728 x 90

ณัชพล สุพัฒนะ หัวหมู่ทะลวงฟัน ผู้ประกาศต่อสู้กับคอร์รัปชัน

img

ชื่อของ “มาร์ค พิทบูล” หรือ “ณัชพล สุพัฒนะ” เป็นที่ได้ยินและคุ้นหน้าจากภาพประชาชนฝีปากกล้า ที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับกฎจราจร เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งยังโลดแล่นผ่านหน้าจอถกเถียงปัญหาสังคมอยู่เป็นเนืองๆ ต่อเมื่อบุรุษร่างเล็กแต่ใจใหญ่ ผมยาวสยายในวัย 51 ปี ได้เบนเข็มทางเดินสู่วงการเมือง ในบทบาทผู้ร่วมก่อตั้ง และรั้งตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งมีคุณมงคลกิต สุขสินธารานนท์ เป็นหัวหน้าพรรคฯ พร้อมประกาศภารกิจที่ชัดเจนในการต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชัน ปราบปรามคนโกง พร้อมไม้แข็งโดยเสนอแนวทางบทลงโทษสถานหนักสุดถึงขั้นประหารชีวิต ทั้งยังต้องการจะยกเครื่องระบบเจ้าหน้าที่รัฐใหม่  

คุณปรากฏตัววิพากษ์สังคมตามสื่อ จึงอยากทราบว่ามีความสนใจในเรื่องการเมืองอย่างไร
ผมเป็นคนที่สนใจการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตทุกคน แต่ผมเกลียดนักการเมือง เนื่องจากมองว่าคือความน่าขยะแขยง เป็นเรื่องของการเป็นตัวแทนนายทุน ไม่มีพรรค การเมืองที่เป็นของประชาชนจริงๆ มีแต่นักการเมืองมาสูบกินประเทศชาติตลอด แต่ประชาชนไม่เคยมีอำนาจ ถ้าถามว่าผมมีอุดมการณ์อะไรหรือเปล่า ก็ไม่มี เป็นคนหนึ่งที่ปากกัดตีนถีบ แต่การไปใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกามาก็ได้เห็นความศิวิไลซ์ของบ้านเมือง ประชาชนเป็นใหญ่ เจ้าหน้าที่รัฐกลัวทำให้ประชาชนเสียหาย คนชั่วกลัวเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะกฎหมายรุนแรงมาก ทุกคนได้รับความเสมอภาค จะรวยจะจนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน บ้านเราตรงกันข้าม ใครมีเงินจะสบาย มีสิทธิพิเศษ มีอำนาจ ได้รับข้อยกเว้น ข้าราชการกลัวคนรวย รังแกคนจน แล้วประเทศเราประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนจน ชนชั้นกลางส่วนหนึ่ง มีคนรวยอยู่นิดเดียวที่เป็นผู้กำหนดประเทศ เป็นเรื่องที่อยู่ในใจผมตลอดเวลา

เคยคิดว่าจะผันตัวเข้าสู่สนามการเมืองมาก่อนหรือไม่
ผมไม่เคยคิดจะเป็นนักการเมือง รู้สึกต่อต้านด้วยซ้ำ แล้วความที่ผมเป็นแค่ประชาชนคนธรรมดา ตระกูลไม่ได้ใหญ่โต การจะมาตั้งพรรการเมืองเป็นไปไม่ได้เลย แล้วถ้าจะไปเป็นนักการเมืองก็ทำได้เพียงแค่เป็นลูกพรรค ท้ายสุดก็ต้องทำตามมติพรรค ไม่ก็หัวหน้าพรรคที่เป็นตัวแทนของนายทุน ซึ่งนายทุนพรรคเป็นตัวกำหนดนโยบาย แถมบางพรรคเป็นสมบัติประจำตระกูลเสียอีก อำนาจที่พระมหากษัตริย์ทรงมอบให้ประชาชน ประชาชนไม่เคยได้รับ ถูกนักการเมืองเอาไปหมดเลย แล้วอีกหนึ่งสิ่งที่ผมเกลียดคือราชการ ผมมีคำถามในใจว่าทำไมข้าราชการถึงรังแกประชาชน คนจนหลายคนไม่ได้รับความเป็นธรรมทางกฎหมาย ขับรถอยู่ดีๆ ก็มีคนมาจับ ผมจึงเริ่มต่อสู้ กล้าที่จะเถียง ซึ่งกฎหมายจราจรเป็นเรื่องแรกๆ ที่ผมออกมาเคลื่อนไหว วันหนึ่งพอเห็นคนอื่นถูกรังแก เราก็ไปช่วยเขาเถียง ก็กลายเป็นผู้นำของประชาชน ประกอบกับโลกวันนี้มีโซเชียล มีเดีย ก็เกิดเป็น มาร์ค พิทบูล ทำให้เราหยุดไม่ได้แล้ว ต้องพยายามช่วยประชาชน กลายเป็นว่าเข้ามาอยู่ในวงจรการเมืองโดยไม่ตั้งใจ

แล้วอะไรที่ทำให้ตัดสินใจขึ้นสู่เวทีการเมือง
ด้วยความที่ผมอยู่ในโซเชียลมีเดีย ก็เริ่มมีคนขอความช่วยเหลือมากขึ้นเรื่อยๆ วันหนึ่งได้พบกับคุณมงคลกิต ซึ่งเป็นเลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เราคุยกันว่าจะทำอะไรเพื่อประเทศชาติมากกว่านี้ไหม ซึ่งถ้าเป็นนักการเมืองผมไม่สนใจ เพราะไม่ต้องเป็นนักการเมืองก็ทำเพื่อประเทศชาติได้ จนเราพยายามผลักดันเรื่องการแก้กฎหมาย เรื่องจราจร เรื่องความไม่เป็นธรรม แต่ผมไม่มีอำนาจ ทำให้ลำบากมาก อย่างเก่งก็ได้แต่โวยวายผ่านโลกออนไลน์ คุณมงคลกิตบอกว่าการมานั่งด่าผ่านเฟซบุ๊ก ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ การเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ต้องแก้กฎหมายด้วยระบบรัฐสภา ซึ่งคนที่จะแก้ต้องเป็น ส.ส. แล้วถามว่าถ้าประเทศมีการเลือกตั้งผมจะเลือกใคร ผมก็ตอบไม่ได้ ฉะนั้นเราจะสู้แบบคนธรรมดา โดยสร้างพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนจริงๆ ให้ประชาชนเป็นคนหนุนเรา นโยบายเกิดจากประชาชน ไม่จำเป็นต้องมีนายทุนพรรค บังเอิญว่ายุคนี้รัฐธรรมนูญเปิดกว้างให้มีพรรคการเมืองใหม่ และมีไพรมารีโหวต ซึ่งต้องได้รับฉันทามติจากสมาชิกพรรคในพื้นที่ ฉะนั้นพรรคใหญ่ก็ไม่ได้แตกต่างจากพรรคเล็กๆ เพราะต้องทำไพรมารีโหวตเหมือนกัน 

พรรคไทยศรีวิไลย์มีวิธีการทำอย่างไรให้เป็นพรรคของประชาชน
นโยบายของเราคือประชาชนเป็นเจ้าของ ไม่มีใครเป็นนายทุนพรรค เราเอาแนวคิดและผลงานของเราเป็นจุดขาย เรายินดีที่จะเปิดรับนักการเมืองหน้าใหม่ โดยไม่รับนักการเมืองหน้าเก่า ส่วนใครจะเข้ามาร่วมกับพรรคแล้วคิดว่าเอาทุนเข้ามาแล้วจะให้เขียนกฎหมายช่วยธุรกิจ นั่นไม่ใช่ วันนี้เรามีวิธีการสื่อสารผ่านทางโลกออนไลน์ ใครอยากจะเป็นสมาชิกพรรคก็สมัครเข้ามา ค่าบำรุงรายปีขั้นต่ำ 100 บาท ส่วนใครจะให้มากกว่านั้นเป็นพันล้านก็ได้ แต่จะไม่มีข้อต่อรอง เพราะพรรคจะเอาเงินไปทำงานการเมืองเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของใคร เราใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ เพราะขนาดไม่มีอำนาจเรายังสามารถทำได้ แต่  ถ้ามีอำนาจและงบประมาณจะทำได้ขนาดไหน ถ้าประชาชนเลือกก็ได้เป็น ส.ส. ถ้าประชาชนไม่เอาก็จบ ไม่เสียหายอะไร

คุณกำหนดนโยบายออกมาชัดเจนว่าจะปราบปรามคอร์รัปชัน แล้วมีแนวทางปฏิบัติอย่างไร
ถ้าได้เป็นรัฐบาลเราก็ทำได้ทุกอย่าง แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้เป็นรัฐบาล เราก็ทำให้ฐานะมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตฯ อยู่แล้ว วันนี้มีการตรวจจับ ส่งฟ้องร้อง ซึ่งคุณมงคลกิตและมูลนิธิฯ ก็มีผลงานทำให้รัฐมนตรีถูกถอดถอน พรรคถูกยุบ แล้วถ้าพรรคเราได้รับเลือกตั้งก็จะมีอำนาจในการสั่งการ สามารถเสนอกฎหมาย แก้ไขกฎหมายได้ ซึ่งจะทำได้รวดเร็วกว่านี้ด้วย แล้วยังล้วงเข้าไปในหน่วยงานรัฐได้ เรื่องการทุจริตต้องไม่มีการประนีประนอม บทลงโทษสูงสุดต้องประหารชีวิต คนถึงจะเกรงกลัว เศรษฐกิจจะดีได้อย่างไรถ้ายังมีเรื่องคอร์รัปชัน

ถ้าหากมีโอกาสได้รับเลือกตั้งแล้ว สิ่งแรกที่เป็นเรื่องเร่งด่วนในการแก้ไขคือเรื่องใด
เราโฟกัสเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ด้วยการรื้อระบบราชการ โดยขั้นตอนทุกอย่างต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำผิดจะไม่มีการย้าย ประเทศนี้ทำผิดแทนที่จะไล่ออก ติดคุก แต่เลือกที่จะย้าย เป็นการลงโทษอย่างไรถามหน่อย คุณไม่กล้าลงโทษเพราะกลัวจะถูกแฉคุณไง ผมไม่ได้เล็งเป็นแค่พรรคร่วมรัฐบาล ถ้าประชาชน 15 ล้านคนเลือกพรรคผม ผมก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี

แล้วเรื่องใดที่อยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
อย่างที่บอกนโยบายคือปราบปรามคอร์รัปชั่น รวมทั้งปฏิรูประบบข้าราชการ และสร้างงานสร้างอาชีพ ซึ่งด้านการสร้างอาชีพที่ผ่านมานโยบายหลายอย่างทำให้ประชาชนเป็นง่อย คือแจกเงิน เช็คของขวัญ บัตรคนจน สิ่งนี้ไม่ทำให้ประชาชนเอาตัวรอดได้เลย แล้วเงินก็เป็นเงินภาษี อยากให้เศรษฐกิจดีก็เอาเงินไปแจกเพื่อให้มีกำลังซื้อ เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ ประชาชนก็เอาไปซื้อ ตัวเลขการใช้จ่ายดัชนีผู้บริโภคสูงขึ้น แม้กระทั่งมีคนว่างงานแจกเงินเดือนละ 300 บาท แล้วนอนรอรับเงินอีกเดือนหน้า ถามว่าต้องการตัวเลขจีดีพีเท่านั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชน แต่จะให้การช่วยเหลืออย่างถูกวิธี ประเทศที่เจริญแล้วเขาไม่มีการแจกเงิน ผมจะสร้างงานสร้างอาชีพ ให้คนว่างงานมาลงทะเบียนแล้วพาไปลอกคลอง กวาดถนน โดยให้ค่าแรงวันละ 300 บาท บ้านเมืองก็สวยงาม นักท่องเที่ยวมาเห็นก็ประทับใจ พอเขาได้เงินไปก็เอาไปซื้อข้าว ชาวนาก็ขายข้าวได้ เงินก็ไปซื้อปุ๋ยต่อ นี่คือเป็นการสร้างระบบเศรษฐกิจ

นักการเมืองรุ่นใหม่จะมีทิศทางการทำงานทางการเมืองอย่างไรต่อไปในอนาคต
นักการเมืองรุ่นใหม่เป็นเรื่องของการเสียสละที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงประเทศที่เลวร้ายให้ดีขึ้น เราต้องหลีกจากระบบเดิมๆ ที่ทำให้เห็นแล้วว่าล้มเหลว แล้วต้องไม่เรียกร้องอะไรจากสังคม สิ่งที่คุณจะได้มีเพียงอย่างเดียวคือเกียรติยศ ประเทศชาติก็ให้ได้คือเงินเดือน ซึ่งวันนี้ผมขายนโยบายจะสำเร็จหรือไม่ก็ไม่รู้ เห็นด้วยหรือไม่ก็อยู่ที่คุณ 

“เรื่องการทุจริตต้องไม่มีการประนีประนอม บทลงโทษสูงสุดต้องประหารชีวิต คนถึงจะเกรงกลัว เศรษฐกิจจะดีได้อย่างไรถ้ายังมีเรื่องคอร์รัปชัน”
ณัชพล สุพัฒนะ พรรคไทยศรีวิไลย์


เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ การเมืองของคนรุ่นใหม่คือการมีส่วนร่วมและเปิดพื้นที่
สุขทวี สุวรรณชัยรบ พรรคกลางกับแนวคิดตัวเชื่อมสองขั้วในการเมืองยุคใหม่
พริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์กับการเมืองยุคใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง
สมบัติ บุญงามอนงค์ การเสนอตัวเป็นผู้ผลิตไอเดียในสนามการเมือง
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ การเมืองไทยต้องกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments