728 x 90

ปราบปรามเกมล้มโต๊ะ

img
โดย++ เกรียน Bond ไทย

บอลไทยลีกปิดฤดูกาลไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน แฟนบอลอย่างเราก็นึกว่าจะต้องทนเงียบเหงาไปอีกหลายเดือน แต่ที่ไหนได้ อยู่ๆ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ก็จัดแถลงข่าวที่เรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลบ้านเราเลยทีเดียว

ข่าวช็อควงการที่ว่าก็คือการปราบปรามขบวนการล็อคผลการแข่งขันในไทยลีก พร้อมทั้งออกหมายจับ 12 ผู้ต้องสงสัยที่มีส่วนพัวพัน ประกอบด้วย นักเตะ 5 ราย, ผู้ตัดสิน 1 ราย, ผู้ช่วยผู้ตัดสิน 1 ราย, ผู้บริหารสโมสร 1 ราย รวมไปถึงนายทุนหรือตัวแทนนายทุน อีก 4 ราย หลังตามสืบและหาหลักฐานกันมาร่วมปี

ถ้าถามว่าขบวนการนี้ทำงานอย่างไร ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าการล็อคผลการแข่งขันและการล้มบอลนั้น มีความคล้ายแต่ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ การล้มบอลนั้น คือการแกล้งแพ้เอื้อประโยชน์ให้กับคู่แข่ง ซึ่งสมัยก่อนอาจเป็นในรูปแบบของการขอ (โดยผู้หลักผู้ใหญ่) และตอบแทนในรูปแบบของเงินหรือผลประโยชน์ต่างๆ หรือในช่วงท้ายฤดูกาลบางทีมที่ไม่มีลุ้นอะไร ก็อาจรับงาน ให้ทีมที่มีลุ้นแชมป์และหนีตกชั้นได้แต้มที่ต้องการ

กรณีดังกล่าวต่างกับการล็อคผลการแข่งขัน ที่เป็นการรับจ้างนายทุน ทั้งจากฝั่งโต๊ะและผู้เล่นพนัน เพื่อสร้างผลการแข่งขันให้เป็นไปตามที่ต้องการ เช่น หากอัตราต่อรองสูสี ก็อาจไปจ้างฝั่งที่เป็นรองเพื่อทำให้ทีมแพ้แบบโดนถล่มยับ

ความยากของการล็อกเพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการนั้น คือตัวแปรต่างๆ ที่มีมากกว่าการล้มบอลเฉยๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นของทั้ง 2 ทีม รวมไปถึงกรรมการและผู้ช่วยผู้ตัดสิน แต่โดยปกติแล้วการล็อคผลการแข่งขันส่วนใหญ่จะเป็นการว่าจ้างนักฟุตบอลมากกว่า เพราะนักเตะคือคนที่เป็นผู้ครองบอลและสามารถสร้างผลการแข่งขันที่ต้องการได้ ส่วนกรรมการนั้น ทำได้เพียงแค่เอื้อให้เกิดสถานการณ์ที่เป็นต่อหรือเป็นรองเท่านั้น ทั้งการเป่าฟาวล์, ให้ จุดโทษ, แจกใบเหลืองและใบแดง

ด้วยเหตุนี้จึงมีกฎห้ามไม่ให้นักกีฬา โค้ช หรือคนที่มีส่วนร่วมในการแข่งขันยุ่งเกี่ยวกับการพนัน ยกตัวอย่างเช่น หากโค้ชพนันว่าสกอร์รวมจะออกมาสูง เขาก็อาจสั่งให้ลูกทีมเดินเกมบุกเต็มที่ เพื่อให้ยิงประตูได้เยอะ และสั่งให้กองหลังดันสูงเพื่อเติมเกม แม้จะเสี่ยงกับการโดนสวนกลับแล้วเสียประตู แต่ประตูรวมที่เกิดขึ้น ก็ยังเป็นสกอร์สูงอยู่ดี

ความผิดเหล่านี้มีระบุไว้ใน พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ (พ.ร.บ.กีฬาอาชีพ) พ.ศ. 2556 มาตรา 64, 65, 66 และ 67 ทั้งผู้ว่าจ้างและนักกีฬา มีสิทธิ์ถูกจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 - 500,000 บาท ในขณะที่ผู้ตัดสินจะโดนลงโทษหนักกว่า เพราะจะโดนจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 300,000 - 600,000 บาท

ถามว่าการล็อคผลการแข่งขันแบบนี้ จะส่งผลอะไรนอกเหนือไปจากผลประโยชน์ของนายทุน สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือเรื่องของตารางคะแนน ที่จะส่งผลถึงการเลื่อนชั้นตกชั้น อาจทำให้บางทีมสูญเสียรายได้หลายหลักสิบล้านบาท นอกจากนั้นยังส่งผลไปถึงความน่าเชื่อถือของวงการฟุตบอลไทยและอาจกระทบไปถึงโควต้าการแข่งขันในระดับนานาชาติด้วย

เชื่อเหลือเกินว่าการจับกุมครั้งนี้ จะช่วยยกระดับวงการฟุตบอลไทยได้อีกโข และนี่คงเป็นเป็นแค่จุดเริ่มต้นของการกวาดล้างเท่านั้น จึงขอเอาใจช่วยทีมสอบสวนให้ขยายผลเพื่อหาทางจับให้ได้ทั้งขบวนการโดยเร็วนะจ๊ะ  

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments