728 x 90

มาสร้างสังคมไร้เงินสดกันดีกว่า

img
โดย++ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยี Pantip.com, นายกสมาคมผู้ดูแลเว็บไทย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่ยังคงใช้เงินสดกันอย่างแพร่หลาย เราควักเหรียญ 1 บาท 5 บาท 10 บาท ยื่นให้กระเป๋ารถเมล์ เราควักแบงก์ 20 บาท สองใบ เพื่อจ่ายค่าข้าวราดแกงให้แม่ค้า เราควักแบงก์ 100 บาท 500 บาท หรือ 1,000 บาท ให้ร้านขายเสื้อผ้าตามตลาดนัดที่ไม่รับบัตรเครดิต พอสิ้นวัน คนค้าขาย แคชเชียร์ กระเป๋ารถเมล์ ก็ต้องนับเงินว่าวันนี้ขายได้เท่าไร แล้วนำเงินสดนั้นไปเข้าธนาคาร ถ้ากิจการไหนที่เจ้าของดูแลเงินสดเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาลูกจ้างที่ไว้ใจได้ให้ช่วยดูแล และไม่มีระบบบัญชีที่ดี ก็อาจเป็นช่องให้เกิดการทุจริตขึ้นได้

จะเห็นว่าการบริหารเงินสดในทุกวันถือเป็นต้นทุนแฝงของธุรกิจ ทั้งค่าเก็บรักษาเงินสดในระหว่างวันให้ปลอดภัย ค่าเสียเวลานับเงินและนำเงินไปเข้าธนาคาร ค่าป้องกันการทุจริตของลูกจ้าง จึงเกิดบริการบัตรเครดิตและบัตรเดบิตขึ้นมา ผู้ค้าไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการเงินสด โดยธนาคารขอคิดค่าบริการรูดบัตรจากผู้ค้าเล็กน้อย

ต้นทุนของการใช้เงินสดไม่ได้เกิดกับคนค้าขายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดกับธนาคารและประเทศชาติด้วย ธนาคารต้องจ้างพนักงานมานั่งที่เคาน์เตอร์เพื่อรับหรือจ่ายเงินสดให้ลูกค้า ต้องเช่าที่สำหรับติดตั้งตู้เอทีเอ็ม และต้องจ้างบริษัทขนส่งเงินเพื่อนำไปใส่ในตู้ ส่วนต้นทุนที่เกิดกับประเทศชาติก็คือต้องพิมพ์ธนบัตรและปั๊มเหรียญกษาปณ์ รวมถึงต้องลงทุนป้องกันธนบัตรปลอม

รัฐบาลและธนาคารจึงร่วมกันผลักดันโครงการพร้อมเพย์ออกมา เพื่อให้ประชาชนสามารถจ่ายเงินได้โดยไม่ต้องยื่นเงินสดให้ แต่ใช้วิธีโอนผ่านตู้เอทีเอ็ม หน้าเว็บบนคอมพิวเตอร์ หรือแอพบนโทรศัพท์มือถือ โดยระบุเพียงเลขบัตรประชาชนหรือเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับเงิน

ในช่วงแรกที่โครงการนี้เปิดตัวออกมา ก็ถูกต่อต้านพอสมควร คนจำนวนหนึ่งกังวลว่าภาครัฐจะรู้ข้อมูลการโอนเงิน รวมถึงกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่ปัจจุบันแรงต่อต้านก็ลดลงแล้ว เมื่อมนุษย์เงินเดือนได้รับเงินคืนภาษีผ่านทางพร้อมเพย์เร็วมาก มอเตอร์ไซค์รับจ้างและแท็กซี่ก็เริ่มรับชำระเงินผ่านพร้อมเพย์ และเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธนาคารสิงคโปร์ 7 แห่ง เปิดตัวบริการ PayNow บริการโอนเงินด้วยหมายเลขโทรศัพท์และเลขบัตรประชาชน คล้ายกับพร้อมเพย์ของไทยเลย เรียกได้ว่าไทยนำหน้าสิงคโปร์ในเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม พร้อมเพย์เป็นเพียงก้าวแรกในการขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่สังคมไร้เงินสด ลองหันไปดูประเทศพี่ใหญ่แห่งเอเชียอย่างจีน ซึ่งเป็นประเทศที่เข้าสู่สังคมไร้เงินสดได้เร็วมาก ร้านขายผักขายหมูในตลาดสดต่างก็มี QR Code ให้ลูกค้าใช้โทรศัพท์มือถือสแกน จากนั้นระบุจำนวนเงินที่ต้องการจ่าย กดปุ่มชำระเงิน ผู้ค้าก็จะได้รับข้อความแจ้งว่ารับชำระเงินเรียบร้อย แม้แต่ขอทานในจีนก็มี QR Code ให้คนกดทำทานได้เช่นกัน

ล่าสุดมีบริษัทสตาร์ทอัพในจีนพัฒนาร้านสะดวกซื้อชื่อ "BingoBox" ขึ้นมา เป็นร้านที่ไม่ต้องมีพนักงานแคชเชียร์เลย ลูกค้าจะต้องใช้มือถือสแกน QR Code ที่หน้าร้านก่อนถึงจะเปิดประตูเข้าร้านได้ จากนั้นหยิบสินค้าที่ต้องการ นำไปวางบนโต๊ะแคชเชียร์ ระบบจะรู้ว่ามีสินค้าอะไรบ้าง หน้าจอจะขึ้น QR Code ให้สแกนเพื่อจ่ายเงิน จากนั้นลูกค้าก็ถือสินค้าเดินออกจากร้านไปได้เลย โดยทางออกร้านมีกล้องและระบบอัจฉริยะที่รู้ว่ามีสินค้าชิ้นไหนที่ลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินหรือเปล่า ถ้าลูกค้ายังไม่ได้จ่ายเงินก็จะเปิดประตูออกจากร้านไม่ได้

นี่คือภาพอนาคตของสังคมไร้เงินสดที่เรากำลังมุ่งหน้าไป เราไม่ต้องมีภาระในการพกกระเป๋าสตางค์หนาๆ ที่มีทั้งธนบัตรและเหรียญ ไม่ต้องจับธนบัตรที่ผ่านมือมาแล้วไม่รู้เท่าไร พกเพียงโทรศัพท์มือถือที่มีแอพสำหรับจ่ายเงิน คนค้าขายก็มีแอพสำหรับรับเงิน ไม่ต้องวุ่นวายกับการจัดการเงินสด ภาครัฐก็ลดการพิมพ์ธนบัตรกับปั๊มเหรียญลงได้ ประเทศเข้าสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างแท้จริง

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments