจำนวนผู้ใช้งานดิจิทัล 9 ล้านรายในปี 2561 และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้งานดิจิทัลเป็น 12 ล้านรายภายในปี 2562  ทั้งนี้ด้วยเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อรวมที่ 5-7% ในปี 2562 ธนาคารมุ่งเน้นการขยายสินเชื่อของลูกค้าบุคคล และสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก อาทิ บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล แสวงหาโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งและนำเทคโนโลยีดิจิทัลภายใต้โครงการ Transformation มาใช้เพื่อลดต้นทุนในการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

2. ธนาคารกสิกรไทย
ผลการดำเนินงานสำหรับปี 2561 ของธนาคารและบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิจำนวน 38,459 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนจำนวน 4,121 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12.0% โดยเกิดจากธนาคารมีการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลดลง ซึ่งสอดคล้องกับคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร นอกจากนี้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นจำนวน 4,377 ล้านบาท หรือ 4.65%

โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ อยู่ที่ระดับ 3.39% สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 5,750 ล้านบาท หรือ 9.17% ซึ่งเป็นผลมาจากการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านช่องทางดิจิทัล และรายได้สุทธิจากการรับประกันภัยลดลง ในขณะที่รายได้จากผลิตภัณฑ์ตลาดเงินเพิ่มขึ้นจากธุรกรรมอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้นจำนวน 1,976 ล้านบาท หรือ 2.98% เกิดจากค่าใช้จ่ายทางการตลาด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ อยู่ที่ระดับ 43.96%

3.  ธนาคารออมสิน
ผลการดำเนินงานประจำปี 2561 ธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ผลประกอบการปี 2561 เบื้องต้นมีกำไรสุทธิ 36,310 ล้านบาท มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกว่า 64,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการบริหารพอร์ตสินทรัพย์ และหนี้สินให้สอดคล้องกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาด และการบริหารสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับมีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยกว่า 18,000 ล้านบาท สูงกว่าปีก่อน 7,900 ล้านบาท โดยเฉพาะกำไรจากการขายเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมจากบริการเงินกู้ ธุรกิจบัตรและอิเล็กทรอนิกส์ และรายได้ค่านายหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับปรุงผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่สิ้นปี 2561 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 2,710,350 ล้านบาท สินเชื่อรวม 2,111,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 97,776 ล้านบาท มีเงินรับฝากฯ 2,298,412 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 1 ของระบบธนาคารไทย ด้วยผลิตภัณฑ์เงินฝากที่หลากหลายตอบสนองความต้องการของผู้ออมเงินอย่างต่อเนื่อง ทั้งเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ สลากออมสินพิเศษ 3 ปี สลากออมสินพิเศษ 5 ปี รวมถึงมีช่องทางการให้บริการดิจิทัล ซึ่งทำให้เกิดความคล่องตัว และรวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้มีสัดส่วน Electronic Transaction กว่าร้อยะ 74 ของ Transactionรวม

ส่วนหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ มีเพียง 2.15% ของสินเชื่อรวม ซึ่งต่ำสุดเมื่อเทียบกับภาพรวมในระบบธนาคารพาณิชย์ และมีความมั่นคงทางการเงินจากระดับเงินกองทุนที่สูงกว่า 180,000 ล้านบาท ขณะเดียวกันธนาคารได้นำส่งรายได้แผ่นดินในปี 2561 สูงถึง 20,054 ล้านบาท เป็นอันดับ 4 ของรัฐวิสาหกิจ และเป็นอันดับ 1 ของสถาบันทางการเงินของรัฐ

ทั้งนี้ในปี 2562 ตั้งเป้ากำไรไว้ที่ 32,000 ล้านบาท สินทรัพย์ 2,830,000 ล้านบาท สินเชื่อเพิ่มขึ้นสุทธิ 96,200 ล้านบาท เงินฝากเพิ่มขึ้น 94,000 ล้านบาท หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่ำกว่า 3% และตั้งเป้าผู้ใช้บริการแอปพลิเคชัน MyMo ไว้ที่ 8 ล้านราย ภายในปี 2562

4. ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของธนาคารประจำปี 2561 มีกำไรสุทธิจำนวน 6.9 ล้านบาท ลดลง 378 ล้านบาท หรือ 98.2% เมื่อเทียบกับปี 2560, มีกำไรก่อนภาษีเงินได้ 271.2 ล้านบาท ลดลง 217.6 ล้านบาท หรือ 44.5% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 9.6% และการลดลงของรายได้จากค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 7.0 % และรายได้อื่น 2.6 %

ขณะเดียวกันมีรายได้จากการดำเนินงานปี 2561 จำนวน 13,536.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 จำนวน 381.7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.9 % ซึ่งเป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 544.3 ล้านบาท หรือ 5.3% จากการขยายตัวของสินเชื่อ และการเพิ่มของรายได้ดอกเบี้ยจากเงินลงทุน

ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง 136.5 ล้านบาท เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ รายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 26.0 ล้านบาท นอกจากนี้เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชีของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 227.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน, มีเงินฝาก 234.3 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% และอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก เพิ่มขึ้นเป็น 97.2% จากเดิมอยู่ที่ 96.8%

5. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา
แม้ว่ามีปัจจัยท้าทายจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ กรุงศรียังคงส่งมอบผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในปี 2561 ด้วยผลกำไรสุทธิสูงถึง 24,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 คิดเป็น 6.9% ซึ่งปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ การเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 161 พันล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม รวมทั้งการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจโดยรวมในปี 2562 ธนาคารยังคงต้องระมัดระวังปัจจัยภายนอกประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวต่อเนื่อง และมีอัตราการเติบโตที่ 4.1% ด้วยปัจจัยหนุนจากการลงทุนที่เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น และการเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐ ผนวกกับแนวโน้มนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ธนาคารจึงคาดว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อในปีนี้จะอยู่ในช่วง 6-8%

โดยในปี 2561กรุงศรีซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินฝาก และเป็นหนึ่งในห้าสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) มีสินเชื่อรวม 1.67 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.43 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.2 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 228.98 พันล้านบาทหรือเทียบเท่า 15.13% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นของเจ้าของคิดเป็น 11.59%

6. ธนาคารกรุงเทพ
สำหรับผลการดำเนินงานปี 2561 ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 35,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% จากปี 2560 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานจำนวน 121,401 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 7.1% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2.40% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 9.1%

แม้ว่าจะมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิของธนาคารและบริษัทย่อย ยังคงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน เนื่องจากค่าธรรมเนียมจากบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวมเติบโตดี

ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2561 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,083,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากสิ้นปี 2560 จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ สินเชื่อลูกค้าบุคคล และสินเชื่อกิจการต่างประเทศ สำหรับอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อรวมลดลงเป็น 3.4% ขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 190.9%

7. ธนาคารธนชาติ
ผลการดำเนินงานของธนาคารและบริษัทย่อยในปี 2561 ของธนาคาร ยังคงเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการให้ตอบสนองตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 14,703 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เฉลี่ยปีละประมาณ 10% รายได้จากดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 5.53% จากสินเชื่อที่เติบโตขึ้น 5.88% โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เติบโตสูงถึง 13.44% รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 2.95% จากกำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง

ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 0.43% และมีค่าใช้จ่ายหนี้สูญ และหนี้สงสัยจะสูญลดลง ส่งผลให้ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรก่อนภาษีเงินได้ในปี 2561 เท่ากับ 17,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.46% จากปีก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ภาษีเงินได้มีการปรับเพิ่มขึ้นเนื่องจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีของธนาคารได้หมดไปตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา

8. ธนาคารทิสโก้
ผลการดำเนินงานของกลุ่มทิสโก้รอบปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 7,016 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.2% จากการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลัก และการรับรู้กำไรพิเศษจากเงินลงทุนและการขายธุรกิจ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 9.1% จากความสามารถในการรักษาอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรวม และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการรับโอนธุรกิจลูกค้ารายย่อย นอกจากนี้ ธุรกิจนายหน้าประกันภัยและธุรกิจตลาดทุนสามารถขยายตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยรวมขยายตัว 8.7%

ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.86% จากการปรับปรุงวิธีการจัดชั้นคุณภาพสินทรัพย์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น ตามนโยบายการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวัง และด้วยระดับการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพียงพอ อัตราส่วนของเงินสำรองรวมของธนาคารต่อสำรองพึงกันตามเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงสูงถึง 230%

โดยปี 2562 ธนาคารจะยกระดับบริการให้คำปรึกษาทางการเงินอีกขึ้น สู่การเป็น Holistic Financial Advisory แนะนำวางแผนการเงินการลงทุน และประกันความเสี่ยงอย่างครอบคลุม เพื่อสร้างความมั่นคง และเป็นโอกาสทางธรุกิจในยุคสังคมผู้สูงอายึ และเทรนด์การตื่นตัวด้านสุขภาพ พร้อมพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์ม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments