728 x 90

Karayama สร้างแบรนด์ไก่ทอดผ่านโซเชียลมีเดีย

img

ตลาดไก่ทอดเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในเมืองไทย ทำให้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ขณะเดียวกันก็ต้องปรับตัวให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคในยุค 4.0 ทำให้ คุณบอสส์-ธีรวัฒน์ และ คุณอู้-ปิยวัลย์ ทวีแสงสกุลไทย สองพี่น้องนักธุรกิจ นำแบรนด์ Karayama (คารายามะ) ไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นมาขยายสู่เมืองไทย โดยเน้นสื่อสารแบรนด์ผ่านโซเชียลมีเดีย อาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้าถึงคนยุคใหม่
Karayama Inforgraphic
จุดเริ่มต้นนำแบรนด์ญี่ปุ่นเข้าไทย
“ด้วยความเป็นคนชอบกิน ชอบเที่ยว ชอบทำอาหาร และชื่นชอบในการเสาะหาของอร่อยๆ ทั้งในและต่างประเทศ เมื่อได้พบของอร่อยก็อยากจะให้ผู้อื่นได้กินเหมือนกัน ช่วงปี 2559 เราเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นและได้ชิมไก่ทอด Karayama จนติดใจ จึงคิดขยายธุรกิจสู่ร้านอาหาร ก็เลยอีเมลไปหาบริษัท Arcland ผู้บริหารร้านอาหารในญี่ปุ่น ด้วยความที่เราพูดและเขียนภาษาญี่ปุ่นได้ พร้อมทั้งความเข้าใจในวัฒนธรรมของเขา ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดี จากนั้นก็บินไปเจรจาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อต้นปี 2560 แม้เราไม่มีประสบการณ์ แต่เขามีความเชื่อใจในตัวเราสูงเลยให้ลองทำ”

นำแบรนด์สู่โลกออนไลน์
“ในยุคนี้คนจะมองหาเรื่องกินเรื่องเที่ยวจากโซเชียล การนำแบรนด์สู่โลกออนไลน์จึงสำคัญ เราจึงมีแผนการการตลาดว่า ต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยเน้นการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์ เริ่มจากเฟซบุ๊กและไลน์ (@karayamathailand) เราจะนำเสนอเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์ พร้อมกับทำโปรโมชั่นเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเข้ามาทดลองทาน นอกจากนี้จะเพิ่มช่องทางสร้างแบรนด์ให้หลากหลายทั้งเว็บไซต์ และ Youtube Channel เพื่อให้คนยุคนี้เข้าถึงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเข้าร่วมกับแอพพลิเคชั่นต่างๆ สั่งอาหารผ่านมือถือเพิ่มความสะดวก”

เล่าถึงแบรนด์ Karayama
“Karayama เป็นแบรนด์ไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า คาราอะเกะ สูตรดั้งเดิมมาจากร้านเล็กๆ ข้างวัดอาซากุสะ มีสูตรลับของน้ำจิ้มที่รสชาติอร่อย ตัวไก่ทอดรสชาติกรอบนอกแต่เนื้อข้างในฉ่ำ ไม่เลี่ยน จากเดิมคนญี่ปุ่นจะมองว่าไก่ทอดเป็นของทานเล่น แต่ Karayama เอามาทำให้กินกับข้าวได้อย่างลงตัว  มีซอสได้เลือกหลายแบบ ซึ่งอาหารประเภทไก่เเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย ทุกศาสนา เราเชื่อมั่นว่า ด้วยรสชาติที่ไม่เลี่ยนและกินเป็นมื้ออาหารที่อิ่มได้มื้อหนึ่งในเวลาอันรวดเร็ว จะทำให้คนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงได้ง่าย”

การันตีเรื่องมาตรฐาน
“ด้วยมาตรฐานและความพิถีพิถันสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้เราต้องเข้ารับการฝึกงานในร้านที่จังหวัดคานากาว่า เป็นเวลา 1 เดือน เรียนรู้ทุกขั้นตอนเสมือนพนักงาน ตั้งแต่งานระดับพื้นฐานไปจนถึงงานบริหาร ทำด้วยมือเองเกือบทุกขั้นตอน ต้องได้มาตรฐานเดียวกันทุกจานภายใต้เวลาที่กำหนด ซึ่งนั่นคือเสน่ห์ของศิลปะการทำอาหารสไตล์ญี่ปุ่น  โดยทุกความพิถีพิถันจะมาอยู่ในร้าน Karayama ที่เมืองไทย จะมีการคิวซีจากทางญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง”

จุดเด่นของ Karayama
“นอกเหนือจากรสชาติของอาหารแล้ว คือการเสิร์ฟภายใน 10 นาที ที่ญี่ปุ่นเขาบอกกันว่า การทำอาหารอร่อย ให้ถูกต้อง ใครๆ ก็ทำได้ แต่ทำอย่างไร ให้ทั้งอร่อย ถูกต้อง และรวดเร็ว ความพิถีพิถันยังส่งไปถึงการคัดเลือกวัตถุดิบ ซึ่งต้องใช้ไก่ที่เลี้ยงโดยไม่ใช้สารเร่งฮอร์โมนเท่านั้น ส่วนเครื่องปรุงทั้งหมดเกือบ 100% นำเข้าจากญี่ปุ่น เพื่อให้ตามมาตรฐานของต้นตำรับอย่างแท้จริง ซึ่งความพิถีพิถันนี้จะถูกบอกเล่าผ่านช่องทางสื่อสารของเราทั้งหมด”

ความท้าทาย
“เรานำอาหารพื้นๆ สไตล์ญี่ปุ่นมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคนไทย ซึ่งเป้าหมายคือ อยากให้ Karayama เป็นแบรนด์ที่เข้าถึงลูกค้าเหมือนเพื่อนเข้าถึงเพื่อน ให้ลูกค้าทุกคนรู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่ร้านอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งในชีวิต เราจึงต้องเน้นทำการตลาดผ่านสื่อโซเชียล เปิดช่อง Youtube Channel ซึ่งยังไม่เคยมีร้านไก่ทอดเจ้าไหนทำมาก่อน แม้เราเริ่มจากเป็นผู้ประกอบการ SMEs แต่จำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นเครื่องมือมุ่งสู่เป้าหมาย ปรับตัวให้ทันกระแสการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค”

คิดอย่างไรกับการทำสตาร์ทอัพในเมืองไทย
“สตาร์ทอัพในเมืองไทยเกิดขึ้นเยอะมาก เพราะตลาดผู้บริโภคเปิดกว้างมากขึ้น แต่อัตราการประสบความสำเร็จยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูงนัก เพราะต้องอาศัยทีมงานที่เชี่ยวชาญ สินค้าต้องโดดเด่น ต้องแตกต่างจากคนอื่น พร้อมทั้งจับกลุ่มเป้าหมายที่เล็กลงแต่ตรงกลุ่ม และมีเงินเพียงพอสำหรับช่วงแรกเริ่ม”

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments