728 x 90

ชอปออนไลน์ยังไงไม่ให้ชีวิตพัง

img
โดย++ ชนาธิป จริยาวิโรจน์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายส่งเสริมความรู้ทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย

ทุกวันนี้ดูเหมือนว่าข้อมูลต่างๆ ที่ถูกเชื่อมโยงกันอยู่บนโลกออนไลน์จะช่วยอำนวยความสะดวกให้เราไปเสียทุกอย่าง นึกอะไรไม่ออกก็แค่ Search ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถจัดการเรื่องต่างๆ ได้รวดเร็วทันใจ ไม่ว่าจะซื้อของ จองที่พัก ชนิดที่ว่าเพียงไม่กี่คลิกก็ทำได้ครบ จบที่หน้าจอ 

ในปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งานธุรกรรมออนไลน์ทั่วโลกจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกประจำปี 2560 ที่ จัดทำโดย Paypal และ Ipsos ได้เผยว่า ปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตของตัวเลขนักชอปออนไลน์คือความสะดวกของการชอปปิงออนไลน์นั่นเอง

แต่ทราบไหมคะว่าพฤติกรรมในโลกออนไลน์ของคุณนั้นเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคุณมากกว่าที่คิด บทความ “How we look in a hyper-mirror” จาก www.sorted.org.nz ได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจว่าการใช้งานในโลกออนไลน์เป็นกระจกสะท้อนที่บ่งบอกบุคลิก พฤติกรรม ความสนใจ แม้กระทั่งความรู้สึกในขณะต่างๆ โดยที่ผู้ใช้เองอาจไม่รู้ตัว ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าจำนวนมหาศาลเหล่านี้เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการอย่างมาก เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นความต้องการซื้อสินค้าและบริการ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเมื่อคุณ Search หาสินค้าออนไลน์ประเภทหนึ่ง ก็จะมีโฆษณาของร้านค้าที่ขายสินค้าประเภทเดียวกันปรากฏให้เห็นโดยอัตโนมัติในหน้า Facebook ของคุณ จากที่คลิกเข้าไปดูเพลินๆ ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ แต่เมื่อเห็นรูปสินค้าสวยๆ อยู่ตรงหน้าก็เริ่มเกิดความอยากได้ ทีนี้ล่ะ ถ้าอดใจไม่ไหว ก็เลือกชอป ตัดบัตรกันเพลินจนลืมคิดถึงความจำเป็นไปเลย

แต่ไม่ได้หมายความว่าการชอปปิงออนไลน์เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ในทางกลับกัน นี่เป็นช่องทางให้เราในฐานะลูกค้ามีตัวเลือกที่หลากหลายขึ้น ประเด็นสำคัญคือต้องแน่ใจว่าซื้อแล้วจะไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อนในอนาคต 

วิธีที่อยากแนะนำก็คือควบคุมการใช้จ่าย เช่น อาจเขียนเป้าหมายไว้เลยว่าต้องการสินค้าชนิดไหน มีกำลังซื้อเท่าไหร่ ไม่วอกแวกซื้อเพิ่มเวลาอยู่ในสมรภูมิชอปปิงออนไลน์ที่มักมีโฆษณาโผล่มาที่หน้าจอเป็นระยะ แล้วเปรียบเทียบสินค้าจากหลายๆ ร้านโดยไม่ลืมคำนวณค่าจัดส่งด้วย และที่สำคัญคือดึงสติกลับมาให้ทัน เวลาเห็นโปรโมชันที่มักชวนเราให้ซื้อให้ถึงยอดเพื่อให้ได้ส่วนลด เพราะแม้ว่าจะได้ของราคาถูก หากซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำเงินหล่นหาย 

น้องคนหนึ่งเล่าว่าเธอแบ่งเงินเพื่อซื้อของที่อยากได้ทั้งช่องทาง Offline และ Online โดยกำหนดจำนวนเงินที่แน่นอนทุกเดือนและจะไม่ใช้เกินนั้น หากเดือนใดใช้เหลือหรือไม่ได้ใช้เลย ก็จะยกยอดไปเป็นทุนในการซื้อของชิ้นใหญ่ ทำให้ได้ของอื่น ๆ โดยไม่กระทบสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง ถึงแม้จะต้องรอบ้างแต่ก็ไม่สร้างความเครียดให้ตัวเองในภายหลัง

รู้อย่างนี้แล้ว ซื้อเท่าที่จำเป็นต้องใช้ อย่าปล่อยให้ใครมาชี้นำมากเกินไป คุณต่างหากที่เป็นผู้คุมเกมการใช้จ่ายของคุณเอง

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments