728 x 90

เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ การเมืองของคนรุ่นใหม่คือการมีส่วนร่วมและเปิดพื้นที่

img

สำหรับชื่อ "เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์" ในแวดวงการเมืองก็อาจจะคุ้นกันเพียงนามสกุล เนื่องจากชายหนุ่มวัย 29 ปีคนนี้เป็นบุตรชายของศาสตราจารย์พิเศษ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้คร่ำหวอดในเวทีการเมืองไทยมายาวนาน แต่หากตัดคุณสมบัติที่ว่าเป็นลูกใคร เขตรัฐก็เป็นคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับแผ่นดินเกิด โดยก้าวออกจากงานประจำคืออาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการศึกษา สู่การร่วมก่อตั้ง "พรรครวมพลังประชาชาติไทย" และรับบทบาทเป็นโฆษกพรรค รวมถึงนั่งในตำแหน่งประธานคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งสโมสรเยาวชน เขาเชื่อว่าการเมืองของคนรุ่นใหม่ คือการมีส่วนร่วมและต้องเปิดพื้นที่ แล้วพรรคการเมืองที่ประชาชนสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้

เคยคิดอยากจะลงสมัครเป็น ส.ส. มาก่อนไหม
ผมไม่เคยมีความคิดว่าอยากเป็น ส.ส. หรือรัฐมนตรี แต่ผมมีความคิดอยากจะพัฒนาประเทศ ฉะนั้นที่ผมเข้ามาอาสาทำงานการเมืองครั้งนี้ไม่ได้หวังว่าจะต้องเป็น ส.ส. หรือรัฐมนตรี แต่ผมอยากสร้างพรรคการเมืองของประชาชน จุดประสงค์คือ ถ้าผมสร้างพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชน และสามารถไปเรียกร้องให้พี่น้องประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ในฐานะพลเมือง ถือว่าทำสำเร็จแล้ว ต่อให้ผมไม่มีชื่อในปาร์ตี้ลิสต์ก็ไม่เป็นไร เพราะปาร์ตี้ลิสต์ต้องให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน แล้วทุกคนที่เข้ามาในพรรคไม่สามารถตัดสินว่าใครจะอยู่ตรงไหน ซึ่งการทำงานครั้งนี้ถือว่าเสี่ยงที่สุดแล้วสำหรับผม

แล้วเพราะเหตุใดถึงเลือกพรรครวมพลังประชาชาติไทย
อุดมการณ์ ข้อแรก - เชิดชูเทิดทูนสถาบัน
2.- ธรรมาธิปไตย ซึ่งต้องมีธรรมะในจิต จะเอาประโยชน์แต่ตัวเอง เอาพวกพ้องก็ไม่ใช่ ที่ผ่านมาเราปกครองโดยเอาประโยชน์ตนเข้าว่า เอาทุนนิยมเข้าครอบงำ ไม่มีความเป็นธรรมกับใคร
3.- ปฏิรูปตามเจตนารมย์ของประชาชน ข้อนี้สำคัญ ใจความคือการปฏิรูปตามเจตนารมย์ของประชาชน แสดงว่าเปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศจริงๆ
4. - อนุรักษ์และภูมิใจในความเป็นไทย ผมเห็นว่าประเทศไม่เคยล้าหลังเลย เราทำการค้าระดับโลกมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว
5. - อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะเราเป็นประชากรของโลกเหมือนกัน ซึ่งข้อนี้เป็นความคิดที่ผมต่อต้านทุนนิยมอยู่ระดับหนึ่ง ทุนนิยมสามารถคว้าอะไรก็ได้มาเปลี่ยนแปลงเป็นผลประโยชน์ แต่เราต้องมีความพอดีและความพอเพียง 


มีวิธีทำอย่างไรที่พรรคการเมืองจะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมได้จริงๆ ผมเล็งเห็นว่าสิทธิของประชาธิปไตยมีอายุเพียงแค่ 8 ชั่วโมงเท่านั้น เข้าคูหาหย่อนบัตรเสร็จสิทธิก็หมดแล้ว พรรคเรามีกลไกในส่วนของสมัชชา เพราะฉะนั้นประชาชนจะเป็นคนเลือกเองว่านักการเมืองคนไหนทำงานให้ได้จริงๆ นอกจากนั้นมีคณะกรรมการวินัยและจริยธรรม ซึ่งเป็นโครงสร้างให้ภาคประชาชนเข้ามากำกับดูแลพรรคการเมือง โดยคณะกรรมการวินัยของพรรคมีสิทธิที่จะถอดถอนออกจากพรรคหรือตำแหน่ง โดยที่ไม่ต้องถึงมือหน่วยงานรัฐหรือองค์กรอิสระอื่นๆ แสดงว่าหย่อนบัตรเสร็จสิทธิก็ไม่ตายแล้ว เราต้องการสร้างมิติใหม่ทางการเมือง ที่ผ่านมาประชาชนถูกหลอก นักการเมืองสัญญาแล้วไม่ทำ เพราะเป็นไอเดียของคนไม่กี่คนที่กุมอำนาจอยู่ 4 ปี แล้วต้องใช้เวลากว่า 4 ปี กว่าประชาชนจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ แต่พรรคนี้ในระยะเวลา 4 ปีประชาชนสามารถกำหนดทิศทางของพรรค

แล้วพรรคการเมืองของประชาชนในทางปฏิบัติของรวมพลังประชาชาติไทยเป็นอย่างไร
เรามีระบบการสื่อสารของพรรคเป็นแอปพลิเคชันชื่อ Act Chat ให้ผู้ร่วมจัดตั้งพรรค สมาชิกพรรค หรือคนที่สนใจสามารถเข้าร่วมได้ฟรี หน้าตาคล้ายกับ Line โดยการนำเทคโนโลยีนี้เข้ามา เพราะว่าเมื่อก่อนการติดต่อระหว่างชาวบ้านธรรมดากับรัฐมนตรีหรือกรรมการบริหารพรรคเป็นไปไม่ได้เลย แต่นวัตกรรมนี้ทำให้เชื่อมเข้าหากันได้ภายในวินาทีเดียว เป็นสิ่งหนึ่งที่เชื่อมภาคการเมืองกับประชาชน นอกจากนั้นก็ยังมีไพรมารีโหวตเป็นโครงสร้างของพรรค เป็นกลไกสำคัญที่สุดในการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งกรรมการบริหารพรรคก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ในบัญชีรายชื่อไหม ทุกคนกล้าเข้ามาเสี่ยงเพราะอุดมการณ์เท่านั้น

ในฐานะของคนรุ่นใหม่ได้เสนอแนวคิดอะไรให้แก่พรรคบ้าง
เสียงของคนรุ่นใหม่ ของนักศึกษานักเรียนที่ไม่เคยไปเลือกตั้ง ผมอยู่กับพวกเขามา 3 ปี เพราะฉะนั้นเสียงของพวกเขาก้องอยู่ในหัวผมตลอดเวลาว่าเขาคิดอะไร เขารู้สึกว่าเสียงเขาไม่ดัง ถูกกลบไปโดยผู้ใหญ่ มองกลับไปบรรดาน้องๆ ก็ไม่เข้าใจสภาพความเป็นจริงเยอะอยู่เหมือนกัน มันต้องหาจุดตรงกลางในการเชื่อมคนสองกลุ่ม ความขัดเแย้งระหว่างเจเนอร์เรชันมีอยู่จริง จะทำอย่างไรที่จะเปิดพื้นที่ในการมีส่วนร่วมที่จะกำหนดนโยบาย นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำ จึงเป็นที่มาที่ผมต้องสร้างสโมสรเยาวชน หรือ Act Youth เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนอายุ 15 - 25 ปีเข้ามามีส่วนร่วม เพราะอีก 10  ปีข้างหน้า ประเทศจะเป็นของคนเหล่านี้ เราต้องเริ่มฟังพวกเขาตั้งแต่ตอนนี้ว่าต้องการอะไร

เขาไม่ได้ไม่สนใจการเมืองการเลือกตั้ง เขาอยากจะทำดีเพื่อสังคม เพื่อประเทศ อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร เพราะไม่มีใครฟังเขา แล้วก็ไม่อยากเข้ามาฝ่ายการเมือง เพราะเห็นว่าการเมืองน้ำเน่า การเมืองคือการแสวงหาอำนาจ แต่การเมืองที่ผมจะทำและเปิดพื้นที่ให้กับพวกเขา ไม่ใช่การเมืองที่แสวงหาอำนาจ ไม่ใช่การเมืองที่ต้องไปด่าหรือทะเลาะกับใคร เป็นการเมืองที่เอาความคิดมาคุยกัน สร้างสิ่งที่สร้างสรรค์ สร้างมิติใหม่แห่งการเมือง เราต้องไม่ทะเลาะกันแล้ว ต้องรวมกันเป็นหนึ่งเพื่อจะเปลี่ยนแปลงประเทศไปด้วยกัน

ภาพที่อยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงเป็นแบบไหน
ผมชอบเรื่องการศึกษาและการพัฒนาคน เชื่อว่าไม่มีวิธีไหนที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ความแตกต่างในสังคมได้เท่ากับการพัฒนาคน การศึกษาต้องไม่ใช้ระบบวัดผลมาตรฐานจากต่างประเทศเพื่อมาวัดคนไทย ตอนที่ผมเป็นอาจารย์ถ้าจะประเมินผ่านต้องมีงานวิจัยที่ดังเด่น ต้องสอนให้ครบตามชั่วโมง การถูกบีบแขนบีบขาแบบนี้ทำให้ผมไม่มีเวลาที่จะไปตั้งใจสอนนักศึกษา ส่วนในแง่ของนักศึกษา วิชาที่จะฝึกทักษะในการใช้ชีวิตในโลกใบนี้ได้จริงเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะไปเอาเกณฑ์วัดว่าจะเปิดหลักสูตรอะไรได้ต้องมี ศาสตราจารย์ 1 ท่าน รองศาสตราจารย์ 2 ท่าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ 3 ท่าน ถ้ามีไม่ครบหลักสูตรต้องปิด ทำให้สิ่งดีๆ ไม่สามารถสร้างออกมาได้ ปัญหาจึงอยู่ที่ระบบ การพัฒนาคนต้องเปลี่ยนแปลง ถ้าชอบเล่นเกมก็เปิดหลักสูตรอีสปอร์ต เราคุยเรื่องภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ตอนนี้ต้องสนใจเรื่องภาษาการเขียนโปรแกรม เพราะอนาคตมาแน่ 

ถ้ามีโอกาสได้รับเลือกตั้งเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขคือเรื่องใด
ความขัดแย้งที่มีเต็มอยู่ในสังคม เราต้องเลิกขัดแย้ง เลิกต่อสู้ ต้องเปิดใจแล้วหลุดออกจากกรอบความคิดเดิมๆ อย่าไปมองว่าคนที่ชอบพรรคใดพรรคหนึ่งจะต้องเป็นคนเลว ถ้าเรามองด้วยตัวบุคคลแล้วก็มีทั้งดีและเลว ลองเปิดใจที่จะเข้าไปรับรู้เจตนารมย์ที่แท้จริงของเขา แล้วอาจจะทราบว่าคนเหล่านี้ก็ล้วนแต่ต้องการพัฒนาประเทศทั้งนั้น เพียงแต่วิธีแตกต่างออกไป เรามาดูที่วิธีการดีกว่า แล้วมาร่วมกันทำให้ชาติไทยมีพลังขึ้น

คิดว่าการเมืองของคนรุ่นใหม่จะมีทิศทางเป็นอย่างไร
การเมืองของคนรุ่นใหม่คือการมีส่วนร่วม ต้องเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เข้ามา แต่การสื่อสารกับผู้ใหญ่ต้องมีวิธีที่ไม่เอาแต่ใจ อย่าลืมเป็นอันขาดว่าเป็นคนรุ่นใหม่ มันยังมีช่องว่างอยู่ว่าเด็กมองผู้ใหญ่คือไดโนเสาร์ ผู้ใหญ่มองว่าเด็กไม่รู้เรื่องอะไร อาบน้ำร้อนมาก่อน วิธีการสื่อสารที่เชื่อมกันมันมี ผู้ใหญ่มีองค์ความรู้ มีประสบการณ์ ส่วนน้องๆ ก็มีความคิดที่ดี และทันสมัย 

“การเมืองที่ผมจะทำไม่ใช่การเมืองที่แสวงหาอำนาจ ไม่ไปด่าหรือทะเลาะกับใคร แต่เป็นการเมืองที่เอาความคิดมาคุยกัน สร้างสิ่งที่สร้างสรรค์ สร้างมิติใหม่แห่งการเมือง”
เขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ พรรครวมพลังประชาชาติไทย


สุขทวี สุวรรณชัยรบ พรรคกลางกับแนวคิดตัวเชื่อมสองขั้วในการเมืองยุคใหม่
ณัชพล สุพัฒนะ หัวหมู่ทะลวงฟัน ผู้ประกาศต่อสู้กับคอร์รัปชัน
พริษฐ์ วัชรสินธุ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์กับการเมืองยุคใหม่ที่ต้องเปลี่ยนแปลง
สมบัติ บุญงามอนงค์ การเสนอตัวเป็นผู้ผลิตไอเดียในสนามการเมือง
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ การเมืองไทยต้องกลับเข้าสู่ประชาธิปไตยเต็มใบ

 

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments