728 x 90

เผยทุกสถิติทุกกิจกรรมของเทศกาลสงกรานต์

img

สถาบันวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอยูโพล) เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจเรื่องกิจกรรมของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 กรณีศึกษาตัวอย่างคนทำงานที่มีอายุ 20-55 ปี จำนวนทั้งสิ้น 1,239ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 24 มีนาคม–5 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา พบว่า

ตัวอย่างเกินครึ่งหรือร้อยละ 52.3 เป็นหญิง และร้อยละ 47.7 เป็นชาย
เมื่อจำแนกออกเป็น เจเนอเรชั่น พบว่า
ร้อยละ 24.71 มีอายุ 20-29 ปี 
ร้อยละ 29.09 มีอายุ 30-39 ปี 
ร้อยละ 29.34 มีอายุ 40-49 ปี และ
ร้อยละ 16.86 มีอายุ 50-55 ปี

ด้านสถานภาพสมรส พบว่า ร้อยละ 29.82 เป็นโสด ร้อยละ 63.24 สมรสแล้ว และร้อยละ 6.94 เป็นหม้าย/หย่า/แยกกันอยู่ 

ส่วนการศึกษาที่สำเร็จมาชั้นสูงสุด พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 50.80 สำเร็จการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี ร้อยละ 46.24 ระดับปริญญาตรี และร้อยละ 2.96 ระดับสูงกว่าปริญญาตรี 

ส่วนรายได้ส่วนตัวเฉลี่ยต่อเดือน พบว่า
ร้อยละ 31.77 มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท 
ร้อยละ 39.6 มีรายได้ 15,001-20,000 บาท 
ร้อยละ 11.8 มีรายได้ 20,001-25,000 บาท 
ร้อยละ 8 มีรายได้ 25,001-30,000 บาท และ
ร้อยละ 8.83 มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท

สำหรับอาชีพ พบว่า 
ร้อยละ 31.36 อาชีพพนักงานบริษัทเอกชน 
ร้อยละ 25.61 อาชีพค้าขาย 
ร้อยละ 15.8 อาชีพรับจ้างทั่วไป 
ร้อยละ 11.99 อาชีพเจ้าของธุรกิจ 
ร้อยละ 10.22 อาชีพรับราชการ/พนักงานรัฐวิสาหกิจ และ
ร้อยละ 5.02 อาชีพอื่นๆ เช่น แม่บ้าน สถาปนิก นักศึกษา

ผลสำรวจกิจกรรมของคนกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2560 พบว่า คนกรุงเทพฯ กว่าครึ่ง คือ ร้อยละ 57.07 ตั้งใจจะเดินทางไปต่างจังหวัด อีกร้อยละ 39.53 ไม่ได้เดินทางไปไหน และร้อยละ 3.40 ตั้งใจจะเดินทางไปต่างประเทศ โดยกิจกรรมที่ตั้งใจจะทำในวันหยุดเทศกาลปีใหม่ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว (ร้อยละ 44.70) 2) ไปทำบุญ (ร้อยละ 44.22) 3) กลับภูมิลำเนาเดิม (ร้อยละ 43.01) 4) เยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง (ร้อยละ 41.07) และ 5) เที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยว (ร้อยละ 33.31)   AU Poll

ด้านจำนวนเงินที่คาดว่าจะใช้จ่ายในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่นี้ ประมาณ 1 ใน 3 ของคนกรุงเทพฯ คาดว่าจะใช้จ่ายประมาณ 2,501-5,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 35.58 รองลงมา คาดว่าจะใช้จ่ายไม่เกิน 2,500 บาท คิดเป็นร้อยละ 23.72 คาดว่าจะใช้จ่ายประมาณ 7,501-10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 16.65 คาดว่าจะใช้จ่ายมากกว่า 10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 16.65 และคาดว่าจะใช้จ่ายประมาณ 5,001-7,500 บาท คิดเป็นร้อยละ 7.40 โดยมีจำนวนเงินเฉลี่ยที่คาดว่าจะใช้จ่ายต่อคนเท่ากับ 7,796.27 บาท และพาหนะ 5 อันดับแรกที่คนกรุงเทพฯ ตั้งใจจะใช้เดินทางในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ ได้แก่ 1) รถยนต์ส่วนตัว รถเพื่อน ญาติพี่น้อง (ร้อยละ 50.45) 2) รถโดยสารประจำทาง (ร้อยละ 16.68) 3) รถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) (ร้อยละ 14.00) 4) รถไฟ (ร้อยละ 6.27) และ 5) รถตู้ (ร้อยละ 5.53) AU Poll

ส่วนสิ่งที่นึกถึง 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ คือ ร้อยละ 72.55 นึกถึงการรดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่ ร้อยละ 69.15 นึกถึงวันครอบครัว ร้อยละ 67.13 นึกถึงการสรงน้ำพระ ร้อยละ 53.68 นึกถึงวันหยุดพักผ่อน และร้อยละ 45.99 นึกถึงการทำบุญตักบาตร เป็นต้น สำหรับสิ่งที่กังวล 5 อันดับแรกในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คนกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมด คือ ร้อยละ 91.91 กังวลเรื่องอุบัติเหตุ ร้อยละ 69.58 กังวลเรื่องการทะเลาะวิวาท ร้อยละ 51.62 กังวลเรื่องปัญหาการลวนลามทางเพศ ร้อยละ 39.64 กังวลเรื่องการเล่นน้ำที่ไม่สุภาพ เช่น ใช้อุปกรณ์เล่นน้ำที่แรงเกินไป ใช้น้ำแข็งสาด ใช้สารเคมีปนกับน้ำ และร้อยละ 32.36 กังวลเรื่องแก๊งค์รถซิ่ง เป็นต้น 

ด้านความมั่นใจต่อการป้องกันอุบัติเหตุของหน่วยงานต่างๆ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า คนกรุงเทพฯ ร้อยละ 43.21 มีความมั่นใจปานกลาง ร้อยละ 41.41 มีความมั่นใจมาก ร้อยละ 6.46 มีความมั่นใจน้อย ร้อยละ 6.22 มีความมั่นใจมากที่สุด และร้อยละ 2.70 มีความมั่นใจน้อยที่สุด ส่วนความคิดเห็นต่อมาตรการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า ร้อยละ 27.35 เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า เป็นการลดปัญหาต่างๆ ที่จะตามมา เช่น อุบัติเหตุ การทะเลาะวิวาท, เหล้าทำให้ขาดสติ, ทำให้เล่นน้ำสงกรานต์ได้สนุกสนานมากขึ้น อีกร้อยละ 8.09 ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า เป็นช่วงเทศกาลต้องมีการดื่มบ้าง บางคนที่ดื่มไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือดร้อน, อาจมีคนลักลอบขาย, ปัญหาที่จะตามมาอาจมีมากกว่า และร้อยละ 64.56 ไม่มีความเห็น AU Pollเกี่ยวกับปัญหาที่พบในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีที่แล้ว คนกรุงเทพฯ พบปัญหาต่างๆ ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) อุบัติเหตุบนท้องถนน (ร้อยละ 49.03) 2) การทะเลาะวิวาท / วัยรุ่นตีกัน (ร้อยละ 45.50) 3) รถติด (ร้อยละ 21.91) 4) การเล่นน้ำที่ไม่สุภาพ เช่น เล่นแรงเกินไป ลวนลามทางเพศ (ร้อยละ 19.68) และ 5) มีอาชญากรรมเกิดขึ้น เช่น การลักขโมย (ร้อยละ 10.31) เป็นต้น สำหรับข้อเสนอแนะของคนกรุงเทพฯ เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) ขับรถด้วยความไม่ประมาท มีสติ (ร้อยละ 33.23) 2) ตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวด / มีการกวดขันอย่างจริงจัง (ร้อยละ 18.85) 3) ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ร้อยละ 18.54) 4) ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด (ร้อยละ 17.29) และ 5) เมาไม่ขับ (ร้อยละ 13.44) เป็นต้น

จากผลการสำรวจจะเห็นได้ว่า คนกรุงเทพฯ กว่าครึ่งเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เพื่อไปฉลองสงกรานต์ร่วมกับคนในครอบครัว และไม่ลืมที่จะทำบุญและเยี่ยมเยียนญาติพี่น้องในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เรื่องค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์พบว่า คนกรุงเทพฯ ตั้งใจจะใช้จ่ายต่อคนประมาณ 7,800 บาท ซึ่งเป็นจำนวนไม่มากนัก อาจจะเป็นผลเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ด้านพาหนะที่คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่จะใช้เดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ รถยนต์ส่วนตัว รถเพื่อน ญาติพี่น้อง สำหรับสิ่งที่นึกถึงในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ การรดน้ำดำหัว ขอพรผู้ใหญ่ วันครอบครัว และการสรงน้ำพระ แต่สิ่งที่คนกรุงเทพฯ กังวลมากที่สุด คือ อุบัติเหตุในการเดินทาง การทะเลาะวิวาท และการลวนลามทางเพศ ซึ่งเป็นปัญหาที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามรณรงค์และแก้ไขมาโดยตลอดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี นอกจากนี้ คนกรุงเทพฯ ยังเสนอแนะให้ประชาชนขับรถด้วยความไม่ประมาท มีสติ ให้มีการตั้งด่านตรวจอย่างเข้มงวด / มีการกวดขันอย่างจริงจัง ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด และเมาไม่ขับ เป็นต้น จากข้อเสนอแนะเหล่านี้ จะเห็นได้ว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ยังกังวลในเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเกิดจากการเมาแล้วขับ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพื่อลดความสูญเสียในด้านชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเป็นการเพิ่มความมั่นใจของประชาชนในการร่วมเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย และเดินทางไปกลับในช่วงเทศกาลสงกรานต์โดยสวัสดิภาพ

 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments