728 x 90

Instawash บริการล้างรถถึงที่

img

ปัญหาหลักๆ ของคนเมืองคือรถติด จะออกไปไหนทีก็แสนลำบาก แม้แต่การไปใช้บริการล้างรถยังต้องเสียเวลาร่วมชั่วโมง อีกทั้งยังเสี่ยงกับคุณภาพการบริการที่ไม่ส่งผลดีกับสภาพผิวรถด้วย แต่ตอนนี้ เมืองไทยมีสิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการนั้นแล้ว ด้วย Instawash แอพพลิเคชั่นล้างรถจากเกาหลีที่มีคนไทยเป็น Co-founder คือ คุณเอ็ม-เมหราน ซาห์รออี และ คุณเจ-จักษวัชร์ อรรถสกุลชัย นำมาเปิดบริการที่เมืองไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จุดเริ่มต้นที่นำ Instawash เข้ามาในไทย
"เริ่มจากที่เราอยากสร้างอะไรบางอย่างที่ตอบโจทย์ชีวิตให้ง่ายขึ้นแล้วเราเองก็เป็นเพื่อนกับ Founder ของแอพพลิเคชั่น Instawash ที่เกาหลี ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นเรียกล้างรถ มุ่งเน้นที่จะแก้ไขปัญหาสำหรับคนที่ไม่มีเวลา เรามี Passion เดียวกัน สนใจเรื่องรถ เกี่ยวกับเทคโนโลยีด้วย จึงเข้าไปเป็น Co-founder แล้วก็ตั้งจะขยายมาฝั่งเอเชีย เริ่มที่ไทยก่อนเลย มาแก้ปัญหาคนที่อยู่ในเมือง"
การดำเนินงานของ Instawash
เข้ามาแก้ปัญหาให้คนเมือง?
"เราต้องการหาทางออกให้กับคนที่มีรถได้ใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้นด้วยการจัดการล้างรถตามความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนหรือเวลาใดเพียงแค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ลงทะเบียน ใส่ข้อมูลต่างๆ โดยจะมี Package ให้เลือกไม่ว่าจะเป็น Silver Package คือการล้างรถภายนอก, Gold Package คือการล้างรถภายนอกและภายใน, Platinum Package ที่ล้างรถภายนอก-ภายใน และเคลือบสีรถยนต์ และ Pearl Package ที่เป็นการทำความสะอาดภายในอย่างละเอียด หากอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมก็มี Customer Service ให้บริการ นอกจากนี้ยังมีทีม After Care ถ้าลูกค้ามีปัญหาทีม After Care จะรีบเข้าไปดูแลทันที นอกจากจะได้ความสะดวกสบายแล้ว อยากให้ลูกค้าวางใจเราได้ด้วย"

บริการทุกที่ทุกเวลา
"ในแอพพลิเคชั่นจะมีให้เลือกแบบล้างด่วนและจองล่วงหน้า โดยเราให้บริการตั้งแต่ 6.00 น. ถึง 23.00 น. ผมเข้าใจว่า คนทำงานจะยุ่ง ไม่มีเวลาทำอย่างอื่น เพื่อให้คนที่อยู่กรุงเทพฯ สบายขึ้น เขาสามารถนั่งดูทีวีในบ้านช่วงดึกๆ แล้วเรียกบริการล้างรถได้เลย ไม่ต้องขับรถไป 2 ชั่วโมง เพื่อไปรอล้างรถอีก 4 ชั่วโมง ณ ตอนนี้ให้บริการทั่วกรุงเทพฯ ประมาณ 16 เขต ซึ่งต่อไปก็จะขยายให้มากขึ้น ถ้าเรียกแบบด่วนเราจะไปถึงลูกค้าไม่เกิน 30-45 นาที ซึ่งในอนาคตก็อยากให้ได้ภายใน 15-20 นาที"

อุปกรณ์ต้องพรีเมียม
"การดูแลรถต้องใส่ใจเรื่องอุปกรณ์ด้วย ผ้าที่ใช้ผลิตขึ้นเอง น้ำยาพ่นก็ใช้สูตรของเรา มีวิธีเช็ดที่ถูกต้อง จากซ้ายไปขวา ไม่ใช่เช็ดแบบถูๆ หรือวนไปมา อีกทั้งยังมีการแยกประเภทผ้าที่ใช้เช็ดแบบภายในและภายนอก ซึ่งผ้าที่ใช้เสร็จสำหรับรถคันหนึ่งก็ส่งซักเลย เราจะไม่ใช้เช็ดซ้ำกับรถคันอื่น เราหาวิธีดูแลรถใหม่ๆ อย่างเทคนิคการใช้น้ำน้อย ซึ่งเราไม่ได้คิดแค่เทคนิค เรามองไปถึงประเทศชาติด้วย ช่วยเรื่องประหยัดน้ำ"

สร้างงานให้กับคนด้วย
"พนักงานบริการล้างรถจะถูกเรียกว่า Detailer เราทำเป็นลักษณะของ O2O (Online to Offline)คือ จะทำยังไงให้คนที่อยากหารายได้เสริม สามารถเข้ามาในแพลตฟอร์มที่เราบริการได้ คล้ายๆ Grab หรือ Uber แต่สำหรับบริการล้างรถในเมืองไทยต้องมี Quality Control ฉะนั้นการเลือกคนเข้ามาก็เหมือนเป็นFarming Memberเขาจะได้รับการเทรนนิ่งให้ดูแลรถลูกค้าเหมือนรถตัวเอง นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับคนที่ต้องการทำงานด้วย"

เพิ่มเกร็ดความรู้ในการดูแลรถ
"วิธีล้างรถของ Instawash เป็นแนว Go Green ใช้น้ำน้อย เราอยากบอกให้ลูกค้ารู้ว่า วิธีการนี้ไม่ได้ทำร้ายพื้นผิวรถ เพราะยังมีบางคนที่ยังกังวลว่า วิธีซักแห้งรถจะไม่ดีต่อผิวรถ ซึ่งไม่ใช่ ที่หลายท่านคิดแบบนั้นเนื่องจากอาจจะมีประสบการณ์ในการรับบริการหรือการทำความสะอาดด้วยตัวเองอย่างไม่ถูกวิธี  หรือใช้อุปกรณ์ที่ไม่ถนอมผิวรถ ทั้งนี้ทั้งนั้น Instawashไม่ได้เสนอแนะว่าไม่ควรล้างรถกับน้ำ เราเป็นบริษัทที่ให้มุมมองในอีกทางหนึ่ง คือถ้ารถคุณไปลุยป่าลุยโคลนมา เราแนะนำให้ไปล้างน้ำเลย และอุปกรณ์ทั้งหมดของเราคือ Luxury Item แต่ในราคาที่ทุกคนใช้ได้ เพราะเราอยากให้คนรักรถได้ใช้บริการแบบคุณภาพจริงๆ"

ไม่ใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่นได้ไหม
"มีเบอร์ Call Center 02 049 5559 สำหรับผู้ที่อยากใช้บริการแต่ไม่ได้ใช้แอพพลิเคชั่น เพราะเราก็ต้องปรับให้กับคนที่ไม่ถนัดเทคโนโลยีสามารถใช้ได้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นในแอพพลิเคชั่นจะมีโปรโมชั่นมาตลอด คนใช้ก็จะได้ประโยชน์จากตรงนี้"

มีความคิดเห็นอย่างไรต่อสตาร์ทอัพในเมืองไทย
"สตาร์ทอัพในเมืองไทยโตแน่นอน ในช่วง5 ปีที่ผ่านมา เกิดบริษัทขึ้นเยอะมาก คนยุคใหม่มีไอเดียใหม่ ปัญหาที่มีวันนี้ก็จะถูกแก้พรุ่งนี้ อีกทั้งสถาบันการเงินในประเทศก็เริ่มเข้ามาสนับสนุนเรื่องเงินทุน มหาวิทยาลัยต่างๆ เริ่ม Support นักศึกษาที่อยากทำธุรกิจมากขึ้น รัฐบาลก็มองเห็นไอเดียใหม่ๆ และให้โอกาสผู้ประกอบการมากขึ้น สมัยนี้ถ้าจะทำธุรกิจพันล้าน ไม่ต้องผลิตอะไรเยอะแยะ แค่ทำแอพพลิเคชั่นก็ได้แล้วนะ"

Tech-Startup มีโอกาสโตในไทยไหม
"ทุกประเทศเหมาะกับเป็น Tech-Startup ถ้า Infrastructure ดี อีกทั้งตอนนี้เรามาในยุคที่คนใช้สมาร์ทโฟนแทบทุกคน ซื้อของผ่านแอพพลิเคชั่น มันคือยุคของเทคโนโลยีแล้ว ส่วนประเทศไทยเองถือว่ามี  Infrastructure ดีมาก แต่ติดตรงที่ถ้ามีไอเดียใหม่ๆ เข้ามา ต้องเป็นไอเดียที่คิดนอกกรอบ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครกล้าเดินก้าวหน้าอย่างเต็มที่ อย่างเราเองก็ผิดพลาดกันมาบ้าง แต่เพราะเรากล้าลองเสี่ยง จึงมาถึงจุดนี้"

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments