728 x 90

สมบัติ บุญงามอนงค์ การเสนอตัวเป็นผู้ผลิตไอเดียในสนามการเมือง

img

เป็นระยะเวลากว่า 30 ปีที่ "สมบัติ บุญงามอนงค์" หรือ "บ.ก. ลายจุด" เคลื่อนไหวกิจกรรมทางสังคมและการเมืองภาคประชาชน แต่เริ่มมาเป็นที่รับรู้ของผู้คนวงกว้างมากขึ้นเมื่อครั้งแสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 จากนั้นก็เคลื่อนไหวทางการเมืองบนถนนเรื่อยมา จนบัดนี้ชายในวัย 50 ที่เคยผิดหวังจากการสมัครเลือกตั้งประธานนักเรียนจนถึงขั้นไม่ได้เรียนต่อ ได้มาสานต่อเจตนารมย์โดยก่อตั้งพรรคการเมืองแนวคิดใหม่ ที่เสนอตัวเป็นผู้ผลิตความคิดในการขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งน่าจับตามองว่าพรรคเกรียนจะเป็นเพียงผู้นำความบันเทิงสู่การเมืองไทยหรือว่าสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้จริง

คุ้นเคยภาพของคุณจากคนที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวทางสังคม อะไรทำให้ตัดสินใจเข้าสู่สนามเลือกตั้ง
ตอนผมตัดสินใจทำพรรค ผมก็ไม่ได้คิดอยากจะลงเลือกตั้ง ผมอยากเห็นพรรคการเมืองที่เป็นองค์กรการเมืองของประชาชน ผมรู้สึกว่าพรรค การเมืองไม่ค่อยมีความเป็นองค์กรผลิตไอเดีย เนื่องจากจะผลิตทีก็ตอนเลือกตั้ง หลังจากเลือกตั้งก็ไม่ผลิตอะไร ผมอยากเห็นพรรคการเมืองที่ตีโจทย์ว่าจะแก้ไขปัญหาหาบเร่แผงลอยยังไง เรื่องการจัดการภัยพิบัติที่มีข้อเสนอชัดเจน พรรคเกรียนอาศัยร่างของความเป็นพรรคการเมือง เอาสนามเลือกตั้งเป็นช่องทางนำเสนอไอเดียแก่หน่วยงานของรัฐ เราสถาปนาเป็น Thinker ให้ เป็นพรรคการเมืองที่ทุ่มเทให้กับการคิด ไม่ได้คิดว่าจะเป็นพรรคการเมืองที่เข้าสภายังไง มีเสียงเท่าไร แล้วผมคิดว่าชีวิตของนักการเมืองไม่เหมาะกับผม แต่ถ้าจำเป็นต้องลงสมัครก็ค่อยมาว่ากันอีกที

แล้วมีความคิดอยากจะทำพรรคการเมืองของตัวเองเมื่อไร
ประมาณปี 2556 ผมกับเพื่อนได้ทำการศึกษาเรื่องพรรคไพรเรตปาร์ตี้ หรือพรรคโจรสลัด ที่ปัจจุบันเป็นพรรคที่มีในยุโรปประมาณ 40 ประเทศ แล้วคิดว่าน่าจะมีพรรคแบบนี้ในประเทศไทย แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดว่าจะทำพรรคการเมือง พอมาปี 2559 ผมก็เริ่มปัดฝุ่นความคิดพรรคไพรเรตปาร์ตี้ขึ้นมา พรรคดังกล่าวมีที่มาจากการปิดกั้นบางเว็บไซต์ เป็นเว็บให้คนไว้เก็บไฟล์เป็นคลาวด์ เช่น เมกะไฟล์ เมกะดาวน์โหลด เป็นต้น แล้วมีไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ในนั้น  โดยถูกรัฐในโลกจริงเข้าไปจับแล้วปิดเซิร์ฟเวอร์ ไพรเรตปาร์ตี้ก็มีการเริ่มแคมเปญแรกคือ ฟรีดาวน์โหลด คิดว่ามีสิทธิ์ปล้นหรือใช้  ของที่มีลิขสิทธิ์ แต่ผมไม่ได้สนใจจากการเริ่มต้นตรงจุดนี้ ผมสนใจการพัฒนารอบที่ 2 ที่ได้เก้าอี้ในสภาเยอรมนี และได้ไปอยู่ในสภาอียู ซึ่งตอนที่อยู่ในสภาเยอรมนีก็ถูกวิจารณ์ว่าเป็นพวกเนิร์ดงี่เง่า พอถูกวิจารณ์หนักๆ ก็กลับมาวิเคราะห์องค์กร ตัวเอง แล้วก็หาจุดอ่อนของระบอบประชาธิปไตยแบบพรรคการเมืองเป็นตัวแทน ซึ่งเข้าสภาแล้วไปโหวตนั่นโหวตนี่ แต่ปรากฏว่าไม่ตรงกับความต้องการของประชาชน อย่างผมโหวตให้เพื่อไทย แต่ก็ไปโหวตนิรโทษ-กรรมสุดซอย เขาจึงเสนอระบบที่ก้าวหน้ากว่าที่เรียกว่า Liquid Democracy ขึ้นมา ซึ่งให้เจ้าของเสียงสามารถโหวตต่อได้ ทำให้ตรงตามความต้องการ โดยเอาเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้อง ซึ่งพวกนี้เป็นโปรแกรมเมอร์อยู่แล้ว ก็เขียนซอฟต์แวร์ชื่อว่า Liquid Feedback ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการพรรคการเมือง ที่สามารถเสนอนโยบายแล้วอภิปรายได้ ให้การทำนโยบายพรรคมาจากสมาชิกพรรค ซึ่งก็ผลิตนโยบายจำนวนมหาศาล

ผมหันกลับมาดูพรรคการเมืองของไทยในปัจจุบันเป็นระบบปิด เวลามีไอเดียเสนอพรรคไม่ได้ เพราะมีทีมนโยบายอยู่ไม่กี่คน หรือไม่มีช่องทางในการเสนอนโยบายที่มาจากการใช้ชีวิตของประชาชน องค์กรถูกขับเคลื่อนโดยคณะกรรมการบริหาร แม้จะเป็นสมาชิกพรรคก็ทำอะไรไม่ได้เลย แต่รูปแบบของไพรเรตปาร์ตี้ไม่ใช่ ผมจึงคิดว่าน่าสนใจมาก แล้วโลกอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารด้วยราคาถูกได้ เป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงคิดว่าน่าจะเดินตามพรรคการเมืองที่มีลักษณะเป็นพรรคมวลชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยใช้ชื่อโค้ดว่าพรรคเกรียน ซึ่งผมไม่มีออฟฟิศ ทุกอย่างอยู่บนออนไลน์หมด โดยใช้แฟลตฟอร์มให้สอดคล้อง ตั้งแต่การกรอกสมัครสมาชิกพรรคโดยกูเกิลฟอร์ม เวลาพูดคุยกันก็ใช้แอปพลิเคชัน Voxer ที่เหมือนห้องประชุม ทุกคนก็สามารถใช้ชีวิตปกติ ว่างตอนไหนก็มาเปิดข้อความเสียงแล้วก็อภิปราย

พรรคเกรียนมีจุดยืนอะไร
เราเป็นพรรคมวลชน ค่อนไปทางกลางซ้ายทางลิเบอรัล สิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดคือทำพรรคให้ได้ แล้วผลิตข้อเสนอในพรรค ส่วนการลงสนามเลือกตั้งเอาไว้ทีหลัง ปกติพรรคการเมืองจะคิดว่าจะมีที่นั่งในสภา การที่จะทำให้มีที่นั่งในสภาเขาก็จะวางกำลังทรัพยากร ผมมองว่าวิธีการทำงานจึงทำให้เกิดพรรคการเมืองแบบปัจจุบัน ว่าต้องดูดใครบ้าง ใช้งบประมาณเท่าไร แต่ผมกลับกัน ผมมองว่าจะทำอย่างไรถึงมีความเป็นพรรค พรรคการเมืองคือองค์กรการเมืองของประชาชน ฉะนั้นต้องทำสิ่งนี้ก่อน แล้วค่อยๆ พัฒนา อันนี้คือความต่าง

สถาปนาเป็น Thinker ให้การเมือง แล้วมีเรื่องอะไรบ้างที่พูดคุยกันเพื่อนำไปสู่นโยบายของพรรคบ้าง
ยังไม่มีการสรุป แต่ก็เห็นแนวทางแล้ว ที่เกี่ยวกับการหาเงินมีสองเรื่องคือ
1.  การจัดเก็บภาษีแบบใหม่ ในประเทศไต้หวันมีการเก็บใบเสร็จแล้วเอาไปตรวจรางวัลล็อตเตอรี่ ทำให้ใครๆ ก็ขอใบกำกับภาษี รัฐจัดเก็บรายได้ได้ ผมคิดเรื่องเดียวกันแต่อาจจะไม่ใช่ล็อตเตอรี่ ผมจะจูงใจด้วยการเป็นเงินเก็บ ใครที่เรียกเก็บใบเสร็จก็คือเงินออม คนจะขอใบเสร็จซึ่งเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้การเก็บภาษีของรัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น รายได้รัฐไม่ตกหล่น แล้วรัฐก็สามารถบริหารจัดการเรื่องอื่นๆ ได้ด้วย เช่น ช่วยเหลือคนที่มีรายได้น้อยได้ เป็นต้น
2.  เรื่องการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยทำธนาคารต้นไม้ ผมไปขโมยมาจากพรรคกรีน แล้วเอามาต่อยอด แทนที่จะเป็นธนาคารต้นไม้ที่สร้างรายได้ให้คนที่ปลูก แต่เป็นรายได้รัฐ ไม่ใช่ระดับแสนล้าน แต่เป็นหลายสิบล้านล้าน แล้วนำกลับมาทำสวัสดิการให้ประชาชน ประเทศไทยเหมาะกับการทำธนาคารต้นไม้ เราอยู่ในที่ที่มีน้ำ แดด มีความหลากหลาย ที่ดินรกร้างว่างเปล่าเยอะแยะเลย ต้นไม้บ้านเราโตไวกว่าสแกนดิเนเวียร์ 5 เท่า แต่เราต้องซื้อไม้มาจากสแกนดิเนเวียร์ใช้ 


หากมีโอกาสได้รับเลือกตั้ง เรื่องเร่งด่วนที่อยากให้แก้ไขคือเรื่องใด
เรื่องแรกเลยคือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่เป็นประชาธิปไตย ผมเรียกว่ามีไวรัส 250 ตัวคือ ส.ว. และบั๊กคือ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต้องเอาออกไป ส่วนเรื่องที่อยากทำคือเรื่องสุนัขจรจัด ซึ่งก่อความขัดแย้งอย่างมาก สุนัขจรจัดมีอยู่ 7แสน - 1 ล้านตัว ในหมู่บ้านต่างๆ กรรมการหมู่บ้านเพื่อนบ้านทะเลาะกัน เราไม่มีระบบการจัดการที่ดีพอ จะมีก็เป็นเชลเตอร์ (Shelter) ที่เป็นคุก ต้องทำเชลเตอร์จริงๆ เพื่อให้เขาได้ไปใช้ชีวิต เอ็นจีโอที่คอสตาริกาแก้ด้วยการเลี้ยงบนภูเขา เป็นฟาร์มผสมระบบเปิดกับปิด กลางคืนนอนในคอก กลางวันปล่อยเดิน ตอนผมทำงานที่เชียงใหม่ ชาวเขาเลี้ยงวัวบนภูเขาก็เอาไม้ไผ่ล้อมแล้วปล่อยให้มันจัดการตัวเอง อาจจะกระจายให้ชุมชนที่ไม่มีการจ้างงานมาทำเชลเตอร์ แล้วจ่ายรายหัวให้ ซึ่ง 10 ปีข้างหน้าจะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันเพราะปัญหาสุนัขจรจัดอีก

สิ่งที่คุณอยากเห็นประเทศเกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
ผมคิดว่าวิวัฒนาการสังคมเป็นพลวัตรไม่มีการสิ้นสุด เมื่อถึงยุคสมัยหนึ่งจะเกิดการยกหรือเปลี่ยนยุค ซึ่งเป็นวิวัฒนาการทางสังคม ทุกครั้งจะมีปัจจัยทำให้เกิดการยก โดยเทคโนโลยีเป็นกุญแจหนึ่งในการเกิดการยก ทางการเมืองสิ่งที่ต้องเกิดการยกคือจิตสำนึกของพลเมืองในสังคม เปลี่ยนจากประชาชนที่เป็น Passive เป็น Active หลายปีที่ผ่านมามีภาคประชาชนที่แอคทีฟอีกแบบหนึ่ง การยกที่ผ่านมาเอาพลังงานความคิดกับเวลาไปกับการต่อสู้ทางการเมือง ผมอยากจะให้ยกระดับความคิดด้วย  ถ้าเราเอาประเด็นมาเป็นตัวหลัก แล้วประชาชนที่อยู่ในระบบการผลิตนโยบาย กระบวนการเหล่านี้จะยกสังคมที่ไม่มีความขัดแย้งมากนัก เห็นต่างแต่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งที่เป็นวิกฤติ เป็นการแข่งขันเชิงสร้างสรรค์ อาจจะเถียงกันแต่ไม่ได้ทะเลาะกัน ต่างคนต่างคิดค้นนวัตกรรม  

“ผมอยากเห็นพรรคการเมืองที่เป็นองค์กรการเมืองของประชาชน พรรคเกรียนอาศัยร่างความเป็นพรรคการเมือง เอาสนามเลือกตั้งเป็นช่องทางนำเสนอไอเดียแก่รัฐ เราสถาปนาเป็น Thinker ให้เป็นพรรคการเมืองที่ทุ่มเทให้กับการคิด”
สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก. ลายจุด พรรคเกรียน


เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ การเมืองของคนรุ่นใหม่คือการมีส่วนร่วมและเปิดพื้นที่
ณัชพล สุพัฒนะ หัวหมู่ทะลวงฟัน ผู้ประกาศต่อสู้กับคอร์รัปชัน

สุขทวี สุวรรณชัยรบ พรรคกลางกับแนวคิดตัวเชื่อมสองขั้วในการเมืองยุคใหม่
พริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์กับการเมืองยุคใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ การเมืองไทยต้องกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments