728 x 90

อสังหาราคาพุ่ง สินเชื่อปีนี้คาดแตะ 7 แสนล้าน

img

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ส่งสัญญาณขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ดันให้ยอดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเติบโตตาม คาดปีนี้สินเชื่อปล่อยใหม่พุ่งแตะที่มูลค่า 7 แสนล้านบาท ด้านผู้บริโภคยังกังวลใจเรื่องราคาที่อยู่อาศัย ซึ่งมีราคาแพงเกินไป จี้รัฐช่วยหามาตรการช่วยเหลือ
คาดการณ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยปี 2561
ดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย คงระดับผ่อนปรนต่อไป
ด้วยทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลจากแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี ระบุว่าภาพรวมโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ ปี 2561 จะสร้างเสร็จกว่า 65,000 ยูนิต มากกว่าปีที่แล้วกว่า 15,000 ยูนิต ประกอบกับบรรยากาศการลงทุนส่งสัญญาณดีขึ้น ปัจจัยจากเศรษฐกิจที่ขยายตัว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวขึ้น ทำให้ความต้องการอสังหาริมทรัพย์ทุกประเภทเพิ่มขึ้น รวมถึงธนาคารมีการผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อที่พักอาศัย 

ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.50 ต่อปี เนื่องจากประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีทิศทางเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ การลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องและได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากโครงการภาครัฐที่ชัดเจนมากขึ้น ด้านการใช้จ่ายภาครัฐจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่มีความเสี่ยงจากการเบิกจ่ายที่อาจล่าช้า รวมทั้งหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง จึงทำให้กำลังซื้อฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งการขยายตัวของการท่องเที่ยวที่อาจตํ่ากว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังเกิดเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวล่มที่ จ.ภูเก็ต และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ 

คณะกรรมการ กนง. เห็นว่านโยบายการเงินที่ผ่อนคลายในระดับปัจจุบันจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจ และสอดคล้องกับกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ 

คุณกิตติ พัฒนพงศ์พิบูล ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า หลายฝ่ายยังคงเฝ้าจับตามองสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งตนมองว่าเรื่องอัตราดอกเบี้ยคงไม่มีการขึ้นแบบพรวดพราด โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยตัวเลขสินเชื่อปล่อยใหม่ในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว จึงคาดการณ์ว่าปีนี้มูลค่าน่าจะแตะ 7 แสนล้านบาท มากกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งมีมูลค่า 6 แสนล้านบาท ขณะที่ยอดรวมสินเชื่อบ้านคงค้าง คาดว่าจะขยายตัว 7-8% จากเดิมอยู่ที่ 3.5 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 3.7 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันยังได้มีการเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ เกี่ยวกับโครงการสนับสนุนให้คนออมก่อนกู้ ซึ่งจะมีโบนัส (Savig Bonus) ให้กับผู้ที่วางแผนซื้อบ้านระยะยาว ด้วยวิธีการออมเงินดาวน์ ซึ่งมาตรฐานโลกมีการออมอยู่ที่ 20% ทำให้การกู้เงินซื้อบ้านทำได้ง่ายขึ้น โดยในขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการฯ

แบงก์ตอบรับชะลอขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้
ขณะที่สถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชนต่างมีท่าทีทันทีหลังจาก กนง. ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ โดยคุณณัฐพล ลือพร้อมชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกรุงศรี แสดงความเห็นต่อความกังวลของผู้บริโภคเรื่องอัตราดอกเบี้ยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประกาศอัตราดอกเบี้ยอย่างชัดเจนว่าขึ้นหรือไม่ แต่จากกระแสที่ออกมาอาจจะมีผลในเชิงจิตวิทยาของผู้บริโภค ทำให้ตัดสินใจซื้อบ้านเร็วขึ้น เพราะคาดการณ์ว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับที่ตํ่า ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลังผู้ประกอบการต่างจัดโปรโมชั่นรวมกับสถาบันการเงินค่อนข้างเยอะ ทั้งนี้ สินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นการกู้ระยะยาว 20-30 ปี ฉะนั้นมีโอกาสที่จะพบอัตราดอกเบี้ยที่ถูกหรือแพงตามช่วงจังหวะต่างๆ ส่วนแนวโน้มการปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคต สถาบันการเงินจะเริ่มปรับจากการเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยคงที่ เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว แม้จะทำให้แรงจูงใจของผู้บริโภคเลือกตัดสินใจใช้สินเชื่อบ้านลดลง แต่จะมีการเสนออัตราดอกเบี้ยลอยตัวที่ตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยคงที่มาทดแทน ทั้งนี้ ธนาคารกรุงศรีประเมินว่า ยอดสินเชื่อปล่อยใหม่ปีนี้อยู่ที่ 6.3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% ส่วนสินเชื่อคงค้าง 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีที่แล้ว

สอดคล้องกับมุมมองของ คุณอลงกต บุญมาสุข ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายบริหารพันธมิตรและส่งเสริมการตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารกสิกรไทย ซึ่งกล่าวว่า หลายฝ่ายกังวลใจว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับขึ้นหรือไม่ ซึ่งสถาบันการเงินบางแห่งยังไม่มีปรับดอกเบี้ย ขณะที่บางแห่งอาจจะลดดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกของปีมากพอสมควร ดังนั้นครึ่งหลังของปีจึงมีการปรับขึ้นมาให้อยู่ในระดับปกติ โดยส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 0.5% ทั้งนี้ ธ.กสิกรไทยตั้งเป้ายอด สินเชื่อปล่อยใหม่อยู่ที่ 6.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 6-8% จากปัจจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวประมาณ 8%

ด้าน คุณฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2561 ว่ายอดสินเชื่อปล่อยใหม่อยู่ที่ 1.05 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 53.67% โดยเป็นผู้มีรายได้น้อยและปานกลางวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท 5.14 หมื่นราย นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2496 ที่ภายใน 6 เดือนแรก สามารถปล่อยสินเชื่อได้ทะลุ 1 แสนล้านบาท ดันยอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1.07 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.62% ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารวันที่ 27 ส.ค.นี้ จะมีการเสนอโครงการบ้านล้านหลัง ระยะแรก 1 แสนยูนิต ราคาเฉลี่ยต่อยูนิตไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยเตรียมวงเงินสินเชื่อไว้ที่ 5 หมื่นล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี และอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปี เฉลี่ยที่ 3% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าตลาด ระยะเวลาการกู้นานสุด 40 ปี จะมีอัตราการผ่อนต่อเดือนไม่ถึง 4 พันบาท เพื่อให้ผู้ที่มีรายได้น้อย-ปานกลางสามารถกู้ซื้อที่อยู่อาศัยได้ไม่ยาก ตามนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนให้คนไทยมีบ้าน โดยจะนำเสนอกระทรวงการคลังพิจารณาในเดือน ก.ย. นี้ คาดว่าจะทันดำเนินการภายในสิ้นปีนี้ 
สินเชื่อที่อยู่อาศัย

สินเชื่อที่อยู่อาศัย

สินเชื่อที่อยู่อาศัย
ผู้บริโภคชี้ราคาที่อยู่อาศัยแพงเกินไป
แม้ภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่จากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยดีดีพร็อพเพอร์ตี้ พบว่าดัชนีความพึงพอใจที่มีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของผู้บริโภคในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2561 ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 57% และลดลงอย่างมากจากเมื่อ 3 ปีก่อนหน้าที่ดัชนีความพึงพอใจของผู้บริโภคสูงถึง 68% โดยมีความสามารถในการซื้อที่ลดลง อีกทั้งผู้บริโภคส่วนใหญ่กว่า 70% มองว่าอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีราคาแพงกว่าที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกันกว่า 61% ยังมองว่าภาวะเศรษฐกิจยังไม่ปรับตัวดีขึ้น ส่วน 83% ยังมองว่าอสังหาริมทรัพย์จะมีมูลค่าสูงขึ้นภายใน 1-5 ปี 
มุมมองผู้บริโภคต่อสภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์
กลุ่มมิลเลนเนียลปลาตัวใหญ่ยุคใหม่
ขณะเดียวกันคาดการณ์ว่าในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า กลุ่มมิลเลนเนียล (ปัจจุบันอายุ 18 - 34 ปี) จะเป็นกลุ่มที่จะมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงในเชิงสังคมและเศรษฐกิจ โดยที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นตลาดใหญ่ของภาคอสังหาริมทรัพย์ 

จากผลสำรวจกำลังซื้อของกลุ่มมิลเลนเนียล โดยดีดีพร็อพเพอร์ตี้ ระบุว่าปัจจุบันกลุ่มมิลเลนเนียลกว่า 50% ยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ด้วย 5 เหตุผลหลักคือ ต้องการดูแลพ่อแม่, มีเงินออมไม่มากพอที่จะซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง, ยังไม่แต่งงาน, บ้านที่อาศัยอยู่ปัจจุบันมีขนาดใหญ่เพียงพอ และเล็งเห็นว่าราคาที่อยู่อาศัยแพง จึงเลือกเก็บเงินดีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปัจจุบันคนกลุ่มมิลเลนเนียลจะยังไม่ได้ออกไปมีที่อยู่อาศัยเอง แต่ก็พบว่า 45% มีแผนที่จะแยกออกไปอยู่เองเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป และกว่า 65% มีแผนการเก็บเงินในแต่ละเดือนเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย โดยคาดว่าจะมีกำลังซื้ออยู่ระหว่าง 1-4 ล้านบาท

ขณะที่สถาบันการเงินยังคงชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่มองหาบ้าน-คอนโดฯ แต่ทั้งนี้คงต้องศึกษาอย่างถี่ถ้วนถึงความสามารถในระยะยาวของตนเอง เพื่อไม่ทำให้เป็นการสร้างหนี้ที่เกินภาระของตนเอง 


คุณกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้
“ผู้บริโภคยังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง แต่ประเด็นด้านราคาเป็นปัจจัยสำคัญ ที่มีผลต่อการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านหลังแรก ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนเริ่มทำงาน เริ่มมีครอบครัว แต่กำลังซื้อไม่ได้สูงมาก และแม้จะมีความต้องการว่าจะตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย แต่หากในอีก 6 เดือนข้างหน้า ราคาอสังหาริมทรัพย์ยังเข้าถึงยาก ก็อาจจะไม่เกิดเป็นการตัดสินใจซื้อได้จริง” 
คุณกมลภัทร แสวงกิจ ผู้จัดการใหญ่ประจำประเทศไทย ดีดีพร็อพเพอร์ตี้

[English]
Thailand’s Booming Property Sector Likely as Worries of Higher Interest Rates Set In
Thailand’s property development continues growing as the latest survey by CBCRE suggested that more than 65,000 condominium units will be completed by the end of 2018, up from last year by over 15,000 units, likely on the back of an improvement in domestic investment, ongoing economic recovery and stronger consumer confidence.

Demand for property has also been boosted after the Bank of Thailand’s Monetary Policy Committee voted again on August 8 to keep the country’s benchmark interest rate at 1.5% because the central bank expects the local economy to carry on the expansion while the inflation rate should still be rising at an expected pace and private investment is projected to grow further as more public investment plans materialized.

The Housing Finance Association noted that many are still keeping a close eye on Thailand’s economic situation although they also believe the country’s interest rates will not rise drastically yet.

The Association forecast total mortgage approval to grow to around 700 billion baht this year from some 600 billion baht in 2017, while outstanding mortgage is expected to grow 7%-8% to 3.7 trillion baht from 3.5 trillion baht.

Both state-run and private financial institutions have agreed that worries of higher interest rates may force consumers to decide to buy property sooner than they thought and some banks already collaborated with property developers to come up with new promotional campaigns to encourage home-buyers to make their purchasing decisions as soon as possible.

However, a survey by DDproperty found consumer satisfaction in the property sector fell significantly to 57% in the first half of this year from 68% recorded three years ago, as many viewed current property prices as higher than they should and the local economy is yet to make a strong recovery.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments