728 x 90

เทศกาลสงกรานต์ 2561 ของคนกรุงเทพฯ

img

สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องเทศกาลสงกรานต์2561ของคนกรุงเทพฯ กรณีศึกษาตัวอย่างคนทำงานที่มีอายุ 20-55 ปี จำนวนทั้งสิ้น 1,215ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 17-31 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา พบว่า

ผลสำรวจพบว่า ตัวอย่างร้อยละ 47.65 เป็นชาย และร้อยละ 52.35 เป็นหญิง

เมื่อพิจารณาจำแนกเป็นอายุ พบว่า
ร้อยละ 24.24 มีอายุ 20-29 ปี
ร้อยละ 28.77 มีอายุ 30-39 ปี
ร้อยละ 29.60 มีอายุ 40-49 ปี
ร้อยละ 17.39 มีอายุ 50-55 ปี

ด้านสถานภาพสมรส พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 29.29 เป็นโสด ร้อยละ 61.63 สมรสแล้ว และร้อยละ 9.08 เป็นหม้าย/หย่า/แยกกันอยู่

ส่วนการศึกษาที่สำเร็จมาชั้นสูงสุด พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 34.21 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 62.98 ระดับปริญญาตรี และร้อยละ 2.81 ระดับสูงกว่าปริญญาตรี

ส่วนรายได้ส่วนตัวเฉลี่ยต่อเดือน พบว่า
ร้อยละ 71.70 มีรายได้ 15,001-25,000 บาท
ร้อยละ 18.48 มีรายได้ 25,001-35,000 บาท
ร้อยละ 9.82 มีรายได้สูงกว่า 35,000 บาท

สำหรับอาชีพ พบว่า
ร้อยละ 53.80 อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน
ร้อยละ 13.97 อาชีพค้าขาย
ร้อยละ 11.65 อาชีพรับจ้างทั่วไป
ร้อยละ 11.57 อาชีพรับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ
ร้อยละ 8.60 อาชีพเจ้าของธุรกิจ
ร้อยละ 0.41 อาชีพอื่นๆ เช่น นักศึกษา แม่บ้าน พ่อบ้าน


ผลการสำรวจเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ 2561 พบว่า คนกรุงเทพฯ ได้ระบุความสำคัญใน 3 อันดับแรกของเทศกาลสงกรานต์ไว้ ดังนี้
1) เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย (ร้อยละ 43.41)
2) เป็นวันครอบครัว/วันรวมญาติ (ร้อยละ 24.38) และ
3) เป็นวันหยุดยาว ได้พักผ่อน (ร้อยละ 20.26)

ส่วนธรรมเนียมปฏิบัติที่ต้องทำในเทศกาลสงกรานต์เป็นประจำทุกปี พบว่า  
ร้อยละ 78.11 ระบุมีธรรมเนียมปฏิบัติเป็นประจำ ได้แก่
1) รดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ (ร้อยละ 47.69)
2) ทำบุญตักบาตร (ร้อยละ 23.95)
3) สรงน้ำพระ (ร้อยละ 18.26)
4) อีกร้อยละ 21.89 ระบุไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติเป็นประจำ

สงกรานต์กับคนกรุงเทพฯ
เมื่อให้คนกรุงเทพฯ เปรียบเทียบการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีในเทศกาลสงกรานต์ระหว่างปัจจุบันกับอดีต พบว่า
ร้อยละ 1.87 ระบุดีขึ้นกว่าเดิม
ร้อยละ 73.55 ระบุดีเหมือนเดิม
ร้อยละ 11.65 ระบุแย่เหมือนเดิม
ร้อยละ 12.93 ระบุแย่ลงกว่าเดิม

ส่วนสิ่งที่นึกถึงใน 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่
1) การรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ (ร้อยละ 77.12)
2) วันขึ้นปีใหม่ของไทย (ร้อยละ 69.96)
3) การสรงน้ำพระ (ร้อยละ 69.55)
4) วันครอบครัว (ร้อยละ 67.08)
5) การทำบุญตักบาตร (ร้อยละ 54.65) เป็นต้น

สงกรานต์กับคนกรุงเทพฯ
ด้านกิจกรรมใน 5 อันดับแรกที่คนกรุงเทพฯ ตั้งใจจะทำในเทศกาลสงกรานต์นี้ ได้แก่
1) ไปทำบุญ (ร้อยละ 76.22)
2) ทำกิจกรรมกับครอบครัว (ร้อยละ 54.83)
3) เยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง (ร้อยละ 47.32)
4) กลับภูมิลำเนาเดิม (ร้อยละ 36.17)
5) เที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว (ร้อยละ 29.31)

สงกรานต์กับคนกรุงเทพฯ
สำหรับค่าใช้จ่ายที่ตั้งใจจะใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ พบว่า เกินครึ่งหรือร้อยละ 59.57 ตั้งใจจะใช้จ่ายไม่เกิน 4,000 บาท มีเพียงส่วนน้อยหรือร้อยละ 8.04 ที่ตั้งใจจะใช้จ่ายมากกว่า 10,000 บาท โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ตั้งใจจะใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประมาณ 4,873 บาท

ด้านสถานที่ที่ตั้งใจจะเดินทางไปในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ พบว่า
ร้อยละ 42.01 ระบุเดินทางไปต่างจังหวัด
ร้อยละ 0.99 ระบุเดินทางไปต่างประเทศ
ร้อยละ 57.00 ระบุไม่ได้เดินทางไปไหน

สงกรานต์กับคนกรุงเทพฯ
สำหรับผู้ที่จะเดินทางได้ระบุพาหนะ 3 อันดับแรกที่จะใช้เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ได้แก่
1) รถยนต์ส่วนตัว รถเพื่อน ญาติพี่น้อง (ร้อยละ 60.50)
2) รถจักรยานยนต์ (ร้อยละ 19.59)
3) รถโดยสารประจำทาง (ร้อยละ 17.77) 


เมื่อสอบถามคนกรุงเทพฯ ถึงสิ่งที่กังวล 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ได้แก่
1) อุบัติเหตุ เมาแล้วขับ (ร้อยละ 92.59)
2) การทะเลาะวิวาท (ร้อยละ 73.31)
3) การลวนลามทางเพศ (ร้อยละ 63.10)
4) การเล่นน้ำที่ไม่สุภาพ (ร้อยละ 36.24)
5) แก๊งค์รถซิ่ง (ร้อยละ 25.95) ตามลำดับ

สำหรับความมั่นใจต่อการป้องกันอุบัติเหตุของหน่วยงานต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ พบว่า
ร้อยละ 28.95 ระบุมั่นใจมาก-มากที่สุด
ร้อยละ 65.10 ระบุมั่นใจปานกลาง
ร้อยละ 5.95 ระบุมั่นใจน้อย-น้อยที่สุด

สงกรานต์กับคนกรุงเทพฯ
ส่วนการคาดการณ์สถิติการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงสงกรานต์ปีนี้เทียบกับปีที่แล้ว พบว่า
ร้อยละ 5.23 ระบุอาจจะมากกว่าปีที่แล้ว
ร้อยละ 81.59 ระบุน่าจะพอๆ กับปีที่แล้ว
ร้อยละ 13.18 ระบุน้อยกว่าปีที่แล้ว


เมื่อให้คนกรุงเทพฯ ระบุข้อเสนอแนะเพื่อช่วยลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ใน 5 อันดับแรก ได้แก่
1) งดดื่มสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะขับขี่ / เมาไม่ขับ / ไม่ดื่มสุราจนขาดสติ (ร้อยละ 35.54)
2) ขับรถด้วยความระมัดระวัง / ตั้งสติในการขับรถ / ไม่ประมาท (ร้อยละ 24.93)
3) เล่นน้ำในขอบเขตที่กำหนดและรักษากฎระเบียบ เล่นน้ำด้วยความสุภาพ (ร้อยละ 9.99)
4) การแต่งกายเล่นน้ำของผู้หญิงให้สุภาพรัดกุม ไม่ล่อแหลม (ร้อยละ 8.58)
5) ตั้งด่านตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ขับรถเร็ว ขับรถโดยประมาท (ร้อยละ 6.72) เป็นต้น


จากผลสำรวจเกี่ยวกับเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ของคนกรุงเทพฯ พบว่า คนกรุงเทพฯ ยังคงให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว ในแง่ของการแสดงความกตัญญูต่อผู้ใหญ่ รวมทั้งการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและการทำบุญเนื่องในโอกาสปีใหม่ไทย แต่ก็ยังมีความกังวลเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเมาแล้วขับและทะเลาะวิวาท ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะมีมาตรการที่เข้มงวดในการลดปริมาณอุบัติเหตุให้น้อยลง เพื่อสร้างความมั่นใจ รวมทั้งลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments