728 x 90

บุกปอร์โต ค้นหาตำนานพอร์ตไวน์

img

ผู้คนขวักไขว่ข้ามทางม้าลายตรงหน้าโบสถ์ Igraja do Carmo บ้างก็มัวหยุดถ่ายรูปฝาผนังโบสถ์โรโคโค ที่ตกแต่งด้วยกระเบื้อง  Arzulejos เขียนลายขาวและสีฟ้าเป็นเรื่องราวศาสนา เมืองปอร์โตเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของโปรตุเกส เมืองที่ไม่เป็นรองเมืองในยุโรปใดในแง่ความงามแห่งนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Rio Duoro ซึ่งโดดเด่นด้วยสะพาน Ponte de Dom Luis I ฝีมือ Téophile Seyrig ผู้ร่วมสร้างหอไอเฟล ที่เนรมิตมาเชื่อมเมืองปอร์โตและ Vila Nova De Gaia เข้าด้วยกัน 

โบสถ์ Igraja do Carmo

ขณะที่เฮลิคอปเตอร์ (Helitours) พาชมเมืองพาบินข้ามสะพานเหล็กสองชั้นนี้ มองไปก็จะเห็นคนเดินอยู่ที่ชั้นบนลิบๆ และรถยนต์ที่วิ่งข้ามไปมาราวกับโมเดล เช่นเดียวกับแลนด์มาร์กอื่นๆ เช่นหอคอยบาโรคอย่าง Clérigos Tower  ที่ดูโดดเด่นจากทุกมุมเมือง หรือแม้แต่สนามฟุตบอลของสโมสรปอร์โต และอาคารทรวดทรงล้ำๆ อย่าง Casa da Musica คอนเสิร์ตฮอลทรงอุกกาบาต

Casa da Musica

เมื่อมองปอร์โตจากท๊อปวิว จะดูเหมือนกับแผนที่โบราณและเครือข่ายใยแมงมุม แต่ถ้าจะสัมผัสกับเมืองนี้ให้ถึงแก่น ก็ต้องลงไปเดินตามตรอกซอกซอยของ Ribeira และที่สำคัญต้องไปเลือกหาเหล้าพอร์ตที่ถูกปากที่สุดจากบาร์สักแห่ง หรือจะเข้าไปในไวน์เนอรี่ชั้นดี ก็มีให้เลือกมากมาย  
Clérigos Tower
Clérigos Tower

ปอร์โตไม่ใช่เพียงเมืองที่รวมเอาสถาปัตยกรรมที่งดงามหลากหลาย แต่ยังเป็นแหล่งกำเนิดเหล้าพอร์ตที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นที่ตั้งของไวน์เนอรี่ทั้งเล็กใหญ่ และเป็นที่หลับพักผ่อนของพอร์ตไวน์มากมายที่รอการบ่มหรือว่าเอจจิง (Ageing) 

ปอร์โตเรียกได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยชั้นดีที่จะช่วยบอกความแตกต่างสำหรับไวน์ชนิดต่างๆ ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือเก่า รับรองว่าเลือกพอร์ตไวน์ที่ถูกใจติดไม้ติดมือกลับไปบ้านได้แน่นอน 

ในอดีตนั้นพ่อค้าชาวอังกฤษและชาวสกอตแลนด์ถือได้ว่ามีบทบาทในการพัฒนาพอร์ตไวน์มามากกว่าสามศตวรรษ ถึงกับมาตั้งรกรากในโปรตุเกส และส่งไวน์ชั้นดี จากดูโรกลับไปขายที่บ้านเกิด

หากอยากจะทำความรู้จักกับชนิดของพอร์ตไวน์คร่าวๆ อาจไล่เรียงไปจาก Ruby คือพอร์ตไวน์วัยกระเตาะที่มีอายุเอจจิง ตั้งแต่สองปีขึ้นไป ยังคงสีแดงดุดเลือดนก มากับความหวานและกลิ่นผลไม้สดชื่น  ต่อมาคือ Tawny ทำจากองุ่นคุณภาพกลางๆ บ่มไว้ตั้งแต่สองปีจนถึงเจ็ดปีขึ้นไปในถังไม้มีสีเข้มมะฮอกกานี ให้กลิ่นละมุนเหมือนกับถั่วและผลไม้แห้ง  ขยับไปที่ Aged Tawny ที่ผ่านการบ่มนานขึ้นให้รสชาตินุ่มลิ้นราวกับบรั่นดี ขณะที่ Vintage Port สีอำพันเข้มนั้น ยังคงรสชาติผลไม้และผลไม้แห้ง นุ่มละมุนละไม ทวีความซับซ้อน เป็นพรีเมี่ยมพอร์ตที่มาจากองุ่นชั้นเลิศ บ่มในถังไม้สองปีและบ่มต่อในขวดอีกสิบปีเป็นอย่างน้อย หรือยาวไปจนถึงศตวรรษ ส่วนประเภท LBV (Late-bottled vintage) นั้นทำจากองุ่นที่คัดสรรแห่งปี ผ่านการบ่มห้าปีในถังไม้โอ๊ค และพร้อมดื่มทันทีที่บรรจุขวด ให้รถชาติที่นุ่มและบอดี้เบาบางกว่า 

ข้อมูลทางทฤษฎีที่มีมากมาย ยังไงก็สู้ไปลองเลือกพอร์ตไวน์เองไม่ได้ ลองหาพอร์ตเฮ้าส์สักแห่ง ไปเดินชมอุตสาหกรรมพอร์ตอันยิ่งใหญ่ และชิมพอร์ตไวน์ให้รู้แจ้งเห็นจริง  ซึ่งหลายที่ต่างเปิดประตูกว้างต้อนรับผู้มาเยือน เช่นที่ Graham’s Port Wines Cellars ผู้ผลิตพอร์ตไวน์เก่าแก่รายใหญ่ บนฝั่ง Vila Nova De Gaia ที่เป็นเจ้าของโดยครอบครัวชาวอังกฤษ ซึ่งเริ่มต้นจากพี่น้องตระกูล William และ Johm Graham มาตั้งแต่ปี 1820 ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่ขนส่งพอร์ตไวน์ไปที่อังกฤษ เริ่มปลูกองุ่นของตนเองในดูโรใน Quinrta Dos Malvedos ปี 1890 ก่อนที่ครอบครัว Symington จะเข้าซื้อกิจการตั้งแต่ปี  1970  สืบมาถึงปัจจุบัน เล่ากันว่าพอร์ตไวน์ของ Graham’s ภายใต้แบรนด์ “Six Grapes” เป็นเครื่องดื่มประจำของอดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ Sir Winston Churchill เมื่อครั้งมีชีวิต และ ไวน์ปี 1945 และ 1948 ของ Graham’s ได้รับการยกย่องว่าเป็นไวน์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ทีเดียว

Graham’s Port Wines Cellars เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักเดินทางมาเรียนรู้เรื่องราวของ Graham’s และประวัติของตระกูล Symington ที่เป็นเจ้าของรวมไปถึงแบรนด์อื่นๆ อย่าง Cockburn’s  หรือว่า Dow’s และ Warre’s โดยจัดไวน์เนอรี่ทัวร์ที่น่าสนใจไปจนถึงพอร์ตไวน์เทสติง  “หลังจากลาการ์ดหรือการย่ำองุ่นแล้ว ทิ้งไว้สองวัน เมื่อได้แอลกอฮอล์และความหวานพอดีแล้ว จะเติมบรั่นดีเข้าไป 20% แอลกอฮอล์จะฆ่ายีสต์และหยุดกระบวนการหมัก ที่จะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นแอลกอฮอล์ ซึ่งถ้าปล่อยต่อไปจะเป็นกระบวนการทำไวน์ปกติ คอนเซ็ปต์ของพอร์ตไวน์ก็คือการคงความหวานเอาไว้  ทำให้มันเอจจิ้งยิ่งนานยิ่งคอมเพล็กซ์มากขึ้น กลิ่นผลไม้สดก็จะกลายเป็นดรายฟรุต และถั่วหอมหวาน” เจ้าหน้าที่ไวน์เทสติ้งของ Graham’s Port จะค่อยๆ บรรจงเทวินเทจพอร์ตไวน์ให้เราได้ทดลอง  ถ้าได้มาที่นี้แล้วอยากให้ลองสั่งวินเทจ พอร์ตไวน์ที่ตรงกับปีเกิดของตัวเองมาดื่ม รับรองว่าจะสร้างความประทับใจให้คุณไม่รู้ลืม ที่สำคัญอย่าลืมเลือกหาพอร์ตที่ถูกใจกลับไปบ้านสักขวดสองขวดดู

ผู้ที่อินกับเรื่องไวน์และพักผ่อนเหนือระดับ ต้องเชคอินที่ Yeatman hotel 

โรงแรมสุดหรูที่ให้วิวที่สวยเต็มตาของเมืองปอร์โต จากฝั่งแม่น้ำ Rio Duoro นอกจากห้องพักและบริการเกินห้าดาว สปา และห้องอาหารฝีมือเชฟมิชลินสตาร์ ที่จัดคอร์สอาหารที่เข้าคู่กับไวน์ชั้นเลิศได้ดีเยี่ยมแล้ว ไวน์เซลลาร์ของโรงแรมที่จัดราวห้องสมุดแห่งไวน์ที่นี่ ได้รวบรวมไวน์จากทั่วโปรตุเกส เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์สำหรับนักดื่มไวน์จนไม่อยากจากไปไหนเลยล่ะ

[English]
Porto: Home of Port Wine

Porto is Portugal’s second largest city and is located along the Douro River in Northern Portugal. It is the birthplace of the world-renowned port wine. The wine got its name ‘port’ in the 17th century from the city’s name ‘Porto’, where a lot of port wine was brought to market or for export.  British and Scottish merchants are known to have had a major role in developing port wine for more than three centuries. They settled down in Portugal and exported port wine back to their home country. It is worth visiting one of the big, old port wine producers like Graham’s Port Wines Cellars, whose ‘Six Grapes’ was the regular port wine of the late British Prime Minster, Sir Winston Churchill. There you can visit its port wine museum to learn about the family stories of the two owners, the Grahams – founder of Graham’s, and the Symingtons- the current owners. At the Cellars, you can also order a vintage port of your birth year.

Latest Posts

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked with *

Cancel reply

0 Comments