728 x 90

2 นักวิจัยไทย ดำน้ำสำรวจขั้วโลกเหนือ พบน้ำแข็งก้อนยักษ์ละลาย น้ำทะเลอุ่นขึ้น 5 องศา

img

หลังจากที่ประเทศไทยส่ง 2 นักวิจัยไทยที่ได้รับคัดเลือก ซึ่งเป็น 2 คนแรกของทวีปเอเชีย ให้เข้าร่วมเดินทางกับทีมวิจัยสำรวจอาร์กติก เพื่อดำน้ำสำรวจใต้ทะเลอาร์กติก โดยจะเป็นการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของสภาวะโลกร้อน และขยะพลาสติกขนาดเล็กที่มีต่อสัตว์ทะเลหน้าดินที่ทะเลอาร์กติก



รศ.ดร.สุชนา ชวนิตย์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักวิจัยที่เดินทางไปสำรวจครั้งนี้ เล่าว่า จากการเดินทางไปยังเหนือสุดของโลก ที่หมู่เกาะสวาลบาร์ด ประเทศนอร์เวย์ และดำน้ำที่ความลึกประมาณ 20 เมตร พบสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาสภาวะโลกร้อนมากขึ้น เช่น น้ำแข็งก้อนใหญ่ละลายจนแทบไม่หลงเหลือให้เห็น ถัดมาคือพบแมงกะพรุนจำนวนมาก ทั้งที่จริงจะต้องไม่มีมากขนากนี้ เพราะแมงกะพรุนไม่สามารถอาศัยอยู่ในน้ำเย็นจัดได้ ถือเป็นตัวชี้วัดได้ว่าอุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น จนสร้างการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ



ส่วนบนบก บริเวณชายหาดแห่งนี้ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่แล้ว แต่พบขยะพลาสติกจำนวนมากลอยตามกระแสน้ำมาติดที่ชายฝั่ง จนเรียกได้ว่าทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยขยะ ผิดจากที่คาดการณ์ไว้ว่ายิ่งห่างไกลมนุษย์มากเท่าใดต้องมีขยะน้อยลง สะท้อนให้เห็นว่าทุกกิจกรรมของมนุษย์ทั่วโลก ก่อให้เกิดมลพิษลอยตามกระแสน้ำ กระแสลมไปสะสมอยู่ที่ขั้วโลกเหนือ เสมือนเป็นภาชนะรองรับสิ่งปฏิกูลที่แท้จริง



ขณะที่หมีขาว ก็ต้องกินจำพวกมอสตามหน้าผา แทนจากเดิมที่จะต้องออกล่าแมวน้ำ แต่เมื่อแผ่นน้ำแข็งในทะเลน้อยลง จึงไม่มีพื้นที่ให้หมีขาวไปเกาะเพื่อเป็นที่พักอาศัย และหาอาหาร ซึ่งอาจส่งผลให้หมีขาวสูญพันธุ์ได้ในอนาคต รวมถึงกวางเรนเดียร์  ที่ปกติจะต้องกินมอสเป็นอาหาร ก็เปลี่ยนมากินสาหร่ายทะเลที่ลอยมาติดตามชายหาดแทน เพราะหญ้าและมอสเติบโตน้อย และถูกหมีขาวแย่งกินมอสด้วย ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขั้วโลกเหนือขณะนี้ เป็นผลมาจากภาวะโลกร้อนทั้งสิ้น



สำหรับตะกอนดิน และสัตว์น้ำ ทั้งปลา ปู หอย ดอกไม้ทะเล และเพียงหัวหอมที่นักวิจัยเก็บมา เพื่อศึกษาว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้กินอาหารอะไรเข้าไปบ้าง รวมถึงค้นหาว่าภายในกระเพาะอาหาร มีเศษขยะมากน้อยเพียงใดนั้น ต้องใช้เวลาประมาณ 3 - 6 เดือน แต่เบื้องต้นได้สันนิษฐานว่าหาเจอขยะบนบกแล้ว ในน้ำก็น่าจะมีขยะพลาสติกขนาดไมโครอยู่เต็มไปหมด รวมถึงในกระเพาะของสิ่งมีชีวิตด้วย



อีกสัญญาณที่บ่งบอกถึงภาวะโลกร้อนได้ชัดเจนที่สุด เห็นจะเป็นอุณหภูมิขั้วโลกเหนือที่สูงเกินว่า 5 องศาไปมากแล้วในขณะนี้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์หลายประเทศตกใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าสหประชาชาติจะออกประกาศให้ทุกประเทศช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนแปลงในขั้วโลกเหนือ - ขั้วโลกใต้แล้วก็ตาม ซึ่งปัญหาเหล่านี้ จะส่งผลกระทบให้เกิดภัยพิบัติธรรมชาติได้ในอนาคต

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments